The Damned: 1976 – 1978

พูดถึงพังก์อังกฤษ คนมักจะนึกถึงเซ็กซ์พิสทอล แต่ความจริงมีอยู่ว่า อัลบั้มพังก์ชุดแรกของอังกฤษไม่ใช่อัลบั้มของเซ็กซ์พิสทอล

สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ขอแนะนำวง เดอะแดมด์ วงพังก์คณะแรกที่ทำอัลบั้มจำหน่าย วงพังก์คณะแรกที่เดินทางไปแสดงสดที่อเมริกา และเป็นวงพังก์วงแรก (ในบรรดาวงพังก์ที่ได้ออกอัลบั้ม) ที่ยุบวง

ราวกับว่าช่วง 18 เดือนของพังก์อังกฤษรุ่นแรก (1976 – 1978) เดอะแดมด์ได้เข้าร่วมเกิดและตายก่อนจะแก่ชรา… ทำอัลบั้มสองชุดก็ยุบวง แต่ว่าพวกเขาก็ดันกลับมาทำวงกันใหม่หลังจากยุบวงไปได้ไม่ถึงปี

เดอะแดมด์ไม่ได้ปฏิวัติหรือสร้างสิ่งใหม่อะไรเลย ในขณะที่เซ็กซ์พิสทอลเป็นหน้าตาให้วงพังก์ทั้งมวลเพราะมีแบ็กอัปชั้นดีคือมัลคอล์ม แม็กลาเรนกับเสื้อผ้าที่ออกแบบโดยวิเวียน เวสต์วู้ด ส่วนวงเดอะแคลชนำเสนอบทเพลงทูโทนและเป็นกระบอกเสียงของผู้ใช้แรงงาน เดอะแดมด์เป็นได้สิ่งเดียว ตัวแทนของยอดนักดื่มเหล้าประจำเกาะอังกฤษ และเมื่อเมาก็หมายถึงความวุ่นวายนานาประการ แก้ผ้าวิ่งไปมา โวยวาย เล่นแผลง ๆ แกล้งคนไปทั่ว จะว่าไปเขาก็เหมือนเด็กชนชั้นแรงงานทั่วไปที่เมาเหล้านั่นแหละ

เดฟ วาเนียน ค.ศ. 1977

“เราเหมือนเป็นคนนอกมาตั้งแต่ยุคแรกแล้ว” เดฟ วาเนียน นักร้องนำบอก “เพราะว่าเราพูดในสิ่งที่เรารู้สึกจริง ๆ ไม่ใช่คำพูดที่โดนใครไม่รู้ยัดใส่ปากเรา ผมมักจะรู้สึกว่าแนวคิดทางการเมืองของเดอะแคลชมาจากทีมบริหารของวงมากกว่ามาจากพวกเขาเอง เขา (หมายถึงเบอนี โรดส์ ผู้จัดการวงเดอะแคลข) ดูจะชอบเรื่องราวที่เอ็มซีไฟฟ์ทำไว้ในยุค 60 ก็เลยตัดสินใจลอกเลียนมาหมด คนมักจะเชื่อว่าแถลงการณ์เช่น ‘เราอยู่ที่นี่เพื่อเด็ก ๆ’ ตอนที่เราได้ยินพวกเขาพูดแบบนั้นก็คิด แล้วลิมูซีนมาตอนไหนวะ?”

ไม่รู้ทำไมเขียนถึงตรงนี้แล้วภาพวงคาราบาวกับวงการเพลงเพื่อชีวิตลอยมาทันที

สะบัดหัวสองสามทีแล้วกลับเข้าเรื่องดีกว่า

วงเดอะแดมด์เริ่มต้นจาก ไบรอัน เจมส์ มือกีตาร์ จำพวกที่ชอบร็อกเก่า ๆ ยุค 60 ปลาย ๆ หรือต้น 70 จากอเมริกา และเคยทำวงมาก่อน “ผมมีวงก่อนที่จะทำเดอะแดมด์ชื่อวงบัสตาร์ด เราปักหลังที่บลัดเซลส์ (ประเทศเบลเยี่ยม) ไม่มีใครในอังกฤษจ้างเราเล่น เพราะเราเล่นไม่เหมือนกับที่พวกเขาต้องการจะจ้าง เรามันพวกโพสต์ฮิปปี้ แต่เขาต้องการพวกผับร็อก ตอนนั้นปี 73-74 เราเลยไปอยู่ที่เบลเยี่ยม ซึ่งคนที่นั่นชอบวงอเมริกาอย่างสตูเกจ เอ็มซีไฟฟ์ เดอะดอลส์ ลู รี้ด ช่างเป็นผู้คนที่น่ารัก”

อย่างไรก็ดี ไบรอันกลับอังกฤษในปีค.ศ. 1976 และเริ่มต้นทำวงใหม่ชื่อลอนดอนเอสเอสกับ โทนี เจมส์ และ มิก โจนส์ ซึ่งทำให้ไบรอันได้รู้จักกับคริส มิลเลอร์ มือกลอง ผู้ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น แรต สคาบีส์ เมื่อทดสอบฝีมือค้นหาคนเข้าวงลอนดอนเอสเอส

วงลอนดอนเอสเอสแยกย้ายไปคนละทางโดยไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไบรอันดึงแรตเข้าร่วมทำวงใหม่ มิกไปทำวงเดอะแคลช ส่วนโทนี เจมส์ไปทำวงเจเนอเรชันเอ็กซ์ ไบรอันได้พบกับกับตันเซนซิเบิล มือเบส ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล เพื่อนเก่าเคยร่วมวงมาสเตอร์ออฟเดอะแบ็กไซด์ร่วมกับแรตมาก่อน

“ผมพบไบรอันจากโฆษณาในเมโลดีเมกเกอร์” กัปตันเล่า “เขามีวิสัยทัศน์ เขามีแผนสำหรับการครองโลกใบนี้ด้วยดนตรีพังก์ขยะ และเขาก็มีเพลงอยู่ในมือหลายเพลงที่ผมชอบ มันเป็นเพลงที่เข้าถึงได้ และไม่เหมือนอะไรมาก่อนในแอตแลนติกฝั่งนี้”

ส่วนนักร้องร้องนำ ชื่อเดฟ วาเนียน

เดฟ วาเนียน วัยรุ่นจากเฮเมล เฮมปสตีด ชอบฟังพวกการาจร็อกอย่างเช่นเดอะซีดส์และสตรอเบอรีอะลามคล็อก จีน วินเซนต์ยุคแรก อลิซ คูเปอร์ “ผมเคยดูวงนิวยอร์กดอลส์เล่นประมาณปี 73 หรือ 74 พวกเขาเหมือนเอาวงแชงกรีลายุค 50 กลับมาทำใหม่ ผมคิดว่าจอห์นนี ธันเดอร์เป็นมือกีตาร์เยี่ยมคนหนึ่ง และแน่นอน ไบรอันก็มาจากสายพวกคีธ ริชาร์ด อะไรเทือกนั้น”

เดฟ วาเนียน เป็นเด็กหนุ่มที่เหมือนเด็กหนุ่มอีกหลายคนที่ชอบมาแวะเวียนสิงสถิตย์อยู่ที่ร้านของมัลคอล์ม แม็กลาเรนกับวิเวียน เวสต์วู้ด ตอนนั้นยังใช้ชื่อร้านว่า ทูฟาสต์ทูลิฟ ทูยังทูดาย ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อร้านเป็น เซ็กซ์ “ผมร้องเพลงในห้องนอนแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองร้องใช้ได้แฮะ (มัลคอล์ม) แม็กลาเรนกำลังมองหาคนทำวงอยู่ผมก็เลยเดินไปหาบอกว่าผมร้องเพลงอยู่กับวงนะ เขาชอบการแต่งตัวของผม ผมใส่ชุดดำล้วนแต่จะดูแปลก ๆ ทั้งการแต่งหน้า เอาสเปรย์ฉีดผมตั้งเด่ แล้วก็ใส่รองเท้าส้นสูงหกนิ้วของคุณยาย เป็นบูธส้นสูงสไตล์วิกตอเรียนมีลูกไม้ประดับ”

น่าเสียดาย มัลคอล์มไม่สนใจเดฟ เพราะตอนนั้นเขามีจอห์นนี ไลดอน (หรือ จอห์นนี ร็อตเทน) อยู่ในมือแล้ว แต่ก็ทำให้ไบรอันสนใจ เขาบอกให้เดฟลองไปทดสอบเป็นนักร้องนำของวง ตอนนั้นมีสองคนที่ไบรอันสนใจอยากให้เป็นนักร้องนำของวง คนหนึ่งคือเดฟ วาเนียน อีกคนหนึ่งชื่อซิด วิเชียส ซึ่งเขารู้จักจากร้านของมัลคอล์มทั้งคู่

แต่ซิดไม่โผล่มาทดสอบขั้นสุดท้ายเสียอย่างนั้น ตามมาด้วยเสียงเล่าลือว่าเขาโดนวางยาไม่ให้บอกวันทดสอบเสียงร้องกับวง จนทำให้ซิดเคืองเดฟอยู่ไม่น้อย

อ้อ ลืมบอกไปอย่างหนึ่ง จำได้มั้ยที่เคยบอกว่าเดฟเล่าว่าเคยเล่นอยู่กับวงมาแล้ว บังเอิญว่าวงนั้นชื่อ มาสเตอร์ออฟเดอะแบ็กไซด์ ซึ่งเคยมีกัปตันเซนซิเบิลเป็นมือเบส และแรตเป็นมือกลองมาก่อน

เข้าใจหรือยังทำไมซิดถึงคิดว่าเขาโดนวางยา?

กลับเข้าเรื่องกันต่อ

“สำหรับผม พังก์คือความฝันที่เป็นจริง” ไบรอันบอก “ทันใดนั้นผมก็เล่นเพลงที่ผมอยากเล่นได้” ไบรอันเอาเพลงที่เขาเขียนมาให้เพื่อนร่วมวงดู ซ้อม กัปตันเซนซินัลซึ่งเป็นแฟนเพลงซานตานากับจิมี เฮนดริกซ์ตัวยง เล่าว่า “ตอนปี 1976 ไม่มีอะไรให้ฟังเลย ผมไม่ชอบวงเดอะแบนด์ ลิตเติลฟีต แล้วก็วงทั้งหลายทั้งปวง (อีริก) แคลปตันก็ดำดิ่งลงโถส้วม ส่วนพวกสโลว์คันทรีร็อกก็ไม่ใช่เพลงที่ผมชอบ แล้วยังมีอะไรอย่างดิออสมอนดส์อีก ดังนั้นพอมีเดอะราโมนส์ออกมาพร้อมกับเปลี่ยนวิถีทางใหม่ มันคือ 1-2-3-4 ไป นั่นแหละที่เป็นทั้งหมด”

เพลงง่าย ๆ ไม่ต้องคิดอะไร เน้นเล่นเร็ว ๆ สนุก ๆ ไว้ก่อน พวกเขาบันทึกเสียงอัลบั้มแรกในเวลาเพียง 2 วัน และนำเพลง “นิวโรส” วางจำหน่ายเดือนตุลาคม ค.ศ. 1976 ทำให้เป็นเพลงพังก์เพลงแรกที่ปล่อยเป็นซิงเกิล ตัดหน้าซิงเกิล “อะนาร์คีอินเดอะยูเค” ของเซ็กซ์พิสทอลไปหนึ่งเดือน และในเดือนธันวาคม ก็ออกทัวร์ อะนาร์คีอินเดอะยูเค ร่วมกับเซ็กซ์พิสทอล เดอะแคลช และจอห์นนี ธันเดอส์

คืนก่อนจะออกทัวร์วงมาซาวนด์เช็ก แล้วพิสทอลก็วิ่งมาบอก “พวกมึงไม่เชื่อแน่ เราเพิ่งไปถ่ายรายการเดอะบิล กรันดีโชว์มา บลา บลา บลา พวกเขาหัวเราะร่า วันต่อมาหนังสือพิมพ์ลงข่าวโจมตีวงเดอะเซ็กซ์พิสทอลเละเทะ เพราะใช้คำหยาบไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ

“ความจริงมีอยู่ว่า มัลคอล์มอยากให้เดอะแดมด์ร่วมในดิอะนาร์คีทัวร์ด้วยเพราะว่าวงเซ็กซ์พิสทอลไม่เคยเล่นนอกลอนดอนมาก่อน ผมคิดว่าเดอะแคลชก็ไม่เคยเหมือนกัน แต่เราเคย เรามีแฟนเพลงนอกลอนดอนดังนั้นเขาเลยต้องการให้เดอะแดมด์ร่วมขบวนด้วยเพราะเราเคยเล่นในช่วง 30 ไมล์นอกลอนดอน ซึ่งไม่เคยมีวงอื่นเล่นมาก่อน” ไบรอันบอก

แต่ในขณะที่วงอื่นได้อยู่ดีกินดี สมาชิกของเดอะแดมด์ต้องอาศัยอยู่ในรถตู้แออัดยัดเยียด ในขณะที่วงอื่นหลับสบายในโรงแรมสี่ดาว “เราไม่ได้ไปกับพวกที่เหลือ พวกนั้นมีบริษัทแผ่นเสียงสนับสนุน อีเอ็มไอ ซีบีเอส พวกเขามีคนดูแลเรามันแค่พวกกระจอก เราไม่ใช่ส่วนหนึ่งของแก็งค์ มัลคอล์ม แม็กลาเรน” ไบรอันกล่าว และเมื่อมีปัญหาเรื่องอัตตาและเรื่องการเงินภายใน อย่างเช่นวันที่ 7 ธันวาคม สภาเมืองดาร์บีไม่ให้เซ็กซ์พิสทอลแสดงเพราะเรื่องอื้อฉาวที่พวกเขาก่อขึ้น วงเดอะแคลชกับจอห์นนี เลยไม่แสดงด้วย แต่เดอะแดมด์แสดงต่อ ทำให้มองว่าพวกเขาไม่ค่อยรักพวกพ้องเท่าไหร่

แถมยังเรื่องอัตตาเพราะเดอะแดมด์ ซึ่งต้องเล่นเป็นวงที่ 3 (ก่อนเซ็กซ์พิสทอลที่เป็นวงหลัก) กลับจะโดนเปลี่ยนไปเล่นเป็นวงแรก เพราะอยากจะชูวงเดอะแคลชขึ้นมา (ลืมเล่าไปว่า เบอนี โรดส์ ผู้จัดการวงเดอะแคลชเคยเป็นผู้ช่วยงานของมัลคอล์มมาก่อน) นั่นทำให้เดอะแดมด์ไม่พอใจเท่าไหร่

ในที่สุดเดอะแดมด์ก็โดนมัลคอล์มเขี่ยออกจากทัวร์

และจากนั้นพวกเขาก็โดนตราหน้าว่าเป็น “คนนอก” แวดวงพังก์อังกฤษ

“เราไม่อยากเป็นพวกมือถือสากปากถือศีล เราอยากได้เงิน คงโง่มากถ้าจะบิดเบียนเป็นอย่างอื่น” เดฟสารภาพ “คุณก็รู้คนเราต้องทำมาหากินเลี้ยงชีวิต และเพราะเราซื่อสัตย์อย่างนั้นก็เลยโดนตราหน้าว่าเป็นคนนอก”

อัลบั้มแรกของพวกเขา แดมด์ แดมด์ แดมด์ วางจำหน่ายวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1977 เป็นวงพังก์คณะแรกที่ออกอัลบั้ม ตามมาด้วยการออกทัวร์อเมริกาเป็นวงแรก เดือนสิงหาคม พวกเขาได้ลู เอ็ดมันด์มาเป็นมือกีตาร์อีกคน เพราะไบรอันคิดว่าเขาคนเดียวคุมไม่อยู่ แต่สมาชิกอีกสามคนไม่เห็นด้วยเท่าไหร่

“เราคิดว่าไบรอันคนเดียวก็เอาอยู่แล้ว” กับตันเซนซิเบิลบอก “ “ถ้าคุณมีกำแพงเสียที่หนาแน่น คุณไม่ต้องมีกีตาร์ถึงสองตัวหรอก ดังนั้นตอนที่คัดเลือกมือกีตาร์อีกคน เราพยายามทำทุกทางเพื่อให้คนเหล่านั้นออกไป”

อัลบั้มถัดมา มิวสิกฟอร์เพลชเชอร์ จึงกลายเป็นหายนะ เริ่มตั้งแต่เลือกนิก เมสัน มือกลองพิงก์ฟรอยด์เป็นโปรดิวเซอร์ซึ่งดูจะไม่เข้ากับแนวทางของวงเท่าไหร่ ตอนแรกอยากได้ซิด บาร์เรตต์มาเป็นโปรดิวเซอร์ด้วยซ้ำ นึกไม่ออกเลยว่าจากวงเล่นร็อกดิบ เร็ว ๆ จะมาให้ผู้คร่ำหวอดในสเปซร็อก/ไซคีเดลิกร็อก/โปรเกรสซีร็อก มาดูแลการผลิตมันแปลกอย่างไรพิกล

แรตลาออกจากวงหลังบันทึกเสียงเสร็จ จอน มอส มาเป็นมือกลองแทน (คนนี้ต่อมาตีกลองให้วงคัลเจอร์คลับ) วงออกทัวร์ และประกาศยุบวงในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1978

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s