Fred Coury


ในบรรดามือกลองที่มีชื่อเสียงสมัยแกล็มเมทัลรุ่งเรืองหลายคนเงียบหายไปอย่างน่าเสียดาย ความจริงสมัยนั้นแทบไม่มีใครคนใดจะโดดเด่นเกินหน้าเกินตานักร้องนำหรือมือกีตาร์อีกแล้ว อย่าง ทิม เกนส์ อดีตมือเบสสไตร์เปอร์ยังพูดว่ามือเบสวงเมทัลในทศวรรษ 80 เป็นแค่ตัวประกอบเท่านั้นแหละ

แต่ก็จริงของทิม มือเบส มือกลองถ้าจะดังในยุคนั้นจริงต้องมีอะไรโดดเด่น อย่างนิกกี ซิกซ์ หรือ ทอมมี ลี แห่งมอตลีครู เจสัน บอนแนม (ซึ่งก็ต้องบอกตรง ๆ ว่าดังเพราะนามสกุล) ลาร์ อุลริช แล้วบรรดามือกลองที่คนแทบจะลืมชื่อหายไปไหน?

อย่างวงซินเดอเรลลา ซึ่งดังมากช่วงปลายทศวรรษ 1980 เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะนึกถึงมือกลองชื่อ เฟรด คูรี ทั้งที่เขาฝากฝีมือไว้เพียงอัลบั้มเดียวเท่านั้น ว่าแต่ใครจำได้หรือไม่ว่าสองอัลบั้มแรกของวงซินเดอเรลลาที่มีชื่อเขาเป็นมือกลอง แต่เขาไม่ได้ตีกลองในอัลบั้ม?

ปัจจุบันซินเดอเรลลาเงียบหายหลังจากทัวร์ครั้งสุดท้ายเมื่อปีค.ศ. 2013 ที่ยังมีข่าวเคลื่อนไหวก็มีเพลงนักร้องนำของวง ทอม คีเฟอร์ที่ยังโลดแล่นกับเดอะคีเฟอร์แบนด์ อนาคตของซินเดอเรลลาแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่ทอมบอกว่ายังไม่ยุบวงแต่ไม่สมาชิกมีปัญหาเกินกว่าจะเยียวยาไม่อาจกลับมาทำงานร่วมกันได้ (ซึ่งดูจะพุ่งไปที่ปัญหาเรื่องสุขภาพของเจฟฟ์ ลาบาร์ มือกีตาร์ของวงที่ติดเหล้างอมแงมและพยายามแก้ปัญหาของตัวเองอยู่) อิริกหันไปเล่นกับวงของเบร็ต ไมเคิลส์ อดีตนักร้องนำวงพอยสัน เจฟฟ์หลังจากออกอัลบั้มเดี่ยวเมื่อปีค.ศ. 2014 แล้วก็หายเงียบไป

ส่วนเฟร็ด คูรี ไปโด่งดังในแวดวงโทรทัศน์แทน

มันเริ่มต้นเมื่อเขาได้โอกาสทำเพลงให้กับวงฮ็อกกี แอลเอคิงส์ เวลานั้นแอลเอคิงส์ใช้เพลง “ร็อกแอนด์โรลพาร์ตทู” ของแกรี กลิตเตอร์เป็นเพลงประจำทีม แต่แกรีโดนคดีข่มขืนอนาจารผู้เยาว์ ทำให้ทีมแอลเอคิงส์ถอดเพลงของแกรีออก และมองหาเพลงใหม่ เฟร็ดเป็นแฟนฮ็อกกีอยู่แล้วด้วย แถมยังรู้จักลุค โรบิเทลลี อดีตนักฮ็อกกีชื่อดัง และปัจจุบันเป็นประธานบริหารทีมแอลเอคิงส์) ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 80 เฟร็ดเลยได้โอกาสเสนอเพลงที่เขาเขียนให้ทีมแอลเอคิงส์ฟัง

เพลงที่เฟร็ดทำให้ทีมแอลเอคิงส์ไม่ใช่แค่เพลงเดียว แต่มาเป็นชุด ตั้งแต่เพลงเปิดตัว “ธันเดอร์มาร์ช” “เพาเวอร์ไรด์” ใช้ตอนทำคะแนนได้  “อะคิงส์แรนซัม” เป็นเพลงธีมของทีม และ “วินไลก์อะคิงส์” สำหรับช่วงพัก

จากนั้นจีน ซิมมอนส์แห่งจูบอสุรกายก็ให้โอกาสเขาทำเพลงประกอบ เดอะแฟมิลีจิวเวลส์ ฤดูกาลที่ 3

“ตอนที่ผมไปหาเขา เขาถามผมว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ ผมเลยบอกว่าทำดนตรีให้รายการโทรทัศน์อยู่” เฟร็ดเล่า  “เขาก็ว่า จริงอ่ะ คุณทำมันได้ดีมั้ยล่ะ ผมก็คิดว่าจีนจะมาไม้ไหน แต่ตอบไปว่า แน่นอน ผมเจ๋ง ต่อมาเขาพาผมไปพบผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ แนะนำว่า นี่คือเฟร็ด เขาเป็นเพื่อนผมมานานแล้ว เขาเป็นคนทำดนตรีประกอบรายการโทรทัศน์ ถ้าคิดว่าเขาเจ๋งก็ใช้งานเขาเลย แล้วเขาก็หันมาถามผมว่า เป็นไง ใช้ได้มั้ย ไม่กี่วันต่อมาผมก็ได้งาน”

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นเขียนดนตรีประกอบรายการโทรทัศน์ อย่างเช่นละครโทรทัศน์ เดอะไนต์ชิฟต์ (ล่าสุดฤดูกาลที่ 4 เฟร็ดดีก็ยังทำดนตรีประกอบอยู่) และรายการเกมส์ เดอะวอลล์ ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี รายการแบล็กแอนด์ไวต์ของทีมแอลเอคิงส์ที่ผลิตร่วมกับฟ็อกซ์สปอร์ตเวสต์ (เข้าชิงรางวัลเอ็มมีประจำปี 2017 ด้วย) และทำเพลงให้ทีมบาสเก็ตบอล พอร์ตแลนด์เทลเบลเซอส์

เฟร็ดมีประสบการณ์ยาวนาน ตั้งแต่สมัยที่เขาร่วมวงลอนดอนแทนบ็อบบี มาร์ก ตอนนั้นวงลอนดอนเพิ่งออกอัลบั้มแรก นันสต็อปร็อก (1985) แต่เขาออกจากวงไปก่อนที่จะบันทึกเสียงอัลบั้มลำดับที่ 2 (ดังนั้นเขาไม่เคยบันทึกเสียงร่วมกับลอนดอน) จากนั้นเขาไปเล่นกับออสซี ออสบอร์น แทนแรนดี แคสทิลโลที่บาดเจ็บระหว่างออกทัวร์ อีริก คาร์ มือกลองวงคิสเป็นคนแนะนำให้เขารู้จักวงซินเดอเรลลา ตอนนั้นซินเดอเรลลาบันทึกเสียงอัลบั้มแรกเรียบร้อยแล้ว เขาจึงไม่ได้มีโอกาสแสดงฝีมือ

แต่อัลบั้มลำดับที่ 2 ลองโคลวินเทอร์ ก็ยังไม่ได้โอกาสแสดงฝีมือ

เรื่องนี้ ทอม คีเฟอร์ อธิบายว่า “ตอนที่เราบันทึกเสียงอัลบั้ม ลองโคลวินเทอร์ เราต้องใช้มือกลองคนอื่นเพราะเฟร็ดขาดประสบการณ์ในห้องบันทึกเสียง แอนดี จอนส์ (ผู้ดูแลการผลิต) เป็นคนตัดสินใจ เรานั่งในห้องบันทึกเสียงพูดคุยกับคนจากบริษัทซึ่งบอกว่า คุณจะเอาใครมาตีกลองก็ได้ ผมจำไม่ได้แล้วว่าใครพูด แต่เหมือนว่ามีใครสักคนพูดติดตลกว่า งั้นเราก็เอาโคซี พาวลล์มาตีได้สิ เขาเป็นมือกลองระดับตำนานไปแล้วตอนนั้น พวกคนจากบริษัทก็มองพวกเราแล้วบอก โอเค ได้ มันง่ายแบบนั้นเลย เขามาตีกลองในอัลบั้มนี้เรียบง่ายแต่มหัศจรรย์มาก เขามีรากฐานทางบลูส์และแจ๊ส คุณฟังเพลง “ลองโคลวินเทอร์” และ “คัมมิงโฮม” ดูสิ เขาเล่นได้งดงามและมีสะวิงซึ่งช่วยให้อัลบั้มออกมาอย่างที่เป็น เป็นการตีกลองที่โดดเด่นมากในงานนั้น”

กว่าเฟร็ดจะได้แสดงฝีมือจริงก็อัลบั้มลำดับที่สาม ฮาร์ตเบรกสเตชัน และลาออกหลังทำอัลบั้มเสร็จไม่นานเพื่อไปทำวงอาเขตกับสตีเวน เพียร์ซี และกลับมาร่วมวงซินเดอเรลลาในปีค.ศ. 1996

“เอาจริงแล้วผมไม่อยากเห็นแอโรสมิธเล่นเพลงใหม่เลย” เฟร็ดสารภาพ “ทอม เพตตีเป็นนักดนตรีที่แสดงสดได้เยี่ยมยอดมาก ยกเว้นเวลาที่เขาเล่นเพลงจากอัลบั้มใหม่กลายเป็นน่าเบื่อจนน้ำตาร่วงเลย แต่มันไม่เกี่ยวกับเพลงหรอก มันเกี่ยวกับความทรงจำที่เราสร้างขึ้นตอนที่ฟังเพลงเหล่านั้น ถ้าผมพูดถึง ‘โดนต์โนว์วอตยูก็อต (ทิลอิตกอน)’ คุณก็จะคิดถึงช่วงเวลาที่คุณได้ฟังเพลงนี้ใช่มั้ยล่ะ คุณรำลึกได้ว่าคุณอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร หรือว่ากำลังทำอะไรอยู่  นี่คือความงดงามของสิ่งที่พวกเราทำ”

“เราขายความทรงจำ พวกเพลงใหม่ คุณได้แต่หวังว่าคนจะฟังมันแล้วก็สร้างความทรงจำขึ้นและจากจุดนั้นคุณก็จะเล่นเพลงนั้นได้โดยที่คนฟังไม่เบื่อ”

“แฟนเพลงไม่อยากให้คุณโตขึ้นหรอก พวกเขาอยากให้คุณหยุดเวลาที่ปี 1987 พวกเขาไม่อยากได้พัฒนาการทางดนตรี ส่วนใหญ่พวกเขาอยากดูว่าคุณทำอะไรและพร้อมจะสนับสนุนคุณ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ขณะเดียวกันวงดนตรีส่วนใหญ่เติบโตขึ้นไปตามลำดับ และบางครั้งก็เสียแฟนเพลงไป”

หมายเหตุ

เฟร็ดเคยแสดงภาพยนตร์เดอะฮิวแมนเรซแอนด์จังยาร์ดวิลลีมูฟวี:ลอสต์อินทรานซิต

เขาใช้เวลาว่างขับรถแข่งนาสคาร์

ปัจจุบันเขาใช้เวลาอยู่ในห้องบันทึกเสียงดับเบิลฟอร์เตมิวสิก เพื่อทำดนตรีให้โทรทัศน์และกีฬาเป็นหลัก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.