Slaughter


มาร์ก สลอจห์เตอร์กับเดนา สตรัมรู้จักกันมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1985 เคยอยู่วงวินนี วินเซนต์อินเวชันด้วยกัน และออกมาตั้งวงสลอจห์เตอร์ด้วยกัน จะว่าไปก็มีความสัมพันธ์ต่อกันมายาวนาน ส่วนเจฟฟ์ บลันโดเข้าร่วมวงตั้งแต่ปีค.ศ. 1998 แทนทิม เคลลีมือกีตาร์คนเดิมผู้ล่วงลับและฝากฝีมือไว้ในอัลบั้ม แบ็กทูเรียลลิตี ส่วนซอลแทน ชารีย์เข้าร่วมวงปีค.ศ. 2011 เมื่อแบลส อีเลียสมือกลองคนเดิมลาออก

ทุกวันนี้สลอจห์เตอร์ยังไม่แตกวงไปไหน ยังเห็นข่าวว่าออกทัวร์กันบ้าง ไปเล่นตามเทศกาลดนตรีอย่างเช่นร็อกคลาโฮมาบ้าง แต่ไม่มีทีท่าว่าจะทำอัลบั้มใหม่เสียที

“เราไม่คิดว่าจำเป็นต้องทำอัลบั้มเพื่อบอกใครว่าเรายังอยู่ ถ้าเราจะทำก็ต่อเมื่อมันถึงจังหวะที่เหมาะสม” มาร์ก สลอจห์เตอร์เคยให้สัมภาษณ์ไว้อย่างนั้นเมื่อมีคนถามถึงอัลบั้มใหม่ของสลอจห์เตอร์

วงสลอจห์เตอร์เป็นหนึ่งในคลื่นลูกสุดท้ายของแฮร์แบนด์ก่อนที่จะโดนกรันจ์กลบทับจนลับหาย อัลบั้ม สติกอิตทูยา ขายได้มากกว่าสองล้านแผ่น (เฉพาะในอเมริกา) แต่หลังจากนั้นมาพวกเขาก็ค่อย ๆ เลือนหายไป แม้ว่าจะยังอยู่แต่ก็ไม่ได้ออกอัลบั้มใหม่มาเกือบสองทศวรรษแล้ว

สมาชิกหลักของสลอจห์เตอร์ก็คือ มาร์ก สลอจห์เตอร์ นักร้องนำจากเอ็กซ์เคอชัน (Xcursion) ซึ่งตั้งวงประมาณปีค.ศ. 1980 ช่วงหนึ่งเคลลี การ์นี มาร่วมวงเป็นเวลาสั้น ๆ เคลลีเป็นมือเบสไควเอ็ตไรอัตยุคที่แรนดี โรดส์ยังเป็นมือกีตาร์อยู่ แต่เมื่อแรนดีลาออกไปอยู่กับออสซี วงไควเอ็ตไรอัตก็เหมือนแตกไปคนละทาง เคลลีเลยเดินทางมาปักหลักที่ลาสเวกัส แต่น่าเสียดาย อัลบั้มที่เคลลีบันทึกเสียงร่วมกับวงเอ็กเคิสชันไม่ได้วางจำหน่าย ทั้งที่ไปบันทึกเสียงที่ออโตแมตสตูดิโอส์ในซานฟรานซิสโก (สตูดิโอแห่งนี้เคยมีเจอร์นี วายแอนด์ที เคยมาบันทึกเสียง) ตอนที่ เอ็กซ์เคอชัน ออกอัลบั้มก็เหลือสมาชิกแค่สามคนเท่านั้น

เมื่อวงดนตรีไม่ค่อยประสบความสำเร็จ มาร์กเลยยึดอาชีพสอนกีตาร์หารายได้เลี้ยงชีวิต จนกระทั่งปีค.ศ. 1985 ได้พบกับเดนา สตรัม ซึ่งต่อมาทำวงร่วมกับวินนี วินเซนต์ และเรียกมาร์กไปทดสอบเสียง แต่คนได้งานนั้นเป็นโรเบิร์ต ฟลิชแมน อดีตนักร้องนำวงเจอร์นีย์ และเมื่อ โรเบิร์ต ฟลิชแมนลาออกจากวงวินนี วินเซนต์ อินเวชัน ก็เป็นโอกาสของมาร์ก สลอจห์เตอร์ ที่เข้ามาสวมบทบาทโรเบิร์ตในมิวสิกวิดีโอและออกทัวร์ ซึ่งมาร์กรู้สึกว่าเป็นโอกาสดีสำหรับเขาเพราะก่อนหน้านั้นเขาเป็นแค่ครูสอนกีตาร์ในลาสเวกัส เดือนถัดมาเล่นคอนเสิร์ตต่อหน้าคนดูร่วมสองหมื่นคน (เป็นวงเปิดให้อลิซ คูเปอร์) แบบนี้จะว่าไม่ดีได้อย่างไร

วินนี (ในสมัยนั้น) เคยให้สัมภาษณ์ว่ามาร์กนี่แหละที่เป็นตัวเลือกที่เขาอยากได้ตั้งแต่แรก แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจทำให้ทีมบริหารจัดการเลือกโรเบิร์ต ซึ่งเรื่องนี้มาร์กปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

“นั่นมันหนังฮอลลีวู้ดแล้ว ถ้าจะทำประวัติชีวิตนักดนตรีและโฆษณาคงต้องเล่าแบบนั้น แต่เรื่องจริงคือผมเป็นหนึ่งในคนที่อาจจะได้เป็นนักร้องในอัลบั้มแรก ผมเคยร่วมทดสอบเสียงร้องตอนทำอัลบั้มแรก แต่เขาไม่เอา พวกเขาเลือกโรเบิร์ต แต่โรเบิร์ตไม่อยากทำอะไรหลังจากนั้น แต่คนที่จะร้องเพลงแบบนั้นได้อย่างถูกต้องเหมือนที่เขาทำเอาไว้ล่ะ เพลงเร็วและมีท่อนร้องที่กระชับต่อเนื่องจนแทบไม่มีเวลาหายใจ และผมเป็นคนที่ร้องแบบนั้นได้”

“ผมคิดว่าโรเบิร์ตไม่อยากออกทัวร์ ผมคิดว่าเขาคงไม่อยากทำอะไรร่วมกับวินนีด้วยซ้ำ เขาคงคิดแค่ว่า บันทึกเสียง ถ่ายรูปนิดหน่อย แค่นี้พอแล้วไม่อยากทำอะไรอื่นอีกแม้แต่ออกทัวร์ เวลานั้นคริสซาริสเลยต้องหานักร้องนำคนใหม่ให้ และผมก็เป็นหนึ่งในคนที่เป็นตัวเลือกให้มานักร้องนำ เจฟฟ์ อัลดริชบอกว่า คนนี้หน้าตาเหมือนคนก่อนเลย คงต้องเอาคนนี้แหละ และบริษัทคริสซาลิสก็ต้องเดินหน้าต่อเพราะลงทุนไปกับอัลบั้มนี้มากแล้ว”

มาร์กได้แสดงเสียงร้องของตัวเองในอัลบั้ม ออลซิสเต็มโก ซึ่งไปได้สวย ซิงเกิล “เลิฟคิลส์” ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ ไนต์แมร์ออนเอมสตรีต 4 เดอะดรีมมาสเตอร์ แต่หลังจากนั้นก็มีปัญหาภายใน วินนีมองว่าวินนี วินเซนต์อินเวชันคือวงของเขา หรือตัวเขา คนอื่นเป็นแค่ไม้ประดับ และปัญหาที่หนักกว่าคือความต้องการทำงานที่สมบูรณ์แบบของวินนีนั่นเอง

“เขาจะคิดว่า มันจะต้องดีกว่านี้ มันจะต้องดีกว่านี้ แบบนั้นงานศิลปะจะไม่มีวันเสร็จ มันจะต้องหยุดนะจุดใดจุดหนึ่ง คุณจะต้องหาจุดที่เหมาะสมสักจุดเพื่อหยุดแต่งเติมมัน จะได้ทำมันเสร็จ แต่วินนีไม่เคยหาจุดนั้นพบ” มาร์กเล่า และเมื่อถึงเวลาที่เดนาโดนไล่ออกจากวง มาร์กก็เลือกข้างเดนา แต่ตอนนั้นพวกเขาติดสัญญา “สมาชิกวงแยกตัว” ที่คริสซาลิสให้นักดนตรีเซ็นเอาไว้ เพราะเจอบทเรียนจากสตีฟ สตีเวนส์ มือกีตาร์บิลลี ไอดอลแยกตัวไปเซ็นสัญญากับวอเนอร์ คริสซาลีสเลยให้สมาชิกวงที่คณะที่เซ็นสัญญาในช่วงนั้นเซ็นสัญญาว่า ถ้าแยกตัวออกจากวงจะต้องพิจารณาสัญญากับคริสซาลีสก่อน

เมื่อคริสซาลีสมีปัญหากับวินนี (ตอนนั้นวินนีไม่ยอมแม้แต่ให้สัมภาษณ์) คริสซาลีสจึงเลือกที่จะทำสัญญากับสอลจห์เตอร์โดยใช้สัญญาเดิมของวินนี วินเซนต์อินเวชัน

อัลบั้มสติกอิตทูยาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทั้งเดนาและมาร์กเป็นคนดูแลการผลิตเองซึ่งหาได้ยากในสมัยนั้น สลอจห์เตอร์ออกทัวร์ยาวนานร่วมสองปี หลังจบทัวร์คอนเสิร์ตเพียงเดือนครึ่งก็เข้าสตูดิโอทำ อัลบั้มลำดับที่สอง เดอะไวลด์ไลฟ์ ออกมาตอนที่กรันจ์โหมกระหน่ำ แต่ยังพอประคองตัวได้ แต่อัลบั้มถัดมา เฟียร์โนอีวิล กลับดิ่งเหว และสลอจห์เตอร์ไม่เคยกลับไปสู่สถานะร็อกสตาร์ได้อีกเลย แทบไม่มีใครพูดถึงอัลบั้ม เรฟโวลูชัน และเมื่อทิม เคลลีเสียชีวิต ก็เหมือนสมดุลที่เคยมีในวงหายไป อัลบั้มแบ็กทูเรียลลิตี ที่เจฟฟ์เป็นมือกีตาร์เงียบสนิทยิ่งกว่า

แต่สลอจห์เตอร์ก็ยังอยู่ ยังออกทัวร์โดยไม่มีทีท่าว่าจะทำอัลบั้มใหม่ ทั้งหมดเงียบหายจนกระทั่งมาร์ก สลอจห์เตอร์ตัดสินใจทำอัลบั้มเดี่ยวในปีค.ศ. 2015 ด้วยเหตุผลว่าสมาชิกวงสลอจห์เตอร์ทั้งสามคือ เดนา สตรัม เจฟฟ์ บลันโด และ ซอลแทน ชานีย์ล้วนยุ่งอยู่กับการเล่นแบ็กอัปให้วินซ์ นีล (อดีต) นักร้องนำวงมอตลีครู

“สมาชิกวงทำงานสองด้าน ตอนนั้นผมหันมาทำงานงานเดี่ยวเพราะพวกเขาไปเล่นกับวินซ์ครึ่งปี ผมก็ต้องทำงานของผมไปเพราะพวกเขาไม่อยากเข้าสตูดิโอหรอก พวกเขายุ่งมากไม่มีเวลา” มาร์กกล่าว ไม่รู้ว่าภายใต้ตัวอักษรที่อ่านมีความน้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ้างหรือเปล่า?

“ถ้าผมดึงพวกเขาเข้าสตูดิโอแล้วก็กันไม่ให้พวกเขาไปเล่นกับวินซ์ได้ เราคงทำอัลบั้มใหม่กันได้ ตอนนี้ไม่มีใครทำเงินจากการทำอัลบั้มแล้ว แต่นั่นไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเงิน นี่เกี่ยวกับศิลปะ คุณต้องผลักดันผลงานของคุณให้ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ และทำงานต่อไปไม่ว่าจะขายได้เป็นล้านล้านหรือว่าขายไม่ออกเลย”

เดนา สตรัม กับ เจฟฟ์ บลันโด เล่นแบ็กอัปให้กับวินซ์ นีลอดีตนักร้องนำวงมอตลีครูมาร่วมสิบปี และต่อมาพวกเขาดึงซอลแทน ชานีย์ให้เข้ามาร่วมวงวินซ์ นีล ทั้งสามคนคือนักดนตรีที่เล่นในอัลบั้ม แทตทูแอนด์เตกีลา ของวินซ์ ทั้งเล่นทั้งออกทัวร์ราวกับว่าทั้งสามคนลาออกจากสอลจห์เตอร์มาร่วมวงวินซ์ นีล

ที่ตลกและเป็นความตกต่ำของสลอจห์เตอร์ที่สุดน่าจะเป็นงานร็อกคลาโฮมาปีค.ศ. 2007 ปีนั้นมีมาร์กเป็นสมาชิกหลักเพียงคนเดียว ได้บริกซ์ มิลเนอร์มาเล่นกีตาร์ (อดีตมือกีตาร์วงสแครป และอดีตมือเบสวงโดฟ) คนอื่นนี่ใครบ้างก็จำไม่ได้แล้ว ด้วยเหตุผลว่าสมาชิกสองคนคือเดนา สตรัมป์ กับ เจฟฟ์ บลันโด ไปเล่นกับวินซ์ นีลในงานเดียวกัน (แต่คนละวัน)

เดนากับเจฟฟ์เลือกวินซ์ แทนที่จะเป็นวงสลอจห์เตอร์ของตัวเอง นี่บ่งบอกสถานะตกต่ำของวงได้ชัดเจนว่าทำเงินได้น้อยมาก และไม่รู้ว่าภายในวงสลอจห์เตอร์มีการตกลงกันอย่างไรบ้าง แต่ดู

แต่มาร์กไม่รู้สึกอะไร เขาปล่อยให้สมาชิกวงไปทำงานอื่นพร้อมยอมรับชะตากรรม อย่างเมื่อปีค.ศ. 2014 สลอจห์เตอร์ออกทัวร์สั้น ๆ กับวินซ์ นีล สมาชิกสามคนก็มาเล่นกับสลอจห์เตอร์ก่อน แล้วก็มาแบ็กอัปให้วินซ์ต่อ

รับจ็อบขนาดนี้สงสัยจะร้อนเงิน

นี่คือชะตากรรมของวงแฮร์แบนด์ที่เคยรุ่งเรืองมากในยุคสุดท้ายของแฮร์เมทัล

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.