X Japan: We Are X (DVD)


เลี่ยงการเขียนถึง “วีอาร์เอ็กซ์” มาเนิ่นนานเพราะรู้ตัวว่าอคติกับวงนี้พอสมควร ด้วยความที่ฟังบลูบลัด กับ เจลัสซี แล้วเกิดความคาดหวังว่าพวกเขาจะก้าวต่อไป แต่มีปัญหาภายในจนกลายเป็นเอ็กซ์ที่เหลือแต่ชื่อ และขายของเก่ากินซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อ๊ะ เดี๋ยวก่อน ถ้าดูวงคิส วงเอซี/ดีซี มันก็ขายของเก่า ลีลาการแสดงสดแบบเดิม ๆ ไม่ใช่หรือไร?

ตั้งแต่ไทจิออกจากวง เอ็กซ์กลายเป็นเอ็กซ์เจแปน เสน่ห์ของเอ็กซ์ก็ลดลงเป็นเพียงแค่วงแบ็กอัปของโยชิกิ ทุกครั้งที่ฟัง อาร์ตออฟไลฟ์ ผลงานชิ้นเอกของโยชิกิก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเสียงเบสเป็นฝีมือไทจิจะมีสีสันขนาดไหน ฮีธทำให้เสียงเบสเป็นเพียงผู้ตามที่เล่นเสริมเสียงกลองได้อย่างน่าทึ่ง แต่ไม่อาจฝ่ากำแพงเสียงกลองของโยชิกิออกมาได้ พาตะเก็บตัวเงียบ ฮิเดะที่เป็นความหวังก็เอาความคิดสร้างสรรค์ไปทุ่มกับงานส่วนตัวมากกว่าเดิม อัลบั้ม ดาห์เลีย กลายเป็นเพียงอัลบั้มที่รวมซิงเกิล บทเพลงกระจัดกระจายไร้ทิศทาง และหลังจากนั้นเอ็กซ์ก็ยุบวงเพราะโทชิลาออกจากวง

เชื่อว่าเมื่อเอ็กซ์กลับมารวมตัวกันใหม่ (แม้จะไม่มีฮิเดะกับไทจิ) แฟนเพลงอยากเห็นผลงานใหม่ไม่แพ้การได้ดูวงเอ็กซ์เล่นเพลงคลาสสิกของวงในคอนเสิร์ต ขณะเดียวกันก็มีแฟนเพลงส่วนหนึ่ง ซึ่งคงเป็นจำนวนไม่น้อยที่โหยหาอดีต และดูเหมือนว่าโยชิกิเองก็พร้อมจะทำแบบนั้นเสียด้วย แม้ว่าแฟนเพลงหลายคนยังฝันกลางวันว่าเอ็กซ์จะทำอัลบั้มระดับมาสเตอร์พีซออกมาได้ แต่หลังจากที่พวกเขากลับมารวมตัวกันใหม่เมื่อปีค.ศ. 2007 ทำเพลง “ไอ.วี.” (หรือ 4) ใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ “ซอว์” ภาคสี่ จากวันนั้นจนถึงวันที่เขียนนี่พวกเขากลับมารวมตัวกันนับสิบปี มีเพลงใหม่ให้ฟังสี่หรือห้าเพลงเท่านั้น

สิบปีผ่านไปไวเหมือนโกหก…

สตีเฟน ไคแย็ก ผู้เคยกำกับสารคดีเรื่องเยี่ยม “สก็อตต์ วอล์กเกอร์: มนุษย์ศตวรรษที่ 30”  (Scott Walker: 30 Century Man) เคยทำสารคดีวงร็อกรุ่นใหญ่คือโรลลิงสโตนส์มาแล้วใน “สโตนส์อินเอ็กไซล์”  (Stones in Exile – เบื้องหลังการทำอัลบั้มเอ็กซ์ไซล์ออนเมนสตรีต) หรือทางฝั่งบอยแบนด์ก็มีแบ็กสตรีตบอย

นั่นเป็นแค่ตัวอย่างให้เห็นว่าเขา…สตีเฟน ไม่ใช่มือใหม่ที่เพิ่งจับสารคดีวงดนตรีที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่การจับวงวิชอลเคย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เจร็อก – เอ็กซ์เจแปน มาบันทึกประวัติไว้เป็นสารคดีย่อมยุ่งยากกว่าที่เคยทำเพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรมคนละซีกโลก แม้ว่าเขาจะทำการบ้านมาอย่างหนักแล้วก็ตาม

ก่อนดูสารคดี “วีอาร์เอ็กซ์” คาดหวังว่ามันคงมีคำตอบสำหรับอะไรหลายอย่างในใจแฟนเพลง อย่างเช่นทำไมไทจิถึงออกจากวง เพราะไทจิเขียนเป็นนัยไว้ในหนังสือของเขา (อ่านจากในอินเตอร์เน็ตที่มีแฟนเพลงบางคนแปลเป็นอังกฤษ) จับใจความได้ว่าโยชิกิได้เงินส่วนแบ่งมากกว่าคนอื่นมาก เขาเลยเรียกร้องสิทธิที่เขาควรจะได้ ผลก็คือโดนเตะออกจากวง

นั่นไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่เพราะไม่เคยได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนจากปากผู้เกี่ยวข้องเลยสักคน และนั่นทำให้เกิดข่าวลือตามมาว่าที่เขาออกจากวงเพราะพยายาม “ยึด” วง หรือพยายามดึงสมาชิกวงไปตั้งวงใหม่ ทำให้โยชิกิต้องตัดไฟแต่ต้นลม และข่าวลือลามไปถึงว่าไทจิทำเรื่องผิดกฎหมายเช่นยาเสพติด ความรุนแรง ฯลฯ ทำให้โยชิกิต้องไล่ออก ซึ่งในสารคดี “วีอาร์เอ็กซ์” โยชิกิบอกแต่เพียงว่าไทจิ “ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ” ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคือเรื่องอะไร แต่ถ้าเขาไม่ไล่ไทจิออกวงเอ็กซ์คงสูญสิ้นไปในช่วงนั้น (ก่อนหน้านี้สักสองสามปีโยชิกิเคยให้สัมภาษณ์ว่าไทจิล้ำเส้นกฎของวงเอ็กซ์) สรุปแล้วก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าทำไมไทจิถึงต้องออก

มันมีอะไรอีกหลายเรื่องที่ยังค้างคาใจแฟนเพลง และไม่เคยได้รับความกระจ่างชัดเจน อาจจะด้วยวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ค่อนข้าง “นอบน้อม” “ขี้เกรงใจ” และถือสาในเรื่อง “ส่วนตัว” ทำให้อะไรหลายอย่างโดนทิ้งให้คลุมเครืออยู่อย่างนั้น

“วีอาร์เอ็กซ์” ดำเนินเรื่องโดยมีโยชิกิเป็นศูนย์กลาง จนอยากจะเปลี่ยนชื่อสารคดีเรื่องนี้เป็น “ไอแอมโยชิกิ” ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว โทชิซึ่งร่วมตั้งวงมาด้วยกันแท้ ๆ ยังแทบไม่มีบทบาท แต่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่ารอยร้าวระหว่างโทชิกับโยชิกิเริ่มตั้งแต่ทางวงคิดสร้างชื่อเสียงที่อเมริกา โทชิซึ่งออกเสียงร้องให้เหมือนเจ้าของภาษาไม่ได้ต้องพยายามอย่างหนักเป็นปี แต่คนเราถ้ามันไม่ใช่เกิด เติบโต หรืออยู่ในแวดวงคนใช้ภาษาอังกฤษ (หรือภาษาไหนในโลก) มาตั้งแต่เด็กก็ยากที่จะทำสำเนียงให้เหมือนเป๊ะ อันนี้วงรุ่นพี่เช่นลาวด์เนส บาววาววาว เคยเจอมาก่อนแล้ว ความกดดันทั้งหลายจึงมาลงที่โทชิ นักร้องนำของวง อาร์ตออฟไลฟ์ ต้องใช้เวลาบันทึกเสียงร้องอย่างเดียวเนิ่นนานนับปี (ไม่นับความพยายามบันทึกเสียงมาตั้งแต่สมัยอัลบั้มเจลัสซี) และมันก็เจาะตลาดอเมริกาไม่สำเร็จ

ส่วนสมาชิกคนอื่น พาตะ ฮีธ ที่โผล่หน้ามาพูดไม่กี่ประโยค เหมือนตัวประกอบที่โผล่มาให้ครบวง ส่วนซูกิโซนั้นยังไงก็นึกว่าเขาเป็นแขกรับเชิญทุกครั้งไปเพราะเห็นหน้าทีไรก็นึกถึงลูนาซีทุกครั้ง

ต้องยอมรับว่าโยชิกิเป็นศูนย์กลางของวง เขาทำให้วงมี “เรื่องราว” และขายเรื่องราวให้แฟนเอ็กซ์ได้ดื่มด่ำความสุขครั้งเก่า ฮิเดะที่เสียชีวิตไปนานยังโดนเอามาเป็นตัวชูโรงได้ทั้งที่เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ในคอนเสิร์ตก็ยังเอาภาพเก่า ๆ ของฮิเดะมาเรียกความหลังจากแฟนเพลง ยังคงมีชื่อไทจิให้ได้เห็นในคอนเสิร์ตช่วงหลังจากที่ไทจิเสียชีวิตไปแล้ว

แต่มันกลายเป็นว่าทุกวันนี้เอ็กซ์เคลื่อนไหวได้เพราะโยชิกิ โดยไม่มี “ความเห็นต่าง” จากไทจิหรือฮิเดะ วงเอ็กซ์เจแปนกลายเป็นแค่วงสดุดีวงเอ็กซ์ การแสดงสดที่โคชเฮลลาปีค.ศ. 2018 เห็นได้ชัดว่าทุกคนเป็นตัวประกอบให้กับโยชิกิ แค่เล่นตามหน้าที่ของตัวเองไปไม่เหมือนวงเอ็กซ์ในช่วงปีค.ศ. 1988 – 1990 สมัยที่พวกเขายังเป็นวิชวลเคย์ ยังมีฮิเดะและไทจิอยู่ในวง

สามอัลบั้มแรกของเอ็กซ์ได้แสดงความเป็นเอ็กซ์ได้ชัดเจนที่สุดแล้ว โดยเฉพาะอัลบั้มบลูบลัดและเจลัสซี และบางทีควรเก็บมันไว้เป็นแค่ความทรงจำน่าจะดีกว่าคาดหวังอะไรใหม่ ๆ จากเอ็กซ์เจแปน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.