Blue Öyster Cult: (Don’t Fear) The Reaper


สมัยที่ยังเด็กเพิ่งเริ่มฟังเพลงใหม่ ๆ หาข้อมูลต่าง ๆ จากนิตยสารบ้างหรือวิทยุบ้าง (สมัยนั้นยังไม่มีอินเตอร์เน็ตนะจ๊ะ) ก็ได้ยินและได้อ่านชื่อวงบลูออยสเตอร์คัลต์มาบ้าง โดยเฉพาะเพลง “(โดนต์เฟียร์) เดอะรีปเปอร์” ของวง แต่ก็ไม่เคยได้ฟังเสียทีจนกระทั่งเข้าสู่ยุคเทปผีเฟื่องฟูจึงได้ซื้อมาฟัง

ด้วยความที่ชื่อวงออกออกแนวนอกรีต มีอุมเลาต์ (จุดสองจุด) บนตัวโอ เลียนแบบอักษรเยอรมัน (ซึ่งถ้าเข้าใจไม่ผิดจะเป็นอเมริกันร็อกวงแรกที่ทำแบบนี้ในชื่อวง) โลโก้ของวงก็ดัดแปลงมาจากสัญลักษณ์ของโครนอส เทพไททัน บิดาของซูส เนื้อเพลงก็เกี่ยวกับยมทูต มีการกล่าวถึงว่าสร้างท่อนริฟฟ์ได้เยี่ยม ก็เลยจินตนาการไปว่าเพลง “(โดนต์เฟียร์) เดอะรีปเปอร์” จะออกมาแนวใกล้เคียงกับแบล็กซับบาธ พอได้ฟังจริงแล้วผิดคาดไปพอสมควร เพลงนี้ฟังแล้วนึกถึงวงเดอะเบิร์ดส์ขึ้นมาซะงั้น ทั้งเสียงกีตาร์ใสใส ท่วงทำนองสวยสวย การประสานเสียงนุ่มนวล ช่างเป็นเพลงปลอบประโลมไม่ให้กลัวยมทูตเอาเสียจริง ๆ

จากซ้ายไปขวา โดนัลด์ โรเซอร์ (เสื้อเชิร์ตขาว) ด้านหลังคืออีริก บลูม (สวมแว่น) อัลเบิร์ต บูชาร์ด อัลเลน เลเนียร์ และ โจ บูชาร์ด

อันที่จริงบลูออยสเตอร์คัลต์เกิดมาเพราะแซนดี เพิร์ลแมน ผู้จัดการวงอยากจะหาวงดนตรีที่เป็นแบล็กซับบาธภาคอเมริกัน ก็เลยเกิดเป็นวงบลูออยสเตอร์คัลต์ขึ้นมา แต่ว่าบลูออยสเตอร์คัลต์ก็สร้างสไตล์ของตัวเองด้วยการผสมผสานไซคีเดลิกออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

“(โดนต์เฟียร์) เดอะรีปเปอร์” เป็นพยาน!!!

บั๊ก ดาร์มา หรือว่าชื่อจริงคือ โดนัลด์ โรเซอร์ มือกีตาร์ของวงผู้ประพันธ์เพลงนี้บอกว่ามันไม่เกี่ยวกับความตายเท่าไหร่ เขาเพียงแค่คิดว่าชีวิตเขาไม่ยืนยาว อาจจะตายตอนวัยหนุ่มก็ได้ แต่เขาเชื่อว่าความรักจะยังดำรงอยู่หลังจากนั้น ดังนั้นอย่าไปกลัวความตาย

เนื้อเพลงเป็นอย่างไรมาดูกัน

All our times have come
Here, but now they’re gone
Seasons don’t fear the reaper
Nor do the wind, the sun or the rain

(We can be like they are) Come on, baby
(Don’t fear the Reaper) Baby, take my hand
(Don’t fear the Reaper) We’ll be able to fly
(Don’t fear the Reaper) Baby, I’m your man

Valentine is done
Here, but now they’re gone
Romeo and Juliet
Are together in eternity

(Romeo and Juliet) 40,000 men and women everyday
(Like Romeo and Juliet) 40,000 men and women everyday
(Redefine happiness)Another 40,000 coming everyday

Love of two is one
Here, but now they’re gone
Came the last night of sadness
And it was clear she couldn’t go on

The door was open and the wind appeared
The candles blew and then disappeared
The curtains flew and then he appeared

(Saying, “don’t be afraid”) Come on, baby
(And she had no fear) And she ran to him
(Then she started to fly) They looked backward and said goodbye
(She had become like they are) She had taken his hand
(She had become like they are) Come on, baby
(Don’t fear the Reaper)

เปิดฉากด้วยการรำพึง สักวันหนึ่งก็คงต้องถึงเวลาของเรา ไม่มีอะไรอยู่ชั่วนิรันดร์เดี๋ยวก็ต้องจากไป ดูฤดูกาลต่าง ๆ ลม พระอาทิตย์ สายฝน สิไม่เห็นมันจะรู้สึกหวาดเกรงความตายหรือจุดสิ้นสุด เพราะมันคือวัฏจักรธรรมชาติ พระอาทิตย์มีขึ้นมีตก ฤดูกาลก็เปลี่ยนผันไปแล้วก็กลับมาอีกครั้ง ฝนตกแล้วก็ต้องหยุด แล้วสักวันมันก็จะตกลงมาใหม่

เราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ จะไปกลัวความตายทำไมกันล่ะ กุมมือฉันไว้อย่ากลัวไปเลย

วาเลนไทน์มาแล้วก็ไป โรมิโอกับจูเลียตยังครองรักกันชั่วนิรันดร์ มีชายหญิงเสียชีวิตไปวันละสี่หมื่นคน แล้วกีมีคนเกิดใหม่วันละสี่หมื่นคน

“ท่อนที่สองสร้างปัญหามาหลายปี…” โดนัลด์ โรเซอร์ เคยให้สัมภาษณ์ในปีค.ศ. 1998 “วาเลนไทน์เป็นตัวแทนของความรักในช่วงเวลาหนึ่ง ผมใช้ โรมิโอกับจูเลียต เพื่อเป็นตัวแทนของคนที่เชื่อมั่นความรักพร้อมดิ้นรนฟันฝ่าไปสู่ที่ไหนสักแห่งเมื่อพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้มีความรักในโลกนี้ เวลานี้ นั่นคือความหมายของคำว่าอยู่ด้วยกันตราบนิรันดร์ที่เขียนไว้ เพราะพวกเขามีความเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ ผมไม่เคยคิดว่ามันจะหมายถึงการฆ่าตัวตายตามเนื้อเรื่องและไม่คิดว่าจะเป็นเหตุให้ใครฆ่าตัวตาย หรือเป็นโฆษณาชวนเชื่อให้ใครฆ่าตัวตาย ตัวเลข 40,000 เป็นตัวเลขของคนที่ตายทั่วโลกในแต่ละวัน ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นจำนวนคนที่ฆ่าตัวตาย”

ความรักของคนสองคนเป็นหนึ่งเดียว แต่แล้ววันหนึ่งมันก็จบสิ้นลงเมื่อยมทูตมาเยี่ยมเยือน แต่ถ้าเรายอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักร เราก็จะไม่กลัวอะไร

เกร็ด

รายการแซตเทอเดย์ไนต์ไลฟ์เคยทำล้อเลียนเพลงนี้ในชื่อ “ขอเสียงคาวเบลล์อีก” น่าเสียดายหาคลิปให้ดูไม่ได้ วิล เฟอร์เรลเล่นตลกดี มีคริสโตเฟอร์ วอลเกนร่วมแสดงด้วย

ในเพลงต้นฉบับก็มีเสียงคาวเบลล์อยู่จริง ๆ ตอนแรกไม่มีแต่เดวิด ลูคัส โปรดิวเซอร์เป็นคนบอกให้ใส่ลงไปหลังบันทึกเสียงเสร็จแล้ว และมันออกมาดีจริง ๆ

มีคนเอาไปทำใหม่หลายวง ที่ชอบก็มีเวอร์ชันของกัส แบล็ก ฮิม และบิวตีฟูลเซาธ์ ส่วนเวอร์ชันอื่น เช่นของเฮฟเวนเซเวนทีนนี่ออกจะเฉย ๆ ที่ไม่ค่อยชอบก็เวอร์ชันของกูกูดอลล์นี่ล่ะ

ถ้าข้าพเจ้าเสียชีวิตไป ก็อยากให้เปิดเพลงนี้ต่อด้วย “ว็อตอะวันเดอะฟูลเวิร์ล” ของหลุยส์ อาร์มสตรอง นะ

เพลง “(โดนต์เฟียร์) เดอะรีปเปอร์” อยู่ในอัลบั้มลำดับที่ 4 เอเจนส์ออฟฟอร์จูน วางจำหน่ายเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1976

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.