รำลึกถึงแฮร์แบนด์


โดยส่วนตัวชอบแกล็มเมทัลกับบรรดาแฮร์แบนด์ (บางทีก็เรียกรวม ๆ กันว่า แฮร์เมทัล) มากเป็นพิเศษ เหตุผลง่าย ๆ คือเป็นวัยรุ่นช่วงนั้นพอดี ดนตรีแกล็มเมทัล/แฮร์แบนด์เลยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเติบโตมาด้วยกัน ช่วงแฮร์เมทัลดับสลายร่วงโรยก็เป็นช่วงที่ต้องทำงานเลี้ยงชีวิต ความสนใจก็เทไปด้านอื่นที่ไม่ใช่ดนตรีเสียเยอะ แล้วก็เปิดรับเพลงแปลกใหม่ที่ไม่เคยฟังมาก่อนมากมาย ด้วยความที่ดนตรีมีหลายแนวหลากหลาย ยิ่งช่วงอัลเทอร์เนทีฟ กรันจ์ นูเมทัล เอาอะไรต่อมิอะไรมาผสมกันเยอะไปหมด พอมันเยอะมากไปก็เลยไม่ได้จดจ่ออยู่กับดนตรีแนวใดเป็นพิเศษ

วันนี้ได้อ่านสเตตัสของมิตรสหายท่านหนึ่ง ว่าด้วยวงแบดฟอร์กู้ด (Bad4Good) ก็เลยสะกิดความทรงจำขึ้นมานิดหน่อย คือจำได้ว่า ตอนที่เห็นแบดฟอร์กู้ด (ออกอัลบั้มเรฟูจีปีค.ศ. 1992) เกิดความรู้สึกว่าแฮร์แบนด์จบสิ้นแล้ว

ความจริงเกิดความรู้สึกว่าแฮร์แบนด์เริ่มเสื่อมมาตั้งแต่ตอนรู้จักทริกซ์เตอร์ (Trixter) แล้ว

คนส่วนใหญ่มองว่ากรันจ์ “ฆ่า” แฮร์เมทัลซึ่งก็ไม่ผิดเท่าไหร่ ในฐานะที่กรันจ์กลายเป็นดนตรีกระแสแทนแฮร์เมทัล แต่ถ้าดูกันอีกทีบรรดานักธุรกิจในแวดวงดนตรีนี่แหละที่ช่วยกัน “ส่งเสริม” จนแฮร์เมทัลฆ่าตัวเอง

แฮร์เมทัลน่าจะได้รับความนิยมสูงสุดช่วงปีค.ศ. 1989 ปีนั้นมีอัลบั้มเยี่ยม ๆ ออกมาหลายชุด มีทั้งที่ดังเปรี้ยงปากและแป้กเงียบเหงา อย่างเช่น อัลบั้มแรกของวงหน้าใหม่ สคิดโรว์ อัลบั้มเดอตีร็อตเทนฟิลธีสติงกีริช ของวอแรนต์ อัลบั้มแรกของบลูเมอเดอร์ อัลบั้มทไวซ์ชายของ เกรตไวต์ อัลบั้มด็อกเตอร์ฟิลกู้ดของมอตลีครู อัลบั้มแรกของแบดแลนด์ นี่ยังไม่นับวงที่ไม่ค่อยดังแต่ทำอัลบั้มออกมาดีอีกหลายชุด

ขณะเดียวกันก็เริ่มมีวงดนตรีที่ไม่ใช่เมทัลเต็มตัวได้รับความนิยมมากขึ้น อย่างเช่นเฟธโนมอร์ เรดฮอตชิลลีเป็ปเปอร์ ไวต์ซอมบี เจนส์แอดดิกชัน คือทำดนตรีแรง หนัก เร้าใจ แต่ไม่ใช่เมทัลภาพลักษณ์ก็ไม่ได้สำอางดูดี ก็น่าจะเป็นสัญญานเตือนว่าได้เวลาสำหรับสิ่งใหม่ ๆ ได้แล้ว คำว่าแฮร์แบนด์เริ่มมีคนใช้กันในช่วงปีค.ศ. 1989 หรือ 1990 นี่เอง เริ่มแรกก็เป็นคำสบประมาทเสียด้วยซ้ำ คือดีแต่ไว้ผมยาว (แต่ต้องดูดี) แต่ดนตรีออกจะป็อปอ้อนสาวเอาใจวัยรุ่น ประมาณนั้น แต่บางวงก็ฝีมือดีนะ เช่น วิงเกอร์ ถึงดนตรีออกจะป็อปแต่ฝีมือการเล่น โดยเฉพาะกีตาร์กับการเรียบเรียงดนตรีเยี่ยมมาก หรือไวต์สเน็ค ช่วงอัลบั้ม ไวต์สเน็ก – 1987 กับสลิปออฟเดอะทังก์ ก็โดนกวาดเข้าไปอยู่ในกลุ่มแฮร์แบนด์ทั้งที่ฝีมือฉกาจทั้งทีม

แต่ช่วงนั้นแฮร์แบนด์ยังมาแรงอยู่ พอวงเช่น วอแรนต์ หรือ สคิดโรว์ ดัง ทำยอดจำหน่ายได้เป็นล้านชุด ก็เริ่มมีวงที่ขายหน้าตาความเป็นวัยรุ่นเกิดขึ้นมา อย่างเช่นทริกซ์เตอร์ วงที่จะ “ขาย” จะเป็นวงที่ดูดีในมิวสิกวิดีโอเป็นหลัก บรรดานักธุรกิจทั้งหลายอยากสร้างวงที่จะเป็นบอนโจวีหรือพอยซัน เน้นให้สาว ๆ หลง ขายวัยรุ่นได้ กลายเป็นว่าทุกคนกระโจนเข้าหาตลาดใหญ่โดยพยายามทำซ้ำในสิ่งที่คิดว่า “ทำตลาด” ได้ง่าย ผลก็คือวงแฮร์แบนด์เกลื่อน บางวงก็ฝีมือดีแต่ยังหาเอกลักษณ์ของตัวเองไม่ได้ เช่น ร็อกซีบลู อาย,นโปเลียน ตลาดมีแต่ความซ้ำซากและน่าเบื่อหน่าย ถึงแม้ว่าจะมีบางคณะที่ทำดนตรีดี แต่ก็ยังต้องใช้ภาพลักษณ์แบบแฮร์แบนด์มาช่วยโฆษณาอย่างวงเนลสันช่วงทำอัลบั้มแรก หรือมิสเตอร์บิ๊กที่ดนตรีเหมือนเอาร็อกยุค 70 มาปัดฝุ่นเพิ่มชีวิตชีวาใหม่ก็ยังมีภาพแฮร์แบนด์ประทับอยู่

พอก้าวย่างเข้าทศวรรษ 90 วงยักษ์ใหญ่ก็เกิดปัญหาภายในราวกับนัดหมายกัน เช่น วินซ์ นีล ออกจากมอตลีครู ซีซี เดวิลล์ ออกจากพอยซัน แรตต์แยกวง พอวงใหญ่เป็นแม่เหล็กระส่ำระสาย วงหน้าใหม่ก็แทบแจ้งเกิดไม่ได้ทั้งที่หลายวงก็ออกจะมีฝีมือ เช่น บักซีมาโลน หรือวงที่ยังอยู่ก็พยายามทำดนตรีให้หนักแน่นขึ้นอย่าง สคิดโรว์ วอแรนต์ หรือพอยซัน ซึ่งบางครั้ง (หลายครั้ง) ที่เปลี่ยนแนวทางไปแฟนเพลงเก่า ๆ ก็รับไม่ได้

แฮร์เมทัลก็เสื่อมสลายด้วยฝีมือตัวเองนั่นแล อย่างที่สุภาษิตโบราณว่าไว้ “สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน”

ถ้าจำไม่ผิดเพลงสุดท้ายที่ขึ้นถึงอันดับ 1 ในบิลบอร์ดฮอต 100 ได้ก็คือ “ทูบีวิธยู” ของมิสเตอร์บิ๊กเป็นเพลงบัลลาดสุดฮิตที่ต้องหยิบยกมาพูดถึงเสมอเพื่ออ้างถึงเพลงบัลลาดของเหล่าแฮร์แบนด์ น่าจะเป็นเพลง “แฮร์แบนด์” เพลงสุดท้ายที่ขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ตก่อนดนตรีกรันจ์มาครองตลาด ออกวางจำหน่ายช่วงปลายปีค.ศ. 1991

พอเข้าปีค.ศ. 1992 เป็นต้นมา พวกแฮร์แบนด์เหมือนจะไปไม่ถึงดวงดาวเสียทั้งนั้น เดอะไวลด์ไลฟ์ ของสลอจเตอร์ โผล่มาตอนแรกเหมือนจะดี ขึ้นถึงอันดับ 8 ในบิลบอร์ดชาร์ต แต่ร่วงอย่างรวดเร็วและทำยอดจำหน่ายไม่ถึงล้านแผ่น วงหน้าใหม่ แบดฟอร์กู้ด ซึ่งโฆษณากระหน่ำว่าเป็นวงร็อกที่เด็กมาก (มือกีตาร์เพิ่งอายุ 11 – 12 เท่านั้น) ก็ไปไม่ถึงดวงดาว อัลบั้มแรกของวงอาเขตที่มีสตีเวน เพียร์ซี อดีตนักร้องนำวงแรตต์เป็นผู้นำ ก็เทียบไร้คนเหลียวแล อัลบั้มน็อตติงเซเครด ของเบบีลอนเอดี ออกมาแบบอนาถาแทบไม่มีใครพูดถึง

จะมีก็แต่วงใหญ่อย่างบอนโจวีที่พอจะประสบความสำเร็จในคีปเดอะเฟธ ถึงยอดจำหน่ายจะตกฮวบแต่ก็ยังขายได้เกิน 2 ล้านแผ่น และพวกเขาก็ทิ้งคราบแฮร์แบนด์และแกล็มเมทัลในอดีต หันเข้าสู่ดนตรีร็อกเมนสตรีมเต็มตัว

หลังจากนั้นอีกสองสามปี ดนตรีแฮร์แบนด์ก็กลายเป็นของล้าสมัยโดยสิ้นเชิง มอตลีครูซึ่งพยายามกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในอัลบั้มมอตลีครู (1994) กลายเป็นอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายต่ำสุดในบรรดาอัลบั้มต่าง ๆ ของมอตลีครู คือแฟนเพลงดั้งเดิมก็ไม่รับจอห์น คอราบี นักร้องนำคนใหม่ทั้งที่เสียงก็ดี แต่อาจจะเป็นเพราะเปลี่ยนแนวทางไปทำดนตรีหนักแน่นเพื่อสู้กระแสกรันจ์ก็ได้ทำให้แฟนดั้งเดิมไม่ค่อยสนใจ (แต่ดันยอมรับเจเนอเรชันสไวน์ที่เปลี่ยนไปอัลเทอเนทีฟเมทัลเต็มตัวเพียงเพราะวินซ์ นีลกลับมา)

แกล็มเมทัลมีอายุประมาณสิบปีเศษ แต่เป็นช่วงเวลาสิบปีที่มีสีสันแพรวพราวและทำให้ดนตรีเฮฟวีเมทัลก้าวสู่เมนสตรีมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.