เมื่อ Ronnie เข้าร่วมวง Black Sabbath


ความสัมพันธ์ระหว่างออสซี ออสบอร์นกับสมาชิกที่เหลือของแบล็กซับบาธย่ำแย่ลงชัดเจนตั้งแต่ทำอัลบั้ม เทคนิคัลเอ็กตาซี (1976) ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น แบล็กซับบาธเริ่มเปลี่ยนแนวทางไปอีกทางที่ออสซีไม่ชอบ (โดยเขาอ้างในหนังสือ ไอแอมออสซี ว่าโทนีต้องการเปลี่ยนแนวดนตรีให้อ่อนลงเหมือนควีนหรือฟอเรนจ์เนอร์) อีกทั้งเวลานั้น สมาชิกแบล็กซับบาธแต่ละคนก็มีปัญหาติดเหล้าติดยากันงอมแงม ไม่ว่าจะเป็นโทนี ไอออมมี กีเซอร์ บัตเลอร์ หรือ บิล วอร์ด โดยเฉพาะตัวออสซีดูจะหนักข้อกว่าคนอื่น ตอนบันทึกเสียง เทคนิคัลเอ็กตาซี จบก็ต้องไปรับการบำบัดอาการทางจิตที่สเตฟฟอร์ดเคาตีอไซลัมในบริเทน ส่วนดอน อาร์เดนผู้จัดการวงก็ไม่ได้สนใจแบล็กซับบาธมากนักในตอนนั้นเพราะกำลังเห่อวงอิเล็กทริกไลต์ออเคสตราที่กำลังโด่งดังติดท็อปเทนในสหรัฐอเมริกา
ปลายปีค.ศ. 1977 ออสซี ออสบอร์นตัดสินใจลาออกจากวง เพื่อก่อตั้งวงบลิซซาร์ดออฟออส โทนี ไอออมมีตัดสินใจเลือก เดฟ วอล์กเกอร์ อดีตสมาชิกซาวอยบราวน์มาเป็นนักร้องนำแทน ถึงขั้นร่วมเขียนเพลงและแสดงสดร่วมกันในรายการโทรทัศน์ “ลุคส์!, เฮียรส์!” ทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี แต่เดือนมกราคม ค.ศ. 1978 ออสซีเปลี่ยนใจกลับมาร่วมวงแบล็กซับบาธอีกครั้ง และทำอัลบั้ม เนเวอร์เซย์ดาย ออกมาในที่สุด แต่ระหว่างทัวร์เนเวอร์เซย์ดายก็มีปัญหาเดิม ๆ เกิดขึ้นอีก และเมื่อเตรียมตัวทำอัลบั้มถัดไปที่ลอสแอนเจลิส ออสซีกลับไม่ยอมทำงานเสียอย่างนั้น ไม่ยอมแม้แต่จะมาซ้อมดนตรี ผัดผ่อนบ่ายเบี่ยงไปเรื่อยจนโทนีหมดความอดทน
แบล็กซับบาธ และ ออสซี

ระหว่างนั้น มีวันหนึ่งที่ดอน อาร์เดน ผู้จัดการวงแบล็กซับบาธจัดปาร์ตี้ที่บ้าน ชารอน อาร์เดน ลูกสาวและเป็นผู้ช่วยของดอนได้แนะนำให้โทนีรู้จักกับแขกคนหนึ่งในงาน ชื่อว่า รอนนี เจมส์ ดีโอ

รอนนี เจมส์ ดีโอ สร้างชื่อเสียงจากการเป็นนักร้องนำให้วงเรนโบว์ของริตชี แบล็กมอร์ ขณะที่อัลบั้ม ลองลีฟร็อกแอนด์โรล (1978) ประสบความสำเร็จพอสมควรเมื่อเทียบกับอัลบั้มก่อนหน้านั้น ทว่า ริตชีไม่พอใจความสำเร็จในระดับนั้น และที่สำคัญเขาเริ่มไม่ชอบเนื้อเพลงที่เวียนวนอยู่กับเรื่องราวของอัศวิน แฟนตาซี พ่อมดอภินิหารต่าง ๆ รอนนีซึ่งไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแนวทางการเขียนเนื้อร้องจึงต้องออกจากวงเรนโบว์ เมื่อรอนนีออกจากวงเรนโบว์เขาย้านถิ่นฐานจากคอนเน็กติกัตมาลอสแอนเจลีส ซึ่ง ณ ที่นั้น เวนดี ดีโอ ภรรยาและผู้จัดการส่วนตัวของรอนนีได้รู้จักกับชารอน อาร์เดน บุตรสาวของดอน อาร์เดน ผู้จัดการวงแบล็กซับบาธ “ในตอนนั้นชารอนเป็นคนแนะนำผมให้รู้จักรอนนี…” โทนีบอก “ผมเข้าไปหาเขาแล้วก็บอกเขาว่า ตอนนี้ผมอยู่ในสถานการณ์ที่แย่มาก ผมไม่คิดว่าสถานการณ์ที่พวกเราเป็นอยู่ตอนนี้จะไปได้สวย คุณสนใจจะทำอะไรใหม่ ๆ บ้างมั้ย?” รอนนีสนใจ และหลังจากนั้นหลายเดือนกว่าที่ทั้งคู่จะเจรจาจริงจัง เพราะทั้ง โทนี กีเซอร์ และบิล ยังสับสนว่ามันจะเป็นอย่างไร ออสซีจะยังอยู่กับวงหรือไม่ เพราะออสซีเคยออกจากวงจนพวกเขาหานักร้องนำคนใหม่ได้แล้ว แต่ออสซีกลับมาหน้าตาเฉย ดอน อาร์เดนเองก็พยายามที่จะเหนี่ยวรั้งออสซีให้อยู่กับวงแบล็กซับบาธ ไม่อยากให้แบล็กซับบาธหานักร้องนำคนใหม่ จนกระทั่งถึงวันที่ประกาศการออกอย่างเป็นทางการว่าออสซีไม่อยู่กับวงแล้ว โทนีจึงพูดคุยกับบิลและกีเซอร์ว่า “ทำไมเราไม่ลองรอนนีล่ะ” โทนีโทรศัพท์หารอนนี เชิญชวนให้มาที่บ้านของเขาเพื่อลองซ้อมดนตรีร่วมกัน ในเวลานั้นโทนีได้ทำดนตรีเพลง “ชิลเดรนออฟเดอะซี” ไว้แล้ว แต่ยังไม่มีเนื้อร้องและท่วงทำนอง “โทนีมีท่อนริฟฟ์ที่เยี่ยมยอดมาก เขาเล่นให้ผมฟัง…”รอนนีเล่า “…แต่เขาติดอยู่ตรงนั้นไม่รู้จะทำอะไรกับมันต่อ ผมก็เลยบอกว่าให้เวลาผมหน่อย แล้วก็ไปนั่งเขียนเนื้อร้องที่มุมห้อง เสร็จแล้วเราก็มาบันทึกเสียงกัน พอเอามาฟังดู มันทำให้พวกเราประทับใจมาก เรามีอะไรบางอย่างที่ไปกันได้” “เราประทับใจกันมาก” โทนีบอก “ เราแค่ภายในวันเดียวเราเปลี่ยนจากไม่มีอะไรกลายเป็นมีเพลงที่ยอดเยี่ยมอยู่ในมือ เราเล่นเพลง “เลดีอีวิล” และรอนนีก็ร้องมันได้ดีมาก เราได้แต่คิดว่าเราได้ผู้ชนะที่นี่แล้ว”

แต่ระหว่างนั้นกีเซอร์มีปัญหาทางครอบครัว เขารู้สึกว่าจำเป็นต้องเลือกระหว่างอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง และเขาเลือกที่จะปลีกตัวจากวงแบล็กซับบาธกลับไปสู่ประเทศอังกฤษบ้านเกิดเพื่อสะสางปัญหาส่วนตัว รอนนีต้องเล่นเบสในขั้นตอนการเตรียมเพลงทำเดโมไปพลางก่อน จนกระทั่งเจฟฟ์ นิโคลส์ เพื่อนเก่าของโทนีจากวงควอตส์ มาช่วยเล่นเบสไปพลาง ๆ

การเข้ามาร่วมวงของรอนนีทำให้แบล็กซับบาธได้พลังสดใหม่ขึ้น ทั้งสไตล์การร้องและการทำเพลงของรอนนีจับคู่เข้ากับโทนีได้ง่ายดาย โทนีรู้สึกว่ารอนนีนำความสดชื่นกลับคืนมาสู่วงแบล็กซับบาธและทำให้วงดูเป็นมืออาชีพมากกว่าเดิม

ในขณะที่วงแบล็กซับบาธรู้สึกว่ากำลังไปได้สวย ดอน อาร์เดน ผู้จัดการของวงกลับคิดว่าการนำรอนนีมาเป็นนักร้องนำของวงนั้นไม่ใช่แนวคิดที่ดีเอาเสียเลย เขาคิดว่าการที่ออสซีเป็นนักร้องนำจะทำให้วงไปได้ดีกว่า ผลก็คือความขัดแย้งกันใหญ่โตระหว่างโทนีกับดอน และในที่สุด โทนีก็แตกหักกับดอน สมาชิกแบล็กซับบาธย้ายจากลอสแอนเจลิสไปไมอามี เช่าบ้านของแบรี กิบบ์ (นักร้องนำวงบีจีส์) และดัดแปลงเป็นห้องบันทึกเสียงชั่วคราว เกร็ก กรูเบอร์ อดีตมือเบสวงเอลฟ์และเรนโบว์ มาเป็นมือเบสแทนเจฟฟ์ที่ย้ายไปเล่นคีย์บอร์ดแทน จนกระทั่งกีเซอร์ บัตเลอร์ซึ่งจัดการปัญหาชีวิตตัวเองเสร็จจึงกลับมาสมทบกับวงตามเดิม และอัลบั้มที่สำเร็จออกมาก็คือ เฮฟเวนแอนด์เฮล ซึ่งประสบความสำเร็จทำยอดจำหน่ายได้สูงสุดเป็นลำดับสามรองจากพารานอยด์และมาสเตอร์ออฟเรียลลิตี พลิกแบล็กซับบาธที่อยู่ในสถานะย่ำแย่มาหลายปีกลับคืนสู่ความเป็นซูเปอร์สตาร์อีกครั้ง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.