Freddie Mercury: Love of His Life


คนรักของผมทุกคนมักจะถามว่าทำไมพวกเขาถึงแทนที่แมรีไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะเพื่อนคนเดียวที่ผมมีคือแมรี และผมไม่ต้องการคนอื่น สำหรับผมเธอเป็นภรรยาอย่างเปิดเผย เราเคยแต่งงานกัน

เราเชื่อมั่นในกันและกัน นั่นเพียงพอแล้วสำหรับผม ผมคงตกหลุมรักชายใดแบบที่ผมมีให้กับแมรีไม่ได้

-เฟรดดี เมอร์คิวรี-

เฟรดดี เมอร์คิวรี อดีตนักร้องนำวงควีนผู้ล่วงลับเคยกล่าวถึงแมรี ออสตินไว้อย่างนั้น เฟรดดีไม่เคยแต่งงานกับแมรีตามกฎหมาย ในประโยคที่เขากล่าวเป็นภาษาอังกฤษใช้คำว่า Common Law – Wife คือภรรยาที่อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผยโดยไม่จดทะเบียนสมรส และเขาก็ทำเสมือนเธอเป็นภรรยาเขาจริง ๆ แม้ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวจะจบสิ้นไปเมื่อปีค.ศ. 1977 แต่ทั้งคู่ยังเป็นเพื่อนกันอยู่และแมรีคือผู้อยู่เคียงข้างเฟรดดีจนวินาทีสุดท้าย เป็นผู้นำเถ้ากระดูกไปบรรจุในที่ใดที่หนึ่งไม่เปิดเผยตามที่เฟรดดีสั่งเสีย และได้รับมรดกครึ่งหนึ่งรวมทั้งที่พักสุดท้ายของเฟรดดีที่เธอยังคงใช้เป็นที่พักอาศัยจนถึงทุกวันนี้ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการตกแต่งใดใดหลังเฟรดดีเสียชีวิต

“ทำไมฉันต้องเปลี่ยนแปลงมันล่ะ มันเป็นรสนิยมและความชอบของเขา มันสวยงาน ความเป็นตัวเขายังอยู่ทุกแห่งหน” แมรีอธิบาย

“เขาไม่ต้องการให้ใครไปขุดเขาขึ้นมาอย่างที่คนมีชื่อเสียงบางคนโดน แฟนเพลงอาจจะลุ่มหลงจนเกินเหตุไป เขาอยากให้ชีวิตหลังความตายของเขาพบความสุขสงบ และมันจะเป็นเช่นนั้น”

แมรีเก็บเถ้าเฟรดดีไว้ในห้องนอนถึงสองปีเพื่อรอให้แน่ใจว่าจะไม่มีคนแอบตามเธอไป เธอถึงได้นำเถ้ากระดูกไปฝังในที่ใดที่หนึ่ง “ฉันต้องไม่ทำให้ใครสงสัยว่าฉันกำลังทำอะไรผิดปรกติไปจากที่ฉันทำทั่วไปทุกวัน ฉันบอกว่าฉันจะไปเสริมความงามอย่างที่ฉันทำประจำ มันหาจังหวะได้ยากจริง ๆ”

“เข้าวันหนึ่ง ฉันแอบออกจากบ้านได้โดยซ่อนโกศเอาไว้ ฉันทำเหมือนทุกวันพวกทีมงานจึงไม่สงสัย เพราะว่าพวกทีมงานอาจจะเอาไปเล่าต่อไป พวกเขาทนเก็บเรื่องนี้ไม่ได้แน่ ทุกวันนี้ไม่มีใครรู้ว่าเถ้าของเขาอยู่ที่ไหนเพราะเป็นความปรารถนาของเขา”

แมรีรู้จักเฟรดดีผ่านทางไบรอัน เมย์ มือกีตาร์วงสไมล์ ซึ่งในวงก็มี โรเจอร์ เทย์เลอร์ และ ทิม สเตฟเฟล โดยทิมรู้จักและเป็นเพื่อนกับเฟรดดีเพราะเรียนที่อาลิงอาร์ตคอลเลจเหมือนกัน เฟรดดีก็เลยเป็นเพื่อนกับคนในวงสไมล์ด้วยเพราะชอบดนตรีเหมือนกัน ในขณะนั้นเฟรดดีทำวงซาวร์มิลก์ซี แต่ไม่ประสบความสำเร็จเทียบเท่าสไมล์ที่ได้เซ็นสัญญากับบริษัทเมอร์คิวรีในปีค.ศ. 1969

ขณะนั้น แมรีอายุ 19 ปี ทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ร้านแฟชันแห่งหนึ่งชื่อ บีบา ไบรอัน เมย์เล่าในหนังสือ Is This the Real Life? The Untold Story of Queen ว่าเขากับเฟรดดีชอบไปส่องสาว ๆ ที่ร้านบีบาเป็นประจำ เฟรดดีได้พูดคุยและคบหากับแมรีเพียง 5 เดือนก็ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่แฟลตใกล้ตลาดเคนซิงตัน

เฟรดดีเข้าร่วมวงสไมล์ในปีค.ศ. 1970 และไม่กี่เดือนก็เปลี่ยนชื่อวงเป็นควีน ส่วนจอห์น ดีคอน มือเบส เข้าร่วมวงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1971 และควีนก็ได้ออกอัลบั้มแรกในปีค.ศ. 1973 และปลายปีนั้นเฟรดดีขอแมรีแต่งงาน

“เขาให้ของขวัญกล่องใหญ่ในวันคริสต์มาส เปิดมาข้างในก็เป็นกล่องอีกกล่องนึง เปิดไปก็เจออีกกล่อง เหมือนเขากำลังเล่นเกมส์อยู่…” แมรีเล่า “…และท้ายสุดฉันก็เจอแหวนหยกในกล่องสุดท้าย ฉันตกใจ ฉันมองมันแล้วพูดไม่ออก ฉันจำได้ว่าตอนนั้นรู้สึกไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น มันไม่ใช่อยากที่ฉันคิดมาก่อน ฉันเลยถามเขาว่า จะให้ฉันสวมมันที่มือไหน เขาตอบว่า นิ้วนางข้างซ้าย เพราะ…คุณจะแต่งงานกับผมมั้ย? ฉันตกใจ เพราะไม่ทันตั้งตัว ฉันได้แต่พูดด้วยเสียงกระซิบว่า ใช่ ฉันตกลง”

แต่พวกเขาก็ไม่ได้แต่งงานกัน เฟรดดีเปลี่ยนใจภายหลัง “นานหลังจากนั้น ฉันไปเจอชุดแต่งงานของเก่าที่ร้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แต่เฟรดดีไม่พูดอะไรเกี่ยวกับการแต่งงานอีกเลยหลังจากวันนั้น ฉันเลยหยั่งเชิงไปว่า นี่ได้เวลาที่ฉันจะซื้อชุดนี้แล้วหรือยัง เขาตอบว่ายัง และมันก็ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย”

“ฉันผิดหวัง แต่ก็คิดแล้วว่ามันคงไม่เกิดขึ้น เรื่องราวมันซับซ้อนและบรรยากาศรอบตัวเรามันเปลี่ยนไปเร็วมาก เหมือนกับฉันเห็นข้อความเขียนไว้บนกำแพง แต่เขียนอะไรฉันก็ไม่แน่ใจ ฉันไม่เคยถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีก แต่คิดว่าเขาคงเริ่มตั้งคำถามตัวเอง เขาคงอยากแต่งงานกับฉันจริง ๆ แต่เขาคงคิดว่าคงไม่ยุติธรรมสำหรับฉัน” แมรีรำลึกความหลัง

จนกระทั่งวันหนึ่งในปีค.ศ. 1977 เฟรดดีจึงเปิดเผยตัวตนต่อแมรี ก่อนหน้านั้นแมรีเริ่มสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเขาจะปันใจให้หญิงอื่น แต่ในที่สุดเฟรดดีก็บอกเธอว่าเขาเป็นไบเซ็กชวล “ฉันไม่เคยลืมช่วงเวลานั้น อาจจะดูไร้เดียงสาไปหน่อยแต่ฉันต้องใช้เวลาพอควรกว่าจะเข้าใจความจริง หลังจากที่เขารู้สึกดีขึ้นที่ได้พูดความจริงออกมา ฉันก็บอกเขาว่า ไม่ใช่นะ คุณไม่ใช่ไบเซ็กชวล คุณเป็นเกย์”

“ถ้าเขาไม่เป็นคนดีและบอกฉันตามตรงในวันนั้น ฉันคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว “แมรีพูดตรง ๆ ‘ถ้าเขาแอบใช้ชีวิตไบเซ็กชวลโดยไม่บอกฉัน ป่านนี้ฉันคงติดเอดส์และเสียชีวิตไปแล้ว”

หลังจากนั้นความสัมพันธ์ฉันท์หนุ่มสาวของทั้งคู่ก็จบลง แต่ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีอยู่ แมรีทำงานในบริษัทดูแลลิขสิทธิเพลงของเฟรดดี และภายหลังได้รับหุ้นด้วย เธอแต่งงานสองครั้ง มีบุตรสองคน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.