Ozzy Osbourne: Bernie Tormé มือกีตาร์ขัดตาทัพ


หมายเหตุ เรื่องที่เขียนต่อไปนี้ความจริงเป็นส่วนหนึ่งของ Ozzy Osbourne: Life after Randy แต่เนื่องจากขี้เกียจเรียบเรียงใหม่ ก็เลยเขียนเป็นตอนใหม่ (อย่างที่เคยเขียนเกี่ยวกับเจก อี ลี เมื่อไม่นานมานี้)

การเสียชีวิตของแรนดี โรดส์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ถึงแม้ออสซี ออสบอร์นจะเสียใจเพียงใดแต่เขาก็ต้องเดินหน้าต่อไป การออกทัวร์ยาวนานหมายถึงการจ้างงานต่อเนื่อง พนักงานที่จ้างมาทำงานล้วนแล้วแต่มีครอบครัวต้องเลี้ยงดู และมันหมายถึงผลประโยชน์ก้อนโต…

“ผมบอกกับชารอนว่า ผมทำต่อไม่ได้แล้ว” ออสซีเล่าให้นิตยสารโรลลิงสโตนฟัง “แต่เธอบอก ถ้าคุณหยุดตอนนี้ มันจะดูไม่ดีเอามาก ๆ เราหยุดไม่ได้”

ชารอนหามือกีตาร์มาแทนแรนดี ตอนแรกเธอเลือก โรเบิร์ต ซาร์โซ น้องชายรูดี มาเป็นมือกีตาร์ แต่ว่าทางเจ็ตเร็คคอร์ดหามือกีตาร์ให้แล้วโดยไม่บอกกล่าว โดยส่งเบอร์นี โทรเม มือกีตาร์ผู้เคยเล่นให้กับเอียน กิลเลนก็เข้ามาร่วมทัวร์

“ผมอยู่บริษัทเจ็ต ของดอน อาร์เดน และผมรู้จักชารอน (ลูกสาวของดอน)” เบอร์นีเล่า “ผมกำลังใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเพราะเพิ่งออกจากวงของเอียน (กิลแลน) พวกเขาเลยคิดว่า เขายังไม่มีงานทำ หางานให้เขาดีกว่า”

แต่ตอนนั้นเบอร์นีเตรียมทำวงใหม่ของตัวเองอยู่ด้วยเลยไม่ค่อยสนใจมาเล่นให้ออสซีนัก เดวิด อาร์เดน (ลูกชายดอน) คิดว่าเงินก้อนโตเป็นสิ่งที่ต่อรองให้เบอร์นีหันมาสนใจงานนี้ได้ เขาเลยเสนอเงินค่าจ้าง 2,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เบอร์นีเลยตกลง เพราะตอนที่เขาเล่นกับเอียน กิลแลนเขาได้เงินเพียงแค่ 45 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และมีปัญหาทางการเงินที่เขาคิดว่าไม่เป็นธรรมกับการบริหารวงที่ไม่ค่อยดีเลยทำให้เดินจากเอียน กิลแลนมา

แต่พอเขาเดินทางมาถึงลอสแอนเจลิส ปรากฏว่าไม่เป็นอย่างที่ตกลงกันไว้ “ตอนที่ผมไปถึงชารอนบอกว่าไม่ใช่ 2,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่เป็น 200 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ เธอบอกว่าเดวิดเมายาเลยไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป ผมเลยบอกว่า แต่ผมได้ 2,000 ปอนด์มาแล้วนะ เธอเลยว่า งั้นเราจะไม่จ่ายอะไรคุณทั้งสิ้นจนกว่าจะครบค่าจ้าง”

ตอนนั้นมือเบสคือรูดี ซาร์โซ มือกลองคือทอมมี อัลดริดจ์ และ ดอน แอรี มือคีย์บอร์ด ถึงแม้ทุกคนดูจะเป็นมิตร แต่เขาก็รู้สึกว่าลึก ๆ แล้วไม่มีใครต้องการเขา ทุกคนต้องการแรนดีมากกว่า แต่ชารอนเป็นคนผลักดันทุกอย่างให้วงดำเนินต่อไป

“มันน่ากลัวเอาการ” เบอร์นีบอก “ผมไปถึงวันอังคาร แรนดีเพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ ยังไม่ถึงสัปดาห์เลย ผมคิดว่าวันนั้นไม่มีใครพูดอะไรกับผม ยกเว้นดอน แอรี มันเป็นบรรยากาศที่แย่มาก แต่ก็เข้าใจได้ ตอนนั้นทอมมีกับดอนอยากจะเดินหน้าต่อ ออสซีไม่มีความอยากทำอะไร ส่วนรูดีนั้นอยากหยุดแล้ว”

“ผมได้ฟังอัลบั้มของเขาเพียงแค่วันหรือวันครึ่งก่อนเดินทางมาสหรัฐฯ” เบอร์นีบอก สิ่งที่ผมทำได้ก่อนมาเล่นกับเขาก็คือฟังเพลงผ่านทางเครื่องเล่นเทปวอล์กแมนที่เสียงไม่ชัดเท่าไหร่ ผมรักเพลงเหล่านั้นและแรนดีคืออัจฉริยะ แต่มันยากสำหรับที่จะใช้เวลาเรียนรู้ทุกอย่างมากกว่าแค่โครงสร้างของเพลงและลิกของแรนดี ผมได้แค่เรียนรู้ภาพกว้าง ๆ แล้วก็หวังว่าจะได้ลงรายละเอียดในภายหลังซึ่งผมก็ผ่านไปได้”

“สำหรับออสซีแล้ว แรนดีเป็นเหมือนกุญแจ เป็นหัวใจหลักในการต่ออายุให้กับอาชีพของออสซี และยังเป็นเพื่อนด้วย” เบอร์นีเล่า “ดังนั้นพอแรนดีเสียชีวิต ผมเข้าใจว่าออสซีคงรู้สึกเหมือนทุกอย่างเกินกว่าจะรับมือไหว ทุกคนคงเป็นแบบนั้นเหมือนกัน เขาเลยไม่ค่อยอยู่ในสภาพที่ดีนักในตอนนั้น มีน้ำตำและเขาก็ผ่านช่วงเวลาที่เสียงกำลังแย่ สุขภาพไม่ดี ต้องยกเลิกการแสดงไปหลายรอบ บางครั้งเมื่อคุณลงมาหลังเวทีคุณจะเห็นออสซีร้องไห้ มันเป็นเรื่องลำบากสำหรับเขา แต่เขาต้องทำให้ทุกอย่างไปต่อ และเขาก็ทำได้ยอดเยี่ยมบนเวที และต้องบอกว่าออสซีจะไม่ดื่มในวันที่มีการแสดง คุณเอากระป๋องเบียร์เข้ามาใกล้ห้องแต่งตัวไม่ได้ด้วยซ้ำ มันเป็นของต้องห้าม”

แต่สำหรับวันอื่น…ออสซี่ดื่มตั้งแต่เช้า…

การแสดงไม่ใช่เรื่องง่าย “การแสดงครั้งแรก (ที่เบธเลเฮม, เพนซิลวาเนีย) เป็นการแสดงที่ยากที่สุดที่ผมเคยเล่นมา…” เบอร์นีบอก “แต่คงเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาเหมือนกันที่จะเล่นโดยไม่มีแรนดีเป็นครั้งแรก ผมไม่รู้ว่าพวกเขาผ่านไปอย่างไร โดยเฉพาะออสซีกับรูดี มันเป็นเรื่องยากที่ต้องทำในอารมณ์นั้น” เบอร์นีเล่า

“ถึงแม้ว่าผมจะเล่นโอเค หรือแม้แต่ผมเล่นโซโลได้ยอดมากหรืออะไร ถ้าใครมองผมบนเวทีพวกเขาก็จะคิดแค่ว่า โอ นั่นไม่ใช่แรนดี การแสดงครั้งแรกออกมาแย่ ผมไม่มีแอมป์ ไม่มีเอฟเฟ็กต์ ผมมีแค่กีตาร์ตัวเดียว แล้วเล่นไปได้สามหรือสี่เพลงก็ต้องตั้งสายกีตาร์ใหม่ ระหว่างนั้นผมต้องใช้กีตาร์ที่เข่ามาซึ่งแย่มาก และที่แย่กว่าอะไรอื่นคือผมไม่รู้จักเพลง”

ส่วนออสซี เคยให้ความเห็นต่อเบอร์นีว่า “เขาทำงานได้เยี่ยมเหมือนคนอื่น แต่กีมีคนตะโกนเรียกแรนดีใส่หน้าเขาตลอดเวลา มันเป็นการแสดงที่ยากสำหรับเขา”

แต่หนึ่งในการแสดงครั้งสำคัญที่เมดิสันสแควร์การ์เดนในนิวยอร์กซิตีผ่านไปด้วยดี แม้จะมีอะไรแปลก ๆ ให้เขารู้สึกไม่ค่อยชอบใจบ้างก็ตาม

“ตอนที่ไปถึงเมดิสันสแควร์การ์เดน ผมถามว่า จะไปซาวนด์เช็คที่ไหน พวกเขาบอกว่าไม่ต้องห่วง …แล้วผมก็ไม่ได้ทำซาวนด์เช็ก พวกเขาบอกผมว่าบริษัทอยากให้ลองทดสอบฝีมือเอิร์ล สลิก ผมรู้สึกแย่กับมันมาก ผมอยู่นี่ ผมเป็นคนที่ต้องขึ้นแสดง พวกคุณขอให้ผมอยู่ต่อ แต่พวกคุณทำแบบนี้เหรอ?”

นอกจากนี้การแสดงที่เมดิสันสแควร์การ์เดนยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก่อนการแสดงด้วย การจัดเวทีของออสซีในสมัยนั้นอลังการ พวกเขาจะทำเป็นเหมือนปราสาท เบอร์นีกับรูดีจะอยู่ที่ประตูปราสาทคนละด้าน มีกลองอยู่ตรงกลางโดนยกขึ้นสูงทำเหมือนปิรามิด ออสซีจะออกมาท่ามกลางหมอกควัน ชารอนวิ่งมาหน้าเวที เธอตั้งใจจะจูบให้กำลังใจออสซีก่อนที่เขาจะขึ้นเวที แต่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน

“คนดูบางคนจุดพลุไฟหรืออะไรสักอย่าง ซึ่งมันควบคุมทิศทางอะไรไม่ได้มันไปชนผ้าม่านแล้วชิ่งมาโดนชารอนที่คอแล้วระเบิด บูม ต่อหน้าผมเลย” เบอร์นีเล่า “เธอร่วงไปกองกับพื้นเหมือนตุ๊กตาผ้า เลือกเต็มไปหมด ทีมงานสองคนวิ่งมาพาเธอไปหลังเวที ทิ้งไว้แต่กองเลือด ผมคิดว่าเธอไม่รอดแน่ ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผมเป็นคนเดียวในวงที่เห็นเหตุการณ์”

“สิบวินาทีผ่านไป ผ้าม่านก็ปลดลง ทอมมีเล่นเพลง “โอเวอร์เดอะเมาเทน” และเราก็ต้องไปต่อ” เบอร์นีเล่า “ออสซีไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครในวงรู้ และไม่มีโอกาสบอกออสซีเลย มันไม่เหมือนการแสดงของโรลลิงสโตนส์ที่คีธจะเดินไปหามิกแล้วบอก “เฮ้ ผมคิดว่าแฟนคุณเจออุบัติเหตุ” ผมต้องทนเล่นไปแบบกังวลไปครึ่งโชว์กว่าจะมีทีมงานมาส่งสัญญาณว่าเธอปลอดภัย แต่มันก็เป็นการแสดงที่ดี ผมเล่นได้ดี แต่ก็รู้สึกไม่ดีเล็กน้อยเพราะผมรู้ว่าแรนดีอยากเล่นที่เมดิสันสแควร์การ์เดนมาก เขาควรอยู่ที่นั่น ผมไม่ควรจะอยู่ตรงนั้น”

แซ็ก ไวลด์ ซึ่งต่อมาได้เป็นมือกีตาร์ออสซีได้ดูการแสดงครั้งนั้นเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน

“ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมอายุ 14 หรือ 15 และเราก็มีตั๋วไปดูการแสดงของแรนดี” แซ็กเล่าให้นิตยสารโรลลิงสโตนฟัง เพลงเปิดก็คือ “โอเวอร์เดอะเมาเทน” ซึ่งมีท่อนกีตาร์ที่มหัศจรรย์มากที่ผมกับเจดี (มือเบสแบล็กเลเบิลโซไซตี) จำได้ดี มันเป็นสำเนียงของแรนดี มันมีอิทธิพล” และเป็นการแสดงที่ทำให้แซ็กกลายเป็นแซ็กอย่างทุกวันนี้

และการร่วมงานของเบอร์นีก็สั้นกว่าที่คิด เมื่อวันหนึ่งเขาพบกับแบรด กิลลิสในฐานะทีมงานคนหนึ่งของวง เบอร์นีบังเอิญเจอเขาในวันหนึ่งเมื่อออกมาหาอะไรกิน และแบรดบอกว่าที่เขามาอยู่ที่นี่ก็เพราะบริษัทบอกว่าเบอร์นีน่าจะอยู่กับวงอีกไม่นาน

“ดอน แอรีเป็นคนเดียวที่สนใจจะลองซ้อมกับใครก็ได้ ผมก็เลยบอกดอน ผมอยากจะกลับบ้าน คนนี้เจ๋งดี เอาเขาไปลองทดสอบฝีมือดูสิ ผมบอกออสซีและชารอนว่าผมจะออก แต่ผมก็อยู่จนกว่าพวกเขาจะหาคนมาแทนได้ แล้วผมก็พบว่าพวกเขาหาคนมาแทนเรียบร้อยแล้วโดยไม่ทดสอบฝีมืออะไรเลย”

เบอร์นีอยู่ดูแบรดเล่นครั้งแรก และกลับบ้านในวันต่อมา “ผมไปที่ห้องสวีตของพวกเขาแล้วบอกว่า ผมจะไปแล้วนะ ออสซีดูจะไม่เข้าใจอะไรนัก ชารอนบอก เพราะเขาต้องการเล่นดนตรีที่ต่างไปจากนี้น่ะออสซี มันเป็นคำพูดที่ปกป้องจิตใจเขาซึ่งผมก็เข้าใจ ก็เลยตอบรับไปว่าใช่”

เบอร์นี โทรเม ร่วมแสดงกับออสซีเพียงแค่ 7 รอบ จากนั้นเขาก็ทำวงเบอร์นี โทรเม แอนด์ อิเล็กทริกยิปซี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.