Rough Cutt


มีข่าวว่าพอล ชอร์ติโนประกาศว่าวงรัฟคัตต์ (Rough Cutt) ถึงกาลอวสานแล้ว เพราะเขากับคริส แฮการ์ (มือกีตาร์) ฌอน แม็กแนบบ์ (มือเบส) และ เดฟ อัลฟอร์ด (มือกลอง) จะตั้งวงใหม่ร่วมกับคาลอส คาวาโซ (มือกีตาร์ไควเอ็ตไรอัต) ทำวงชื่อรัฟฟ์ไรอัต (Rough Riot)

เอากันง่าย ๆ แบบนั้นเลย

ความจริงสมาชิกก็คุ้นหน้ากันอยู่ พอลก็เคยเป็นนักร้องนำไควเอ็ตไรอัต ฌอนก็เคยเล่นเบสให้ไควเอ็ตไรอัต แล้วจะว่าไปช่วงหลังทั้งสองวงก็ค่อนข้างเงียบสงบศพไม่สวยทั้งคู่

วงรัฟคัตต์เป็นวงดังพอควร อาจจะชื่อเสียงด้อยกว่าไควเอ็ตไรอัตบ้างในช่วงทศวรรษ 1980 แต่รวมแล้วก็ไม่ได้ด้อยกว่ากันเท่าไหร่อีกทั้งมีเรื่องราวคล้ายกันบางอย่าง คือทั้งสองวงเป็นที่รู้จักเพราะเคยมีมือกีตาร์ที่ต่อมาไปโด่งดังกับออสซี ออสบอร์น ไควเอ็ตไรอัตเคยมีมือกีตาร์ชื่อแรนดี โรดส์ ซึ่งพอไปโด่งดังกับออสซีทางเควิน ดูโบรว์เลยคิดทำวงไควเอ็ตไรอัตขึ้นมาใหม่ทั้งที่แยกวงไปร่วมสองปี และก็ได้เซ็นสัญญากับบริษัทซีบีเอส ออกผลงานยอดเยี่ยมมากคือเมทัลเฮลธ์ (Metal Health) ในปีค.ศ. 1983 ส่วนรัฟคัตต์เคยมีกีตาร์ชื่อ เจก อี ลี ก่อนที่เจกจะโดนออสซี ออสบอร์นแย่งตัวไปเป็นมือกีตาร์ (แทนแรนดี โรดส์) ด้วยอานิสงค์ความดังของเจกก็เลยทำให้รัฟคัตต์พลอยมีชื่อเสียงไปด้วย

รัฟคัตต์ก่อตั้งวงโดย เจก อี ลี กับ เดฟ อัลฟอร์ด เมื่อทั้งคู่แยกตัวออกมาจากวงแรตต์ (RATT) ได้เจอ โจอี คริสโทเฟนิลลี (มือเบส) กับ คล็อด ชเนลล์ (มือคีย์บอร์ด) จากวงแมจิก (Magic) เลยตั้งวงรัฟฟ์คัต โดยมีพอลเป็นนักร้องนำ แต่ไม่นาน แมตต์ ธอร์ (หรือแมตต์ ธอร์น) มือเบส กับ คริส แฮการ์ มือกีตาร์ก็ออกจากวงแรตต์มาร่วมวงด้วย ส่วนโจอีออกไปร่วมกับวงแรตต์อยู่ช่วงหนึ่งก่อนไปร่วมกับวงซิน (Sin)

วงรัฟคัตต์ทำท่าจะไปได้สวย พวกเขาได้เวนดี ดีโอเป็นผู้จัดการวง และรอนนี เจมส์ ดีโอ ก็มาช่วยดูแลการผลิตเพลงให้รัฟคัตต์ 2 เพลงในอัลบั้มร่วมเพลง แอลเอ’ส์ ฮอตเต็สต์อันซายจด์แบนดส์ (L.A’s Hottest Unsigned Bands) และในตอนที่รอนนีออกจากวงแบล็กซับบาธ เจกจึงเป็นตัวเลือกแรกที่รอนนีอยากให้มาเป็นมือกีตาร์ประจำวงดีโอของเขา

น่าเสียดาย เมื่อทั้งคู่ตกลงเรื่องทิศทางดนตรีและการทำเพลงไม่ได้ ตามคำบอกเล่าของวินนี แอพิซี มือกลองของวงดีโอจับความได้ว่าได้ซ้อมและบันทึกเสียงเก็บไว้ แต่มีปัญหาตรงที่เจกไม่ยอมเล่นกีตาร์ตามแบบที่รอนนีบอก ส่วนเจกเคยพาดพิงสั้น ๆ ว่ารอนนีอยากให้เขาเล่นกีตาร์ง่าย ๆ ไม่ต้องลีลาเยอะ เขาเลยไม่อยู่กับวง ซึ่งต่อมา วิเวียน แคมเบลล์ก็มาเป็นมือกีตาร์วงดีโอ ส่วนเจกมาได้ดิบได้ดีกับออสซี

มือกีตาร์ที่มาแทนเจกในวงรัฟคัตต์ก็คือ เคร็ก โกลดี ซึ่งไม่นานก็ลาออกไป (และในที่สุดเขาก็มาเป็นมือกีตาร์วงดีโอ) รัฟคัตต์ได้อาเมีย เดเร็กห์ มาเป็นมือกีตาร์แทน และได้ความดังของพวกเขาก็ไปเข้าตาเท็ด เทมเปิลแมน ก็เลยได้เซ็นสัญญากับวอเนอร์บราเธอรส์ในปีค.ศ. 1984

อัลบั้มแรก รัฟคัตต์ (Rough Cutt) ออกมาในปีค.ศ. 1985 ตอนแรกพวกเขาคิดว่าเท็ด เทมเปิลแมนจะมาดูแลการผลิต แต่ตอนนั้นเท็ดติดงานของแวนเฮเลนและเดวิด ลี ร็อธ เลยไม่ว่าง เลยได้ทอม อัลลอม ที่ดูแลการผลิตให้วงจูดาสพรีสต์มาทำหน้าที่แทน

อัลบั้มรัฟคัตต์ไปได้ไม่สวยนัก มีเพลงฮิตอยู่บ้างคือ “พีซออฟมายฮาร์ต” (Piece of My Heart) ที่เจนิส จอพลินเคยเอามาร้องจนโด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองจนคนคิดว่าเพลงนี้เป็นของเธอ (ความจริงเป็นเพลงของ เออร์มา แฟรงกลิน) และอีกเพลงคือ “เนเวอร์กอนนาดาย” (Never Gonna Die) เพลงเก่าของเดอะไควร์บอยส์ (The Choirboys)

การดังด้วยเพลงคนอื่นไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อคิดว่าวงใหญ่หลายคณะก็เอาเพลงชาวบ้านมาทำใหม่กันมากมาย ไม่ต้องดูอื่นไกล แวนเฮเลนก็ดังกับ “ยูเรียลลีก็อตมี” (You Really Got Me) ของเดอะคิงส์ (The Kinks) หรือ ไควเอ็ตไรอัตก็โด่งดังจาก “คัมมอนฟิลเดอะนอยซ์” (Cum On Feel the Noize) ของสเลด (Slade) แต่สำหรับรัฟคัตต์พวกเขาสร้างเพลงต่อยอดไม่ได้ แม้อัลบั้มลำดับที่สอง วอนส์ยู! (Wants You!) จะได้แจ็ก ดักลาสที่เคยดูแลการผลิตให้แอโรสมิธมาช่วยดูแลก็ไม่เป็นผล เพลง “ดับเบิลทรับเบิล” (Double Trouble) ไม่ช่วยให้สถานะของพวกเขาเด่นขึ้นกว่าเดิม

ตอนนั้น เควิน ดูโบรว์ โดนไล่ออกจากไควเอตไรอัตพอดี เวนดี ดีโอเลยเสนอให้พอลมาร้องนำในวงไควเอ็ตไรอัตที่มีชื่อเสียงกว่า ทำให้รัฟคัตต์ต้องแยกวงไปในตอนนั้น โดย อาเมีย แมตต์ และ เดฟ จับมือกันทำวงเจลเฮาส์ (Jailhouse) โดยมีแดนนี ไซมอน เป็นนักร้องนำ และ ไมเคิล ราฟาเอลเป็นมือกีตาร์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ต่อมาอาเมียมาประสบความสำเร็จกับวงออกี (Orgy) ในช่วงปลายทศวรรษ 1990

คริสไปร่วมงานกับเจฟฟ์ วอเนอร์ในวงวูปแอนด์เดอะเคานต์ (Woop & the Count) และไม่ประสบความสำเร็จใดใด

ส่วนพอลที่ไปร่วมงานกับไควเอ็ตไรอัตก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่ก็ไปได้สวยกว่าเพื่อนร่วมวงคนอื่น อัลบั้ม ไควเอ็ตไรอัต (Quiet Riot) หรือที่เรียกว่า ไควเอ็ตไรอัตโฟร์ (Quiet Riot IV) วางจำหน่ายในปีค.ศ. 1988 ไม่ประสบความสำเร็จเทียบเท่าอัลบั้มก่อนหน้า แต่ก็ยังมีเพลงฮิตคือ “สเตย์วิธมีทูไนต์” (Stay with Me Tonight) อัลบั้มนี้มี ฌอน แม็กแน็บบ์ เป็นมือเบสด้วย จากนั้นวงไควเอ็ตไรอัตก็แยกวงไปในปีค.ศ. 1989 หลังจากนั้นหลายปีเควินทวงชื่อวงคืนกลับมาได้วงไควเอ็ตไรอัตจึงมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

ส่วนพอลไปเป็นนักร้องนำให้วงนั้นวงนี้อีกหลายคณะ จนกลับมาทำวงรัฟคัตต์อีกครั้งในปีค.ศ. 2000 สมาชิกยุคสองอัลบั้มแรกเคยกลับมาเล่นด้วยกันครั้งหรือสองครั้ง จนกระทั่งล่าสุดได้ออกมาบอกว่าจะเปลี่ยนชื่อวงเป็นรัฟไรอัตแล้วนะ…

ในสมัยทศวรรษ 80 วงรัฟคัตต์ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย เป็นวงที่พอมีชื่อเสียงบ้าง ทำดนตรีได้ดีพอประมาณ แต่เนื่องจากสมัยนั้นมีวงสไตล์นี้เยอะแยะไปหมด พวกเขาเลยโดนวงอื่นกลบไปบ้างจนเหมือนโดนกลืน พอกลับมาฟังสองอัลบั้มแรกของพวกเขาก็รู้สึกว่าไม่เลวเหมือนกัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.