Lee Kerslake


ลี เคอสเลก เป็นมือกลองผู้ยิ่งใหญ่ เขาร่วมงานกับยูไรอาห์ ฮีปมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1971 – 1979 จากนั้นเขามาร่วมกับ ออสซี ออสบอร์น ในอัลบั้ม บลิสซาร์ด ออฟ ออส และ ไดอารี ออฟ อะ แมดแมน (Blizzard of Oz ,1980 Diary of a Madman, 1981) เขาลาออกจากวงในต้นปีค.ศ. 1981 พร้อมกับบ็อบ ไดสลีย์ หลังบันทึกเสียง ไดอารี ออฟ อะ แมดแมน เสร็จ (ทั้งคู่ไปร่วมงานกับยูไรอาห์ ฮีป) ทำให้ไม่มีชื่อในปกอัลบั้ม ไดอารี ออฟ อะ แมดแมน ในปกอัลบั้มจะเป็นชื่อ รูดี ซาร์โซ กับ ทอมมี อัลดริดจ์ แทน

เมื่อปีค.ศ. 1998 ลี เคอสเลก กับ บ็อบ ไดสลีย์ ฟ้องร้องต่อศาลขอให้ ออสซี ออสบอร์น และผู้จัดการ (ควบตำแหน่งภรรยาด้วย) ชารอน ออสบอร์น จ่ายค่าทดแทนและให้ใส่ชื่อทั้งคู่ในฐานะผู้ร่วมแต่งเพลงและสร้างสรรค์ผลงาน บลิสซาร์ด ออฟ ออส และ ไดอารี ออฟ อะ แมดแมน คดีนี้ตัดสินในปีค.ศ. 2003 โดยศาลเมืองลอสแอนเจลิสบอกว่าออสซีไม่จำเป็นต้องจ่ายให้ “นักดนตรีรับจ้าง” นอกจากนี้ ทางออสซีแก้แค้นเอ๊ย ดำเนินการตอบโต้ด้วยการให้ไมก์ บอร์ดิน และ โรเบิร์ต ทรูฮิลโย มาบันทึกเสียงกลองและเบสในอัลบั้มเวอร์ชันที่ทำออกจำหน่ายในปีค.ศ. 2002 แทนทีเสียงเดิมที่ลีกับบ็อบบันทึกเอาไว้ อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ปีค.ศ. 2011 เป็นต้นมาได้นำเสียงต้นฉบับเดิมมาใส่เหมือนเดิม

บ็อบ ยื่นฟ้องอีกครั้ง ในปี2016 แต่ศาลให้ไกล่เกลี่ยนอกศาล

เรื่อง “นักดนตรีรับจ้าง” นี่ ทางลียังคงไม่ยอมรับ เขาถือว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของวง ไม่ใช่ “นักดนตรีรับจ้าง”

“ผมออกจากยูไรอาห์ ฮีปเพราะผมมีปัญหากับทีมบริหาร…” ลี เล่า  “…และผมเบื่อหน่ายกับนโยบายของวงด้วย ผมก็เลยลาออกและเตรียมทำอัลบั้มเดี่ยว แต่แล้วก็ได้โทรศัพท์จากตัวแทนของออสซีถามว่า คุณสนใจจะเข้าร่วมวงของออสซี ออสบอร์นมั้ย? ตอนนั้นผมตอบว่า ไม่ เพราะผมไม่สนใจจะเข้าร่วมวงไหนอีกยกเว้นผมจะได้เป็นส่วนหนึ่งของวงจริง ๆ ผมจะเข้าร่วมถ้าผมเป็นสมาชิกวงเท่านั้น เพราะผมเบื่อที่จะต่อล้อต่อเถียงเนื่องแนวทางของวงที่ผมเล่นมาเป็นปีแล้ว คนของออสซีก็เลยบอกว่า โอเค ผมถึงไปทดสอบฝีมือและบอกพวกเขาว่า ผมมาทดสอบให้คุณและคุณก็ต้องทดสอบให้ผม”

ตอนลีไปทดสอบฝีมือ มีแรนดี โรดส์ บ็อบ ไดสลีย์ แล้วก็ออสซี พอทดสอบเสร็จก็ลงมือบันทึกเสียงอัลบั้มกันเลย โดยเพลงส่วนใหญ่ทำเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ลีมีส่วนร่วมเพียงแค่ไม่กี่เพลงเท่านั้น

“ตอนแรกมันควรจะชื่อวง บลิซซาร์ด ออฟ ออส (Blizzard of Ozz) แต่ชารอนเปลี่ยนชื่อมันเป็นออสซี ออสบอร์น” ลีเล่า “สิ่งที่ดีที่สุดขณะบันทึกเสียง บลิซซาร์ด ออฟ ออส และ ไดอารี ออฟ อะ แมดแมน ก็คือ ทุคนคนปล่อยให้วงดนตรีทำอัลบั้มด้วยตัวเอง พวกเขาแค่ปล่อยให้เราทำมันออกมาและนั่นก็เป็นสิ่งที่เราต้องการ เรามีเอนจิเนียร์ที่มีชื่อเสียงอยู่ในสตูดิโอ ก็คือ แม็กซ์ นอร์แมน เรา – มีแค่ผม ความรู้ด้านสตูดิโอของบ็อบ และแน่นอนทักษะของแรนดี โรดส์ กับ ออสซี นั่นคือเหตุผลว่าทำไมอัลบั้มถึงได้ออกมาดี”

“ผมช่วยเขียนเพลง “ฟลายอิง ฮาย, โอเวอร์ เดอะ เมาเทน, เอสเอทีโอ… ผมช่วยเขียน 7 เพลง ส่วนใหญ่แล้วแรนดีจะเอาริฟฟ์มา ผมจะฟังกับบ็อบแล้วเราก็ลงมือทำงานกัน ผมจะเริ่มเล่นกลองแล้วร้องทำนองเพลง บ็อบจะใส่เบส แล้วเราก็สร้างมันทีละเล็กละน้อยจนกระทั่งมันเป็นรูปร่าง ผมเป็นคนทำท่วงทำนองเสียงร้อง และผมช่วยแรนดีเรื่องโซโลด้วยเพราะว่าผมมีมันอยู่ในหัวเรียบร้อยแล้ว”

ลียังบอกอีกด้วยว่าที่ แฟรงกี บานาลี (มือกลองไควเอ็ต ไรอัต) บอกว่าเขาเป็นคนคิดท่อนกลองช่วงอินโทรเพลง “โอเวอร์ เดอะ เมาเทน” เป็นเรื่องโกหก “แฟรงกี บานาลีเป็นคนโกหก เราไม่เคยพบกันมาก่อนเลย ผมเขียนมันเอง ผมเป็นคนทำมันเองและควรได้รับเครดิตเพราะว่ามันเป็นความคิดของผม มันเป็นทริปเปิลควอดรูเปิลทริปเล็ตส์ นั่นคือผม”

ลีได้รับโทรศัพท์จากมิก บ็อกซ์ มือกีตาร์ยูไรอาห์ ฮีป ว่าตอนนั้นเหลือเพียงมิกคนเดียว ลี ตัดสินใจกลับมาร่วมวง ยูไรอาห์ ฮีป โดยมีบ็อบ ไดสลีย์ตามมาด้วย จนกระทั่งปีค.ศ. 2007 ลีก็ต้องออกจากวงอีกครั้งเพราะป่วยหนัก เขาต้องเผชิญหน้ากับโรคมะเร็ง

“ผมเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แล้วมันก็ลามไปทั่วตัว ตอนนี้ผมมีมะเร็งกระดูกซึ่งแย่มาก หมอคิดว่าผมมีเวลาเหลือเพียงแค่ 8 เดือน แต่ผมสู้มันมาตลอด ห้าปีแล้ว พวกเขาบอกว่าผมมีเวลาเหลือแค่สี่ปี นั่นคงพอจะบอกได้ว่าสภาพตอนนี้เป็นอย่างไร ผมยังเป็นสะเก็ดเงิน และเป็นโรคข้ออักเสบจากสะเก็ดเงิน หัวใจผมยังเป็นรูอยู่สองแห่ง แต่อย่างที่บอกว่าผมสู้มาตลอด และไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร พวกเขาอาจจะมียาใหม่ ๆ ออกมาและผมจะทดลองมันถ้ามันทำให้ผมยังมีชีวิตอยู่ ผมอยู่รอดมาได้นานแล้ว ผมมีมะเร็งอยู่ในตัว แต่ผมต่อต้านมันตลอดเพราะว่าดนตรีทำให้ผมยังคงสู้ต่อไป”

“ผมสงบศึกแล้ว มันจะต้องลืมและให้อภัย ผมเขียนจดหมายถึงชารอนและออสซีเมื่อไม่นานมานี้ เป็นจดหมายส่วนตัว ผมขอให้เขากรุณาส่งแผ่นเสียงแพลตตินัมสำหรับ บลิซซาร์ด ออฟ ออส กับ ไดอารี ออฟ อะ แมดแมน เพื่อผมจะได้เอามาแขวนไว้บนผนังห้องก่อนที่ผมจะตาย นั่นเป็นสิ่งที่ผมปรารถนา ผมเขียนจดหมายอย่างดีที่สุดส่งให้พวกเขาและหวังว่าพวกเขาจะตอบตกลงกลับมา ผมกลายเป็นบุคคลล้มละลายหลังจากแพ้คดีแก่ชารอนและออสซี มันทำให้ผมต้องจ่ายเงินหลายแสนดอลลาร์ ผมต้องขายบ้านและเริ่มป่วย ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือใดใด แต่แผ่นเสียงแพลตินัมมันจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ทำให้ผมพูดได้ว่าผมช่วยสร้างอัลบั้มนั้นขึ้นมา

โฆษณา

2 Replies to “Lee Kerslake”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.