ข้ามไปยังเนื้อหา

Fake Deep Purple in 1980


ธุรกิจบันเทิงมักจะขายสิ่งที่ตอบสนองจินตนาการหรือความใฝ่ฝันของผู้บริโภค ก็เลยมีคนที่สนใจจะหาประโยชน์จากตรงนี้ในทางที่ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่หลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งนี้อยากพูดถึงเรื่องของวงดีพเพอเพิล

ดีพเพอเพิลแยกวงครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1976 ในตอนนั้นพวกเขาทำอัลบั้ม คัมเทสต์เดอะแบนด์ โดยมีทอมมี โบลิน เป็นมือกีตาร์แทน ริตชี แบล็กมอร์

ทอมมีเป็นมือกีตาร์ชั้นเยี่ยม…เสียแต่ว่าตอนนั้นเขาติดยางอมแงมจนทำให้หลายครั้งไม่สามารถครองสติเอาไว้ได้ และไม่ใช่แค่ทอมมีเพียงคนเดียว เกลน ฮิวส์ มือเบสและนักร้องนำของวงก็ติดโคเคนแทบหมดสภาพไม่ต่างกัน

การทัวร์แสดงสดในปีค.ศ. 1976 จึงเป็นหายนะของทุกฝ่าย แฟนเพลงผิดหวัง สมาชิกดีพเพอเพิลในขณะนั้นก็รู้สึกถึงสถานการณ์เลวร้ายของตัวเองดี และการแสดงที่ลิเวอร์พูล ในวันที่ 15 มีนาคม จึงเป็นการแสดงครั้งสุดท้ายของดีพเพอเพิลรุ่นที่ 4 เมื่อเดวิด คัฟเวอร์เดล นักร้องนำรู้สึกว่าหมดความอดทนต่อความเละเทะเกินควบคุมของเพื่อนร่วมวง เขาตรงไปหา จอน ลอร์ด กับ เอียน เพจ หลังเวทีเมื่อการแสดงจบลงและบอกว่าเขาขอลาออก และจอนก็ตอบกลับไปว่า…ไม่มีวงให้ลาออก! มันจบแล้ว เพราะทั้งคู่เพิ่งคุยกันเรื่องนี้ว่าน่าจะถึงเวลายุติบทบาทของวงดีพเพอเพิลก่อนเดวิดจะเดินเข้ามาเพียงครู่เดียว

การทัวร์ยุโรปที่วางแผนไว้โดนยกเลิก บ็อบ คุกซี (Rob Cooksey) ผู้จัดการวงในขณะนั้นเป็นคนประกาศข่าวสู่สาธารณะในเดือนกรกฎาคม และ…ทอมมี โบลิน เสียชีวิตเพราะเสพยาเกินขนาดในเดือนธันวาคมปีเดียวกันนั้นเอง

ดีพเพอเพิลกลายเป็นอดีต เดวิด คัฟเวอร์เดลทำงานเดี่ยวซึ่งต่อมากลายเป็นวงไวต์สเน็ก ริตชี แบล็กมอร์มีความสุขกับเรนโบว์ เอียน กิลแลน ทำวง กิลแลน จอน ลอร์ด กับ เอียน เพซ จับมือกับ โทนี แอชตัน (Tony Ashton) ทำวง เพซ แอชตัน ลอร์ด แต่ไม่นาน จอนก็ไปร่วมวงไวต์สเน็ก และไม่นาน เอียนก็ตามไปร่วมวงไวต์สเน็กด้วย

ในเวลานั้นไม่มีใครคิดจะรื้อฟื้นชื่อดีพเพอเพิลให้กลับมาผงาดอีกครั้ง

แล้วในปีค.ศ. 1980 วงดีพเพอเพิลก็กลับมาโดยมี ร็อด อีแวนส์ นักร้องนำคนแรกของดีพเพอเพิลเป็นนักร้องนำ!!!

ร็อด อีแวนส์ เป็นนักร้องนำคนแรกของดีพเพอเพิล ฝากเสียงร้องไว้ใน 3 อัลบั้มแรกของดีพเพอเพิลก่อนโดนไล่ออกจากวงเพราะริตชีต้องการนักร้องนำสำหรับแนวฮาร์ดร็อกที่หนักแน่นกว่า ร็อดย้ายมาอเมริกาและทำวงกัปตันบียอร์น (Captain Beyond) แต่หลังจากทำอัลบั้มได้เพียง 3 ชุด กัปตันบียอร์นก็ถึงกาลอวสาน ร็อดหันมาทำงานในธุรกิจเกี่ยวกับด้านการแพทย์ เท่าที่ตามข่าวดูเขาไปทำงานในโรงพยาบาลด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าทำงานเป็นอะไรแน่

ชีวิตของร็อดคงราบเรียบและสุขสบายพอสมควรถ้าเขาไม่ได้รับการติดต่อจากชายที่ใช้ชื่อว่า สตีฟ จี นักธุรกิจบันเทิลซึ่งในขณะนั้นเพิ่งโดนฟ้องและแพ้คดีที่ดันไปตั้งวงดนตรีชื่อสเตปเพนวูล์ฟ (Steppenwolf)

เรื่องของสเตปเพนวูล์ฟ (ปลอม) นี้ไม่รู้จะเรียกว่าของปลอมได้หรือเปล่า คือตอนแรก โกลดี แม็กจอห์น (Goldy McJohn) กับ นิกซ์ เซนต์ นิโคลัส (Nick St. Nicholas) สมาชิกเก่าจากสเตปเพนวูล์ฟ มาทำวงใหม่ แต่โกลดีขอถอนตัวไปก่อนเหลือนิกซ์เพียงคนเดียวที่ยังทำสเตปเพนวูล์ฟอยู่โดยออกทัวร์และเล่นเพลงของสเตปเพนวูล์ฟ จนกระทั่งต้นปีค.ศ. 1980 ก็โดน จอห์น เคย์ นักร้องนำและมือกีตาร์ เจ้าของชื่อวง สเตปเพนวูล์ฟ ฟ้องร้อง จนต้องยุติวงสเตปเพนวูล์ฟ (ปลอม) ไป  

แต่สตีฟ จี ยังไม่เข็ด เขายังดึงสมาชิกบางคนจากวงสเตปเพนวูลฟ์ (ปลอม) ให้มาร่วมงานต่อ แล้ว ติดต่อ นิก ซิมเปอร์ (Nick Simper) มือเบสคนแรกของดีพเพอเพิลให้เข้าร่วมงาน แต่นิกมีฉลาดพอจะรู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่นอนจึงปฏิเสธไป สตีฟตามหาจนเจอร็อด อีแวนส์…ซึ่งร็อดกำลังเบื่องานประจำและคิดหวนคืนสู่วงการดนตรีพอดี จึงตกปากรับคำมาทำวงดีพเพอเพิลอีกครั้ง โดยร่วมงานกับนักดนตรีที่เขาไม่รู้จักมาก่อน โดยตั้งบริษัทดีพเพอเพิลขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1980 ให้ร็อด อีแวนส์เป็นผู้ถือหุ้นแต่เพียงผู้เดียว รายได้อะไรทั้งหมดก็จะตกเป็นของร็อด อะไรจะดีงามปานนั้น?

ถ้าเพียงแต่ร็อดจะฉุกคิดว่าอะไรที่มันดูดีเกินไปน่าจะมีปัญหา หรือติดต่อเพื่อนเก่าในวงดีพเพอเพิลเสียหน่อยมันคงดีกว่านี้ ร็อดยอมรับว่าไม่ได้ติดต่อกับอดีตเพื่อนร่วมวงดีพเพอเพิล แต่มีคนบอกเขาว่าได้ติดต่อจอน ลอร์ด กับ เอียน เพซ แล้ว ทั้งคู่ไม่อยากมาร่วมรื้อฟื้นวงดีพเพอเพิล เขาจึงคิดว่าถ้าอย่างนั้นเขา ในฐานะนักร้องนำคนแรกของวงดีพเพอเพิลก็น่าทำอะไรในนามดีพเพอเพิลได้ในขณะที่สมาชิกคนอื่นไม่คิดจะทำดีพเพอเพิลต่อ

ภาพดีพเพอเพิล (ปลอม) ร็อดยืนขวาสุด

ดีพเพอเพิลของร็อดออกแสดงสด และดึงดูดผู้คนเข้ามาชมการแสดงเป็นจำนวนมากเพราะคิดว่านี่คือดีพเพอเพิลของจริง อย่างที่เม็กซิโก พวกเขาแสดงต่อหน้าฝูงชนจำนวน 40,000 คน หรือที่ลองบีช อารีนา ลอสแอนเจลีส ความจุ 12,000 คน ซึ่งทำยอดจำหน่ายบัตรได้หมดสมศักดิ์ศรีดีพเพอเพิล

ดีพเพอเพิลนำเพลงดังมาบรรเลงเต็มที่ “ไฮเวย์ สตาร์” “ไมหต์ จัสต์ เทก ยัวร์ ไลฟ์” ด้วยฝีมือประหนึ่งวงสมัครเล่น มือกีตาร์ดูไกล ๆ อาจละม้าย ริตชี แบล็กมอร์ บ้าง แต่ฝีมือยังห่างไกลหลายร้อยไมล์ หลังจากแสดงได้สักพัก คนดูก็ตระหนักว่านั่นมันไม่ใช่ดีพเพอเพิลที่พวกเขารู้จัก คนก็เริ่มทยอยออก และขอเงินค่าบัตรคืน

มีรายงานข่าวว่าในหลายสถานที่เมื่อรู้ว่าวงที่เล่นบนเวทีไม่ใช่ดีพเพอเพิลที่พวกเขารู้จักก็ถึงกับก่อเหตุจราจลย่อม ๆ กันเลยทีเดียว

บริษัท ดีพเพอเพิล (โอเวอร์ซี) จำกัด ผู้ดูแลผลประโยชน์ของดีพเพอเพิลของจริงในฐานะตัวแทนของริตชี แบล็กมอร์และสมาชิกคนอื่น หาวิธีหยุดวงดีพเพอเพิล (ปลอม) ทุกวิถีทาง และไม่สามารถเจรจากับทีมบริหารของดพีเพอเพิล (ปลอม) ได้ก็ฟ้องศาลในลอสแอนเจลิสในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1980 เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายและขอให้ยุติการดำเนินการต่าง ๆ ในชื่อดีพเพอเพิล

กระนั้นทางดีพเพอเพิล (ปลอม) ก็ยังไม่หยุด ผู้ดูแลผลประโยชน์ของดีพเพอเพิลตัวจริงต้องออกโฆษณาในหนังสือพิมพ์วันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1980 เบื้องล่างโฆษณาคอนเสิร์ตที่ลองบีช อารีนา ในแคลิฟอร์เนีย ของดีพเพอเพิล (ปลอม) โดยบอกว่า

The following STARS WILL NOT PERFORM at the
Deep Purple Concert at
Long Beach Arena Tomorrow, Aug. 19, 1980.
RITCHIE BLACKMORE
DAVID COVERDALE
IAN GILLAN
ROGER GLOVER
GLEN HUGHES (sic)
JON LORD
IAN PAICE

 ถึงแม้ตัวแทนของดีพเพอเพิลจะฟ้องทีมบริหารงานที่ทำดีพเพอเพิล (ปลอม) แต่ว่าด้วยกระบวนการต่าง ๆ จากเล่ห์เหลี่ยมของนักธุรกิจที่ดำเนินการให้หลอกล่อร็อดให้กลายเป็นแพะรับบาปทั้งหมด เพราะสตีฟ จีมีบทเรียนจากความพยายามทำวงสเตปเพนวูล์ฟ (ปลอม) มาแล้ว เขาให้ร็อดเป็นตัวแทนติดต่อและรับหน้าทั้งหมด เสมือนว่าร็อดเป็นเพียงผู้เดียวที่รับผลประโยชน์จากดีพเพอเพิล (ปลอม) ในขณะที่คนอื่นอยู่ในฐานะลูกจ้างรับเงินเดือนหรือส่วนแบ่งตามที่ตกลงกัน

ผลคือทำให้ต้องฟ้องร็อดเพียงผู้เดียว ซึ่งท้ายสุดร็อดต้องจ่ายเงินค่าเสียหายรวม 672,000 ดอลลาร์สำหรับการละเมิดชื่อดีพเพอเพิลและค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งร็อดไม่มีเงินขนาดนั้น ทำให้เขาต้องตกลงยอมให้ตัดค่าลิขสิทธิ์ที่เขาจะได้รับจากผลงานช่วงสามอัลบั้มแรกของดีพเพอเพิลที่ให้กับทางวงแทน รวมถึงถ้าเขายังทำงานในฐานะนักดนตรีเมื่อไหร่ รายได้ส่วนนั้นจะโดนหักเข้าเป็นค่าเสียหายทันที นั่นหมายถึงว่าเขาจบสิ้นอาชีพนักดนตรีไว้เพียงเท่านี้

ถึงแม้จะสงสารร็อด แต่เขาก็ต้องรับผิดชอบด้วยเพราะเขาไม่น่าจะ “ไร้เดียงสา” ขนาดนั้น

ร็อดซวยจริง ๆ

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: