ได้อ่านงานวิจารณ์(?) เก่าแก่บทหนึ่งในกลุ่มคนชอบฟังดูหนังฟังเพลงในเฟซบุ๊ก เป็นงานเขียนของนักเขียนที่ชื่นชอบเมื่อตอนที่ยังเด็ก เขียนถึงอัลบั้ม 90125 ของวงเยส (Yes) ความเก่าแก่ของบทวิจารณ์นั้นก็น่าจะพอ ๆ กับอายุอัลบั้ม 90125 นั่นเอง บทความนั้นไม่ชอบอัลบั้ม 90125 ด้วยเหตุผลนานาประการ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะแฟนเพลงเยสหลายคนก็คงไม่ชอบอัลบั้มนี้ แต่บังเอิญว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกของเยสที่ได้ฟัง และชอบมากเสียด้วย และถึงแม้จะผ่านมานานได้ฟังผลงานอื่น ๆ ของเยสแล้วก็ยังชอบอัลบั้มนี้อยู่ ก็เลยอยากจะเขียนถึงอัลบั้มนี้เสียหน่อยในอีกแง่มุมหนึ่งของคนที่ชอบผลงานชุดนี้

สำหรับแฟนเพลงเยสที่ติดตามมาตั้งแต่แรกตั้งวง อัลบั้ม 90125 คงไม่ใช่ผลงานที่ชื่นชอบเพราะความเป็นโปรเกรสซีฟร็อกที่เคยสร้างชื่อให้วงเยสในยุค 70 ได้หายไปเกือบหมดแล้ว แต่เราควรจะทิ้ง 70 ไว้ในยุค 70 หรือเปล่า? แต่ก็เข้าใจหัวอกแฟนเพลงเหมือนกัน เพราะถ้าหากว่าเป็นแฟนเพลงเยสที่ฟังเยสมาตั้งแต่ยุค 70 สมัยที่กำลังรุ่งเรืองก็อาจจะไม่ชอบอัลบั้มนี้ก็เป็นได้

แต่เพิ่งฟังเยสจากอัลบั้ม 90125 ซึ่งดีทั้งเรื่องกรูฟ การวางเครื่องดนตรีแต่ละเสียงที่เข้ามา การประสานเสียงร้องในอัลบั้มนี้ก็เยี่ยม ความป็อปกำลังดีมีกลิ่นนิวเวฟร่วมสมัย เท่สุดสุดไปเลยลวกเพ่…

และถึงแม้ว่าจะผ่านเวลาไปหลายสิบปี ได้ย้อนกลับไปฟังผลงานต่างต่างของวงเยส ก็ยังมองอัลบั้ม 90125 ว่าเป็นผลงานชั้นเยี่ยมของเยสอยู่เหมือนเดิม เพราะ 90125 มีความพิเศษตรงที่เรียกความนิยมในวงเยสกลับมาอีกครั้งหลังจากที่เยสอ่อนล้าและมีความเปลี่ยนแปลงภายในหลายครั้งจนกระทั่งถึงขั้นยุบวงแยกย้ายกันไปคนละทาง เพราะเยสอยู่ในช่วงขาลงมาได้สักพักแล้ว ตั้งแต่ ทอร์มาโท (Tormato, 1978) ที่พยายามเปลี่ยนแปลงแนวทางตนเองให้ร่วมสมัยแต่ไม่เข้าที่ปัญหาภายในและความอ่อนล้าที่ทำงานกันมานานจนความสดใหม่แทบไม่มี พวกเขาพยายามที่ปรับทิศทางดนตรีแต่เหมือนหลงทาง จนกระทั่ง จอน แอนเดอร์สัน (Jon Anderson) และ ริก เวกแมน (Rick Wakeman) ลาออกจากวง

สถานการณ์ของเยสในเวลานั้นคือการได้ เทรเวอร์ ฮอร์น (Trevor Horn) กับ เจฟฟ์ ดาวส์ (Geoff Downes) จากวง เดอะบักเกิลส์ (The Buggles) มาแทนที จอน แอนเดอร์สัน กับ ริก เวกแมน และผลิตอัลบั้ม ดรามา (Drama) ซึ่งไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ในเมื่อจอน แอนเดอร์สันไม่ได้เป็นนักร้อง ก็เหมือนเยสจะเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่เยส เทรเวอร์ ฮอร์น เก่งและมีฝีมือ แต่เสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของจอนยังอยู่ในใจแฟนเพลงเยสเสมอมา (แม้ว่าเสียงของเทรเวอร์จะมีความละม้ายจอนอยู่บ้างก็ตาม) ถ้ามองอย่างใจเป็นกลางไม่ยึดติดกับของเก่ามาก ดรามา ก็เป็นอัลบั้มที่ดี มีความซับซ้อนของดนตรีอยู่บ้าง ยอดจำหน่ายก็ไม่เลว แต่เมื่อพวกเขาแสดงคอนเสิร์ตรอบสุดท้ายที่เรนโบว์เธียเตอร์ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1980 เยสตัดสินใจยุติบทบาทตัวเองหลังจากนั้น

สตีฟ ฮาว (Steve Howe) กับ เจฟฟ์ ดาวส์ ไปจับมือกับจอห์น เวตตัน (John Wetton) และคาล พาล์มเมอร์ (Carl Palmer) ทำวงเอเชีย (ASIA) อัลบั้มแรกโด่งดังได้ทั้งเงินและคำชมจากนักวิจารณ์ ส่วน คริส สไควร์ (Chris Squire) กับ อลัน ไวต์ (Alan White) เกือบตั้งวง เอ็กซ์วายแซด ร่วมกับ จิมมี เพจ แต่ไม่สำเร็จ (XYZ – ขอออกเสียงว่าแซด (หรือเซด) ตามสำเนียงอังกฤษ ย่อมาจาก Ex-Yes and Zeppelin)

“แอตแลนติก ซึ่งเยสได้เซ็นสัญญาไว้อยากให้อลันกับผมทำงานด้วยกัน…” คริส สไควร์ เล่าไว้ในนิตยสาร พรอก “…เราพยายามทำวงใหม่ เอ็กวายแซด ในปี 1981 กับจิมมี เพจ แต่ว่ามันไม่สำเร็จ ต่อมาปี 1982 ก็มีคนเอ่ยชื่อ เทรเวอร์ ราบิน ขึ้นมา ไบรอัน เลน (Brian Lane) อดีตผู้จัดการวงเยสเคยเล่นเพลงของเขาให้ฟังเมื่อสักปี 1979 ตอนนั้นผมคิดว่ามันเป็นอัลบั้มใหม่ของฟอเรนจ์เนอร์ (Foreigner) แต่ผ่านไปสามปี เราคิดว่าควรจะไปพบเขาสักหน่อย”

เทรเวอร์ ราบิน (Trevor Rabin) เป็นนักดนตรีอัฟริกาใต้ เขามีชื่อเสียงมากพอตัวเมื่อทำวงแรบบิตต์ (Rabbitt) แต่ตัดสินใจเดินทางจากอัฟริกาใต้บ้านเกิดมาปักหลักในลอนดอน ออกผลงานเดี่ยวมาแล้ว 3 อัลบั้ม ได้รับเสียงวิจารณ์ค่อนข้างดีแต่ยอดจำหน่ายไม่ค่อยดี ในปีค.ศ. 1981 เขาเซ็นสัญญากับเกฟเฟนเร็คคอร์ด และย้ายไปปักหลักที่ลอสแอนเจลิสและเจอปัญหาใหญ่เพราะเกฟเฟนไม่ชอบชอบเดโมเทปที่เขากำลังทำและตัดสินใจยกเลิกสัญญา ต่อมา เทรเวอร์ตัดสินใจเซ็นสัญญากับแอตแลนติก และฟิล คาร์สัน ผู้บริหารของบริษัทก็แนะนำให้เขาลองพิจารณาร่วมงานกับคริส สไควร์และอลัน ไวต์

“เขา (หมายถึง ฟิล คาร์สัน) คิดว่าผมต้องการทีมริธึม…” เทรเวอร์เล่าผ่านนิตยสารพรอก (Prog) “ดังนั้น เราสามคนเลยตกลงมาพบกันที่บาร์ซูชิในลอนดอน คริสมาสาย ซึ่งผมมาพบที่หลังว่าเป็นเรื่องปกติของเขา เราไปที่บ้านของคริสเพื่อลองซ้อมดนตรีด้วยกันดู ซึ่งผมต้องบอกว่ามันไม่ใช่การเล่นที่ดีมากนักแต่ว่ามันก็มีอะไรบางอย่างที่เข้ากันได้ซึ่งทำให้คิดว่าน่าจะไปต่อกันได้”

คริสชักชวน โทนี เคย์ (Tony Kaye) อดีตมือคีย์บอร์ดเยสยุคแรกให้มาเล่นด้วยกัน แต่เพราะสไตล์ของโทนีค่อนข้างเรียบง่ายอนุรักษ์นิยม ในขณะที่เทรเวอร์อยากให้เสียงคีย์บอร์ดร่วมสมัย เลยให้เอ็ดดี จ็อบสัน ( Eddie Jobson) จากวงร็อกซีมิวสิก(Roxy Music) มาร่วมงานแทน แต่สุดท้าย โทนี เคย์ก็กลับมาทำงานต่อ

เมื่อมีสมาชิกเยสถึง 3 คนในวง บริษัทแอตแลนติกก็อยากให้กลับไปใช้ชื่อวงเยส แต่เทรเวอร์คัดค้านไม่อยากให้ใช้ชื่อวงเยส “ผมคัดค้าน ผมอยากให้มันเป็นงานใหม่ และไม่อยากสืบสานวงจากยุค 70 ที่กำลังสูญพันธุ์” ดังนั้นก็เลยเกิดเป็นวงซีนีมา (Cinema) ซึ่งออกทางป็อปตามสไตล์เทรเวอร์ ราบิน

การทำงานเริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1982 ถึงเมษายน ค.ศ. 1983 โดยที่ยังไม่มีอะไรเสร็จเรียบร้อย หลายเพลงมาจากเดโมของเทรเวอร์ที่ทำสำหรับงานเดี่ยวที่โดนเกฟเฟนปฏิเสธมา แต่ก็มีหลายเพลงที่ร่วมกันทำงานในห้องซ้อมตั้งแต่เริ่มแรก คริสเริ่มคิดว่าเสียงร้องของเทรเวอร์ ยังไม่โดดเด่นเพียงพอ ตอนแรกเขาคิดจะให้ เทรเวอร์ ฮอร์น ซึ่งเคยเป็นนักร้องนำวงเยสช่วงก่อนยุบวงเข้ามาเป็นนักร้องนำ

“ผมรู้สึกว่าเราต้องการนักร้องนำในวง และผมก็แนะนำเทรเวอร์ ราบินไปว่า น่าจะเป็น เทรเวอร์ ฮอร์น ซึ่งผมเคยร่วมงานด้วยในช่วงอัลบั้ม ดรามา ของเยส เราก็เลยนัดกันช่วงมื้อกลางวันและผมก็เสนอให้เขามาเป็นนักร้องนำวงซีเนมา แต่ตอนนั้นเทรเวอร์สร้างชื่อในฐานะโปรดิวเซอร์ เขาประสบความสำเร็จในการทำวงเอบีซี และดอลลาร์ เขาเลยไม่อยากจะเลิกอาชีพที่กำลังรุ่งมาร่วมวง แต่เขาก็ตกลงมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้อัลบั้มของเรา และผมก็ยินดีมากที่ได้เขามาร่วมงานด้วย”

แต่เทรเวอร์ ราบินดูจะไม่ค่อยมีความสุขที่ได้เทรเวอร์ ฮอร์นมาร่วมงาน “ผมจำได้ว่าตอนนั้นคิดว่าเขาไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับงานนี้ เขาเป็นโปรดิวเซอร์แนวป็อป และผมก็ไม่คิดว่าเขาจะทำอะไรให้เราได้ แต่ผมก็ต้องยอมรับว่าเทรเวอร์กลายเป็นคนที่เหมาะสมกับ 90125

ซิเนมาเริ่มต้นบันทึกเสียงที่เซิร์มอีสต์สตูดิโอส์ ในลอนดอน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1982 แต่ก็มีเรื่องให้เปลี่ยนแปลงอีกเมื่อฟิล คาร์สัน เข้ามาที่สตูดิโอเพื่อฟังเพลงของซิเนมา และพยายามโน้มน้าวให้สมาชิกวงเปลี่ยนชื่อวงเป็นเยส ด้วยเหตุผลทางพาณิชย์ และยิ่งกว่านั้น ฟิลเสนอให้ทางวงติดต่อจอน แอนเดอร์สันให้กลับมาเป็นนักร้องนำอีกครั้ง เพราะเขาคิดว่าเสียงร้องของเทรเวอร์ยังไม่มีจุดเด่นเพียงพอสำหรับวง และการได้จอนมาจะยิ่งเป็นการช่วยเรียกแฟนเพลงเก่า ๆ ให้กลับมาอีกครั้ง

ตอนนั้นจอนกำลังเตรียมงานของตัวเองอยู่ แต่เมื่อคริสให้เขาฟังตัวอย่างเพลงที่ได้ทำไปแล้วเขาก็สนใจทันที เมื่อจอนเข้าร่วมวงเขาก็ขอแก้ไขเนื้อเพลงและจัดวางการร้องเสียใหม่เพื่อให้เข้ากับตัวเขาเองมากขึ้น และเมื่อการใช้ชื่อวงซีนีมามีปัญหาเพราะเมื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์วงผ่านสื่อมวลชนก็มีวงดนตรีอื่นอ้างตัวว่าใช้ชื่อนี้อยู่ก่อนแล้ว วงจึงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ สมาชิกก็ออกเสียงให้กลับไปใช้ชื่อวงว่าเยส โดยเทรเวอร์ ราบินจำใจยินยอมเพราะแพ้การออกเสียง

การทำงานของเทรเวอร์ ฮอร์นเน้นเสียงร่วมสมัย ไม่ค่อยเป็นไปในทางเดียวกับโทนี เคย์ ที่ออกอนุรักษ์นิยมทำให้โทนีออกจากวงก่อนที่จะบันทึกเสียงเสร็จสิ้น เทรเวอร์ ราบินต้องเล่นคีย์บอร์ดเองหลายเพลงเพื่อให้บันทึกเสียงเสร็จ แต่คริสเล่าว่าทางวงไม่ได้ไล่โทนี และโทนีก็ไม่ได้ลาออกจากวง “ตอนนั้นโทนีทำงานในส่วนของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยเหตุว่าเขาเข้ากับเทรเวอร์ ฮอร์นไม่ค่อยได้นัก เราเลยแนะนำให้เขากลับบ้านที่ลอสแอนเจลิส แต่เขาไม่ได้โดนไล่ออกจากวงเยส และเขาก็ไม่ได้ลาออก ส่วนที่เอ็ดดี จ็อบสันอยู่ในมิวสิกวิดีโอ โอนเนอร์ออฟอะโลนลีฮาร์ต ก็เพราะว่าเขาอยู่แถวนั้นตอนเราถ่ายทำกันพอดี เราไม่เคยพูดคุยกับเอ็ดดีหรือว่าใครเรื่องที่จะให้เข้ามาแทนทีโทนีเลย”

ซึ่งที่คริสเล่า มันแตกต่างกับที่เทรเวอร์ ราบินเล่า เพราะเขาบอกว่าได้เจรจากับเอ็ดดี “เราได้พูดคุยกันเรื่องจะให้เอ็ดดีมาเล่นตอนออกทัวร์ ตอนนั้นเรายังมีตัวเลือกอื่นคือ ดันแคน แม็กเคย์ (Duncan Mackay)”

ณ เวลานั้นทางวงเริ่มมีปัญหาเรื่องเงินในการผลิตอัลบั้ม ฟิล คาร์สันซึ่งควักเงินส่วนตัวให้ทางวงใช้บันทึกเสียงไปก่อนได้โอกาสนำเดโมเทปของวงไปให้อาเมต เออร์ทีกัน นายใหญ่แอตแลนติกเร็คคอรดส์ฟังถึงปารีส (อาเมตเป็นคนที่เซ็นสัญญากับเยสด้วยตัวเองในปีค.ศ. 1969) ซึ่งได้ผลเพราะอาเมตชอบใจทิศทางใหม่ของเยสและยังมีจอน แอนเดอร์สันเป็นนักร้องนำด้วยจึงอนุมัติเงินสนับสนุนมา

นอกจากนี้ยังมีปัญหาว่า เทรเวอร์ ฮอร์นกำลังสนใจทำอัลบั้มกับมัลคอล์ม แม็กลาเลน (อัลบั้ม ดัก ร็อก) มากกว่า ทำให้การทำงานในบางครั้งเทรเวอร์ ราบินต้องจัดการอะไรเองหลายอย่าง จนกระทั่งท้ายสุด เขาไม่พอใจที่เทรเวอร์ ฮอร์น มิกซ์ ก็เลยลองมิกซ์ของตัวเองออกมา แต่บริษัทชอบฝีมือเทรเวอร์ ฮอร์นมากกว่า

ปัญหาอีกเรื่องคือหาชื่ออัลบั้มกันไม่ได้ บางคนก็เรียกว่า เดอะนิวเยสอัลบั้ม  เพื่อจะได้เป็นการบอกว่านี่คือยุคใหม่ของเยส และเป็นการทำให้คิดถึงอัลบั้ม เยสอัลบั้ม (Yes Album) ที่เคยสร้างชื่อในอดีต เจอรี เมาต์ ผู้ออกแบบปกอัลบั้มแนะนำให้ใช้ตัวเลขรหัสลำดับอัลบั้มของบริษัทเป็นชื่ออัลบั้ม ตอนแรกมันจึงมีชื่อว่า 89464 แต่ด้วยความล่าช้าต่าง ๆ ทำให้อัลบั้มออกมาช้ากว่าเดิมถึง 2 เดือน ทำให้กลายเป็น 90125

อัลบั้ม 90125 เป็นการเกิดใหม่ของเยส ตั้งแต่หน้าปกอัลบั้มไม่ใช้จินตนาการแฟนตาซีของโรเจอร์ ดีน ผู้ออกแบบปกอัลบั้มให้เยสมานาน เยส (หรือสมัยที่มอบหมายให้ แกรี โมลต์ออกแบบยังใช้ชื่อว่าซีนีมา) และยังเปิดทิศทางดนตรีแนวใหม่ คือป็อป (ใหม่สำหรับเยส) บางทีเยสอาจจะลองมาทางป็อปบ้างแล้วจาก โทมาโทและ ดรามา แต่สองอัลบั้มนั้นยังไม่ลงตัวเพราะติดภาพของเยสในอดีตมาหลอกหลอน

ดนตรีในอัลบั้มนี้เปลี่ยนไปจากเยสในอดีต เพราะเทรเวอร์ ราบินเป็นคนเขียนเพลงหลัก เพลงเด่นหลายเพลงในอัลบั้มนี้มาจากเดโมที่เขาเตรียมไว้ทำอัลบั้มเดี่ยว อย่างเช่น “โอนเนอร์ออฟอะโลนลีฮาร์ต” “โฮลด์ออน” และ “เชนส์” ดนตรีก็ออกทางป็อป ไม่ซับซ้อนอย่างอดีต แนวคิดสร้างสรรค์ของเทรเวอร์ ราบินเป็นของใหม่น่าลิ้มลองสำหรับสมาชิกวงเยส เมื่อรวมเข้ากับทักษะความชำนาญด้านการผลิตเสียงต่าง ๆ ของเทรเวอร์ ฮอร์น ยิ่งทำให้อัลบั้มนี้มีความสดใหม่เสมือนเป็นการเปิดตัววงเยสในยุค 80 ในสายป็อป ที่มีเพลงติดหูเหมาะกับการเปิดทางสถานีวิทยุหลายต่อหลายเพลง โดยเฉพาะ “โอนเนอร์ออฟอะโลนลีฮาร์ต” ที่มีเสียงซินธ์ เสียงกีตาร์ติดหู และเป็นเพลงแรกและเพลงเดียวที่ขึ้นอันดับหนึ่งในตารางอันดับเพลง อีกเพลง “โฮลด์ออน” ขึ้นถึงอันดับ 27 ในตารางจัดอันดับเมนตรีมร็อก ด้วยสไตล์บัลลาดกึ่งบลูส์ร็อก มีริฟฟ์กีตาร์ติดหู พร้อมทั้งเสียงออร์แกนฝีมือโทนี กับเสียงร้องที่จัดวางอย่างโดดเด่นด้วยเสียงของจอน แอนเดอร์สัน

เพลงบรรเลง “ซิเนมา” ก็แสดงศักยภาพด้านทักษะทางดนตรีได้อย่างยอดเยี่ยม หรือ “ลีฟอิต” อาจจะฟังแปลกหู แต่สไตล์การประสานเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ผสมกับความใหม่สดของเยสในยุคนั้น

เป็นอัลบั้มที่ทำยอดขายได้มากที่สุดของเยส แต่เป็นอัลบั้มที่โดนยี้มากตามไปด้วยเพราะแทบทิ้งสไตล์เยสไปหมดสิ้น ทิ้งเสียงกีตาร์ละเอียดแพรวพราว กลายเป็นกีตาร์สำเนียงร็อกเต็มตัว “โอนเนอร์ออฟอะโลนลีฮาร์ต” กลายเป็นเพลงฮิตติดท็อปชาร์ตเพียงเพลงเดียวในชีวิตเยส ได้แฟนเพลงใหม่มาเพียบ และเป็นการเปิดทศวรรษ 1980 ที่ยอดเยี่ยมของเยส

โฆษณา

Published by Friday I am in Rock

Lover and Hater, A profound liar of all time.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: