Don Costa


มือเบสที่เคยเล่นกับออสซี ออสบอร์นในช่วงเวลาสั้น ๆ

ในบรรดานักดนตรีที่เคยร่วมงานกับออสซี ออสบอร์น (Ozzy Osbourne) มักจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในเวลาต่อมา แต่ก็มีหลายคนที่เงียบหายไปเลย อย่างเช่น ลินด์ซี บริดจ์วอเทอร์ (Lindsey Bridgewater) คนนี้เป็นมือคีย์บอร์ดช่วงออกทัวร์ สปีกออฟเดอะเดวิลทัวร์ (Speak of the Devil Tour) และฝากฝีมือในอัลบั้มบันทึกการแสดงสด ทริบิวต์ (Tribute, 1987) คนนี้ก็เงียบไปเลย

และบางคนที่กำลังเขียนถึงนี้ น่าจะดัง แต่ก็ไม่ดัง เป็นมือเบสในช่วงเวลาที่เจก อี ลี เป็นมือกีตาร์ แต่ยังไม่ได้บันทึกเสียงอัลบั้ม บาร์กแอตเดอะมูน เพราะโดนไล่ออกเสียก่อน

ใครคนนั้นเป็นมือเบส ชื่อ ดอน คอสตา (Don Costa) ซึ่งมีประวัติสั้น ๆ เพียงแค่ว่าโดนออสซีชกหน้าและไล่ออกก่อนที่ออสซีจะเล่นคอนเสิร์ต ยูเอสเฟสติวัล ในปีค.ศ. 1983 ไม่เคยมีการกล่าวถึงสาเหตุที่ออสซีเดือดดาลถึงขั้นใช้กำลังกับดอน แต่คนที่รู้จักดอนล้วนเห็นว่าพฤติกรรมของดอนน่าจะเป็นสาเหตุหลัก เพราะเขาใช้ชีวิตบ้าคลั่ง เซ็กซ์ ยาเสพติด และร็อกแอนด์โรลไม่แพ้ใคร

ดอน คอสตา ย้ายจากซานดิเอโก มาลอสแอนเจลิสในช่วงประมาณปีค.ศ. 1979 และเข้าร่วมวง ดันเตฟ็อกซ์ (Dante Fox) ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็นเกรตไวต์ (Great White) สมัยนั้นดันเตฟ็อกซ์เล่นดนตรีเมทัลหนักหน่วงรุนแรง ช่วงแรกมีนักร้องนำเป็นผู้หญิงชื่อ ลิซา เบเกอร์ (Lisa Baker) ต่อมาลิซาลาออกไปร่วมวงเอ็กซ์ไซเตอร์ ที่มีจอร์จ ลินซ์ (George Lynch) เป็นมือกีตาร์ นักร้องนำคนต่อมาก็คือ บุตช์ เซย์ (Butch Say)

 ตอนเข้าร่วมวงดันเตฟ็อกซ์ใหม่ ๆ ดอนยังยืนเล่นเบสนิ่ง ๆ ไม่มีอะไรมาก แต่ต่อมาได้รับคำยุยงจากมาร์ก เคนดาลล์ (Mark Kendall) มือกีตาร์ให้เขาแสดงออกมากขึ้น เขาเปลี่ยนจากยืนเล่นเบสนิ่ง ๆ มาแสดงออกสุดขั้วมากขึ้น จนภายหลัง ความบ้าคลั่งในการแสดงสดของดอนมันหมายถึงการทำลายข้าวของบนเวที ละเลงเลือดไปทั่ว และที่เหนือกว่ามอตลีครูก็คือมันคือเลือดจริงที่เขากรีดตัวเองบนเวทีโดยใช้เครื่องขูดชีส และไม่น่าแปลกใจที่เขาอยู่ในกลุ่มก๊วนเดียวกับทอมมี ลี แห่งมอตลีครู “ผมชอบผู้หญิง” ดอนให้สัมภาษณ์นิตยสารเคอแรงก์! ฉบับเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1983 “ผมชอบที่จะอยู่กับพวกเธอมากกว่าทำสิ่งใด ผมมีฮาเร็มเล็ก ๆ ที่ฮันติงตันบีช” นอกจากเซ็กซ์แล้ว ก็เห็นจะมีการแสดงบนเวทีที่เขาหมกมุ่นไม่แพ้กัน การแสดงของเขาหมายถึงอุปกรณ์ประกอบมาหมาย เช่นโซ่ อีเตอร์ (เอาไว้สับเบสหรือไม่ก็ลำโพง) ที่ขูดชีสเป็นเส้นฝอย ๆ (อันที่คล้าย ๆ ที่ขูดมะละกอบ้านเรา) ซึ่งอันนี้เขาติดไว้กับเบส และใช้ขูดตัวเองให้เลือดไหลซิบ ๆ และให้แฟนเพลงสาว ๆ เลียเลือดจากตัวเขา สัตว์ที่น่าสงสาร เช่นกระต่าย ก็เคยโดนดึงขึ้นไปเล่นบนเวที แต่ไม่มีรายละเอียดว่าเอาไปใช้ทำอะไร

เมื่อแจ็ก รัสเซล (Jack Russell) ออกจากคุก (ข้อหาใช้อาวุธขณะกำลังปล้นทรัพย์) เขามาตามหามาร์ก เคนดาลล์ เพื่อนเก่าที่เคยร่วมวงไลฟ์ไวเออร์ (Livewire) และได้กลายเป็นนักร้องนำวงดันเตฟ็อกซ์ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นเกรตไวต์ (Greatwhite) การเข้ามาของแจ็กทำให้ทิศทางของวงเปลี่ยน โทนี ริชาร์ด มือกลองลาออกไปอยู่กับวงซิสเตอร์ (Sister)

ในเวลานั้น ซิสเตอร์ เป็นวงของ แบล็กกี ลอว์เลส (Blackie Lawless) ซึ่งอยากได้ดอน คอสตามาเป็นมือเบสของวงซิสเตอร์ด้วย แต่ดอนยังไม่สนใจจะร่วมงานกับแบล็กกี จนกระทั่งสิ้นเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1982 ริก ฟ็อกซ์ (Rik Foxx) มือเบสออกไปทำวงวอร์ลอร์ด (Warlord) ดอน คอสตาก็ยอมรับคำเชิญชวนมาร่วมวงกับวอส์ปเพราะรู้สึกว่าการร่วมงานกับเกรตไวต์ไม่เข้าทางเขาเหมือนเดิม แต่ดอนก็อยู่กับวอส์ปไม่นาน ได้ร่วมแสดงครั้งหรือสองครั้งก็ลาออก แบล็กกีก็ดึงคริส โฮล์มมาเป็นมือกีตาร์และแบล็กกีหันมาเล่นเบสเอง

Damien Band Poster, Don Costa

แต่ปรากฏว่ายังไม่ถึงใจดอน เขาลาออกมาตั้งวง เดเมียน (Damien) ในเวลาไม่นาน ดอนได้รู้จักกับพังกี เปรู (Punky Peru) มาตั้งแต่พังกีอยู่วงเดอะเปรูครู (The Peru Crue) เรื่องของพังกีอ่านได้จากที่เคยเขียนถึงวงวิตช์ (Witch)  ดอนรู้สึกว่าเขาคงเข้าขากับพังกีเพราะชอบสไตล์ดิบเถื่อนไม่แพ้กัน แถมภาพลักษณ์การใช้โซ่กับชุดหนังก็คล้ายกันอีก เขาเลยตั้งวงแบบรวบรัดโดยเข้าไปหาพังกี เสนอตัวมาเป็นมือเบสในวง พูดคุยคอนเซ็ปต์กันเรียบร้อยระหว่างดอน พังกี เปรู และ เฮนรี สโตน ทางวงไล่ แจมมิง ไจโร (Jamming Gyro) ออกจากวง และเปลี่ยนชื่อเป็นเดเมียน ซึ่งเป็นชื่อเพลงหนึ่งของวงเดอะเปรูครู

ดอนกับพังกีเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำเพลง ซึ่งชื่อเพลงแต่ละเพลงก็ดูจะแสดงความโรคจิตได้ไม่แพ้ใคร เช่น “Infected Growth”“Twelve And Under” (เรื่องโสมมกับเด็กสาววัยไร้เดียงสา)  “Sweaty Hole” “Shredded Meat” (เพลงนี้เขาบรรยายถึงเจ้าเครื่องขูดชีสที่เขาใช้จนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว) หรือเพลง Hatred” ที่มีเนื้อร้องว่า “Hate thy neighbor, shoot him in the head, fuck his wife, steal his bread! HATRED!” เฮนรี มือกีตาร์ของวงเล่าว่าดอนวางแผนจะมีเซ็กส์บนเวทีด้วย…

แต่ก่อนจะได้ทำอย่างนั้น วงเดเมียนก็ต้องยุบวงก่อนที่จะแสดงสดครั้งแรก เพราะดอนได้รับโอกาสจากออสซี ออสบอร์นให้เป็นมือเบสในวง หลังจากที่ส่งเทปการเล่นของตัวเองพร้อมรูปภาพสุดเท่ (เสียดายหาภาพประกอบไม่ได้) ทีมงานของออสซีก็เรียกตัวเขาไปทดสอบฝีมือที่ดัลลัส และได้เป็นมือเบสของวงไล่เลี่ยกับเจก อี ลีที่เข้ามาเป็นมือกีตาร์ให้ออสซี ทั้งคู่แสดงสดร่วมกับออสซีครั้งแรกวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 1983

ถึงแม้ว่าการเป็นมือเบสให้ออสซี ซึ่งโดนห้ามหลายอย่าง เช่นห้ามเอาที่ขูดชีสมากขูดตัวเองให้เลือดออกเหมือนสมัยก่อน แต่เขาก็ยังแอบเอาโซ่ไปเล่นบนเวที มีแฟนเพลงคนหนึ่งเล่าว่าได้ดูการแสดงของออสซีสมัยดอนเป็นมือเบส ระหว่างเพลง “บีลีฟเวอร์” ดอนเอาโซ่เส้นหนามาพันรอบคอตัวเอง และยังใช้ฟันกัดโซ่สะบัดไปมาอย่างบ้าคลั่ง

เท่าที่ได้ฟังงานบู้ตเลกสมัยนั้น การเล่นเบสของดอนไม่แพรวพราวเท่ารูดี ซาร์โซ แต่ก็หนักแน่นกร้าวร้าวระห่ำโดดเด่นไม่น้อย และด้วยความที่เขามีความโดดเด่นนี้ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โดนไล่ออกจากวง เฮนรี สโตน มือกีตาร์วงเดเมียนเล่าว่า ดอนโดนตักเตือนไม่ให้ล้ำหน้าออสซีหลายครั้ง อย่างเช่นเวลาที่ออสซีร้องเพลงอยู่ ห้ามทำอะไรล้ำหน้า ให้ไปเล่นอยู่ด้านหลัง ซึ่งเรื่องนี้ชารอนไม่พอใจเพราะอยากให้ออสซีเป็นพระเอกบนเวที ซึ่งก็แน่ล่ะ นี่มันคอนเสิร์ตของออสซี ออสบอร์น เขาต้องเด่นเป็นพิเศษสิ นอกจากนี้ยังเล่ากันว่าความบ้าเซ็กซ์ของดอนนั้นขนาดว่าเขาจะยังไม่ขึ้นเวทีถ้ายังไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับสาว ๆ ซึ่งหลายคืนเขาควบสาม! ทอมมี อัลดริดจ์ (Tommy Aldridge) มือกลองของออสซีในขณะนั้น เคยพูดถึงดอน คอสตาว่า ดอนเคยเอาเทปที่บันทึกเสียงระหว่างเขากับผู้หญิงมาเปิดให้เขาฟัง…

นั่นล่ะความภูมิใจของดอน!

จากซ้ายไปขวา ดอน คอสตา ออสซี ออสบอร์น เจก อี ลี

และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นต้นเหตุให้ออสซีทะเลาะกับดอนจนคุมตัวเองไม่อยู่ ต่อยจมูกดอนหัก (บางแหล่งบอกว่าออสซีเอาหัวโขก แต่เรื่องออสซีทำร้ายร่างกายคนอื่นนี่ไม่แค่ดอนคนเดียว รูดี ซาร์โซก็เคยโดน) และไล่ดอนออกจากวงก่อนวันเล่นที่ยูเอสเฟสติวัล ซึ่งงานนั้นออสซีต้องจ่ายค่ารักษาและค่าเสียหายเพื่อให้เรื่องมันจบไปถึง 5,000 ดอลลาร์

หลังจากดอน คอสตาออกจากวงของออสซี เขาก็ไปทำวง เอ็ม-80 (M-80) ร่วมกับ นิกกี บัซซ์ (Nikki Buzz) อดีตมือกีตาร์วงเวนเตตตา (Vendetta) แต่ก็ออกหลังทำอีพีได้เพียงแค่ชุดเดียว ซึ่งเอ็ม-80 มีอัลบั้มเต็มตามมาอีกชุดหนึ่งนิกกีก็ยุบวงไปทำวงอื่น

หลังจากนั้นดอนก็หายเงียบไปจากวงการดนตรี ข่าวล่าสุดเฮนรีเพื่อนร่วมวงเดเมียนบอกว่าไปหาเขาที่บ้านประมาณปีค.ศ. 1988 – 1989 แต่พบเพียงภรรยาหรือแฟนสาวของดอน ที่บอกสั้น ๆ เพียงว่าดอนถอนตัวจากวงการดนตรีโดยสิ้นเชิงแล้ว

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.