ข้ามไปยังเนื้อหา

KISS: การเปิดเผยหน้าตาในปีค.ศ. 1983


ช่วงปีค.ศ. 1980 – 1982 เป็นห้วงเวลาที่สาหัสสำหรับวงคิสทั้งที่ไม่กี่ปีก่อนหน้านั้นพวกเขาเป็นวงร็อกที่ขายสินค้าที่ระลึกได้ถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ลางบอกเหตุว่าพวกเขากำลังตกต่ำเริ่มจากอัลบั้ม อันมาร์กด์ (Unmasked, 1980) ที่ไม่สามารถทำยอดจำหน่ายถึง 1 ล้านแผ่นทั้งที่ก่อนหน้านั้นพวกเขาทำยอดทะลุหลักล้านมาต่อเนื่องหลายอัลบั้ม จนผ่านไปสามทศวรรษอัลบั้มนี้ก็ยังทำยอดจำหน่ายไม่ถึงหลักล้าน

นอกจากนั้น ปีเตอร์ คริสส์ มือกลองหน้าแมวของวงก็ต้องออกจากวงไปในปีค.ศ. 1980 ซึ่งทางวงก็ได้ อิริก “หมาจิ้งจอก” คารร์ มาเป็นมือกลองแทน พวกเขาพยายามสร้างผลงาน “อาร์ต” ในชุด มิวสิกฟรอมดิเอลเดอร์ (Music from the Elder, 1981) แต่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งเสียงวิจารณ์และยอดจำหน่าย พอพวกเขาพยายามฮึดกลับมาสู่แนวร็อกและเมทัลใน ครีเชอร์ออฟเดอะไนต์ (Creature of the Night, 1982) ซึ่งจะว่าไปก็เป็นผลงานชั้นเยี่ยมชุดหนึ่งของคิสแต่ยอดจำหน่ายก็ไม่กระเตื้องขึ้นมาใกล้เคียงกับความสำเร็จในอดีต สร้างความหนักใจให้กับผู้เกี่ยวข้องกับวงคิสกันถ้วนหน้า เพราะในช่วงนั้นแกลมเมทัลเริ่มประสบความสำเร็จกำลังจะกลายเป็นกระแสเชี่ยวกรากในเอ็มทีวี

จีน ซิมมอนส์ และ พอล สแตนลีย์ เริ่มคิดถึงการรีแบรนด์วงคิสเสียใหม่ และจะมีทางไหนเป็นรูปธรรมได้เท่ากับภาพลักษณ์

ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจว่าถึงคราวที่คิสจะต้องเปิดเผยโฉมหน้าต่อประชาชน

Kiss with J J Jackson MTV 1983

และเขาเลือกเปิดเผยใบหน้าต่อสาธารณะในวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1983 ในรายการของเจเจ แจ็กสัน ซึ่งแนะนำตัวอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตอง เพียงแค่แนะนำตัวด้วยภาพที่แต่งหน้าเต็มที่ แล้วตัดมาที่หน้าตาของสมาชิกที่ปราศจากการแต่งหน้า เป็นงานที่เรียบง่าย

“คิสก็ยังเป็นคิส” จีน ซิมมอนส์แสดงความเห็น “การแต่งหน้าเป็นเพียงการเสริมสร้างบุคลิกภาพของเรา แต่เรายังมีพลังและแรงขับเคลื่อนที่จะทำทุกอย่างเพื่อมอบการแสดงที่ดีที่สุดในโลกให้ผู้คน” ส่วนพอล สแตนลีย์บอกว่า “ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปหรอก เพราะว่าเรารู้วิธีการแสดงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การแต่งหน้างไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เราทำบนเวที ทุกอย่างมันมาจากเรา การไม่แต่งหน้าไม่ทำให้ความรู้สึกของเราเปลี่ยน”

เรื่องนี้แฟนเพลงรู้สึกแตกต่างกันไป ทุกคนคงตื่นเต้นที่ได้เห็นตัวจริงของคิสเสียที แต่ทุกคนก็อยากให้คิสแต่งหน้าทาตาเหมือนเดิม เพราะมันคือจินตนาการ เป็นภาพลักษณ์เหนือจริง และไม่น่าแปลกใจเลยที่คิสจะหันกลับมาแต่งหน้าทาตาออกทัวร์เก็บเงินเป็นกอบเป็นกำอีกครั้ง

คิสกับรูปหลุดก่อนเปิดหน้าตาอย่างเป็นทางการ

ความจริงก่อนหน้าที่พวกเขาจะตัดสินใจเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงผ่านเอ็มทีวีไม่กี่เดือน มีรูปหลุดของพวกเขาอยู่ในหน้าเดอะสตาร์แมกกาซีนมาก่อนแล้ว โดยเป็นรูปหน้าที่แท้จริงของจีน ซิมมอนส์ พอล สแตนลีย์ เอซ เฟรห์ลีย์ และ อิริก คารร์ เพียงแต่ว่าชื่อที่กำกับสลับกันไปหมด โดยรูปที่ได้มาจากรูปติดหนังสือเดินทางของสมาชิกวง

KISS Photo Leaks in Star Magazine 1983

ในเวลาไล่เลี่ยกันก็มีรูปพอล สแตนลีย์ยืนอยู่กับสาวนางหนึ่งในหน้านิตยสาร

และยิ่งไปกว่านั้น วงคิสเคยเกือบเปิดเผยโฉมหน้าจริงในปีค.ศ. 1974 ในขณะที่ยังไม่ประสบความสำเร็จทางการตลาด!

การถ่ายรูปกับนิตยสารครีมในปีค.ศ. 1974

ในปีค.ศ. 1974 ชาร์ลี อูลิงเจอร์ บรรณาธิการภาพของครีม นิตยสารดนตรีร็อกในตำนานเคยหลอกวงคิสมาถ่ายภาพแบบปราศจากการแต่งหน้า โดยบอกว่าทางทีมบริหารอนุญาตแล้ว ในสมัยนั้นนิตยสารครีมเป็นหนึ่งในไม่กี่เล่มที่สนับสนุนวงคิสอย่างออกหน้าออกตา สมาชิกเลยเชื่อสนิทใจถ่ายรูปเป็นเซ็ตอย่างดี สวยงาม  แต่ยังไม่ทันตีพิมพ์ ทางบิล อูคอย ผู้จัดการวงคิสรู้ตัวเสียก่อนเลยติดต่อเจรจากับทางนิตยสารครีมไม่ให้ตีพิมพ์ภาพชุดดังกล่าว

KISS Photoshoot Creme Magazine 1974

ทุกวันนี้คิสกลับมาแต่งหน้าทาตาเหมือนเดิม แม้จะมีสมาชิกดั้งเดิมเพียงแค่สองคน การแต่งหน้าก็ดีอยู่อย่างคือทำให้แฟนเพลงมีภาพความทรงจำสมัยก่อนที่สมาชิกแต่ละคนยังหนุ่ม หรือจะใช้คำว่า ปราศจากอายุ แทนที่ต้องมาเห็นจีนในหน้าตาเหี่ยวย่นอ้วนฉุ ส่วนพอลแม้จะหน้าตายังดูดีอยู่ แต่ก็รู้ว่าหมดไปกับการเสริมแต่งเพื่อให้คงสภาพได้ลำบากขึ้นทุกที

เวลาทำให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป แต่การทาหน้าตาทำให้คิสเป็นอมตะ!

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: