Ozzy Osbourne: Blizzard Of Ozz


Blizzard of Ozz เป็นผลงานแรกของ Ozzy Osbourne การลงมือทำอะไรครั้งแรกมักจะท้าทายผู้คนอยู่เสมอ การออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของ Ozzy Osbourne ก็เช่นกัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย หรือจะว่าไป ไม่เคยมีอะไรเป็นเรื่องง่ายสำหรับ Ozzy Osbourne

Goodbye to Romance

หลังจากที่ Ozzy ออกจากวง Black Sabbath เขากำลังอยู่ในสถานภาพตกต่ำ บางทีอาจจะตกต่ำที่สุดในชีวิตของเขาก็ได้ เขาเก็บตัวเงียบในโรงแรม Le Park ไม่ออกไปไหนเป็นเดือน มีคนส่งยามาส่งให้ถึงที่ ชีวิตมีแต่พิซซากับเบียร์ (และยาเสพติด) ความสัมพันธ์กับภรรยาในขณะนั้นคือ Telma และลูก ๆ ก็เริ่มมีปัญหาเพราะตัวเขาแยกตัวมาลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ขณะที่คนในครอบครัวตัดสินใจปักหลักอยู่ในอังกฤษต่อ

ในหนังสือ I Am Ozzy เขาโทษว่าการให้เวลากับ Black Sabbath ทำให้ชีวิตครอบครัวของสมาชิกแต่ละคนต้องพังทลาย ทั้ง Geezer, Tony, Bill เพราะทุกคนทุ่มเทให้กับวงที่ต้องใช้เวลาทำเพลง เขียนเพลง บันทึกเสียง ออกทัวร์คอนเสิร์ต ฯลฯ จนกระทั่งวันหนึ่ง Sharon Arden บุตรสาวของ Don Ardenแห่ง Jet Records ซึ่งเป็นผู้จัดการของOzzy (และBlack Sabbath)ก็เดินทางมาหาถึงห้อง ในเวลานั้น Ozzy ใช้เงินที่ได้จากการทำงานในวง Black Sabbath ไปหมดสิ้นแล้ว เงินติดตัวเขาในขณะนั้นมีไม่กี่ดอลลาร์เท่านั้น Don บังคับให้เขาตั้งวง Son Of Sabbath เพื่อสืบสานต่อจาก Black Sabbath แต่โชคดีที่ Ozzy ไม่เห็นด้วย Don พยายามให้ Ozzy ทำงานร่วมกับ Gary Moore ซึ่งทั้งคู่ก็เข้ากันได้ดี แต่เห็นพร้องกันว่าไม่ควรทำงานร่วมกัน

On Aboard!

ในที่สุด Ozzyก็ตัดสินใจตั้งวง Blizzard Of Ozz ขึ้นมาโดยมีตัวเลือกจากการชี้นำของทีมจัดการของ Don Arden หลายคน Dana Strum มือเบสที่คร่ำหวอดในวงการเมทัลย่านซันเซ็ตสตริปก็เสนอให้เขาลองซ้อมดนตรีกับ Randy Rhoads มือกีตาร์จากวง Quiet Riot ที่กำลังโด่งดังในซันเซตสตริปในเดือนกันยายน ค.ศ. 1979

และเมื่อเจอกันเพียงแค่ Randy วอร์มมือก่อนจะเล่นจริง Ozzy ก็ตัดสินใจให้เขาเป็นมือกีตาร์คู่บารมีทันที Ozzyกระทับใจและให้เขาเป็นมือกีตาร์ข้างกายทั้งที่การใช้ชีวิตต่างสไตล์กันมาก ในขณะที่ Ozzy เมาเหล้าเมายาเละเทะเกือบตลอดวัน Randy แทบไม่แตะเหล้าเลย ทั้งคู่ลองซ้อมดนตรีด้วยกันโดยมี Dana Strum กับ Frank Banali คอยช่วยเล่นแบ็กอัปให้ ซึ่ง Ozzy พอใจกับการซ้อมและมั่นใจว่า Randy คือมือกีตาร์ที่เขามองหา เมื่อ Ozzy ฮัมทำนองอะไรออกมาให้ได้ยิน Randy จะเอามันมาทำเป็นเพลงต่อ และด้วยความที่ Randy เป็นคนใจเย็นจะค่อย ๆ อธิบายและใช้เวลารวบรวมความคิดที่อยู่ในหัวของ Ozzyที่ ไม่ปะติดปะต่อกันจนออกมาเป็นเพลงได้สำเร็จ

ออสซี ออสบอร์น และ แรนดี โรดส์

สมาชิกคนต่อมาที่เข้าร่วมวงก็คือ Bob Daisley อดีตมือเบสวง Rainbow ซึ่งในขณะนั้นทำวง Widowmaker สังกัด Jet Records เช่นเดียวกับOzzy โดย David Ardenน้องชายของ Sharon เป็นคนแนะนำให้มาลองทดสอบดูขณะที่ Ozzy กลับมาเยี่ยมครอบครัวในอังกฤษ ในตอนนั้น Ozzy พูดคุยกับ Bob แล้วรู้สึกว่านี่คือมือเบสที่เขามองหาและพอลองซ้อมดนตรีด้วยกันก็ไปกันได้ เขาจึงเรียก Randy ให้ตามมาสมทบในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1979 โดยซุ่มซ้อมดนตรีและร่วมกันเขียนเพลงที่มอนเมาท์ แคว้นเวลส์ มีเพื่อนของ Ozzy คนหนึ่งช่วยตีกลองให้

บทเพลงแรกที่เขียนเสร็จก็คือ “Goodbye to Romance” ซึ่งเป็นการบอกลาเพื่อนเก่าในวง Black Sabbath ตามมาด้วยเพลงในอัลบั้มแรกอีกหลายเพลง เมื่อได้เพลงตามที่ตั้งใจก็มาทำเดโมเทปที่เมืองเบอมิงแฮมบ้านเกิดของ Ozzy โดนตอนนั้นมี Dixie Lee ดิกซี ลี มือกลองวง Lone Star มาตีกลองให้ ตอนแรก Ozzy อยากได้ Tommy Aldridge มาเป็นมือกลองของวง แต่เจ้าตัวปฏิเสธเพราะเล่นอยู่กับวง Pat Traver Band ไม่ว่างมาร่วมงานด้วย พวกเขาได้ Lee Kerslake อดีตมือกลอง Uriah Heep เข้ามาร่วมงานด้วยโดย David Arden เป็นคนแนะนำ

Randy Rhoads Lee Kerslake Ozzy Osbourne Bob Daisley
จากซ้ายไปขวา แรนดี โรดส์ ลี เคอสเล็ค ออสซี ออสบอร์น บ็อบ ไดสลีย์

ตอนแรก Ozzy ตัดสินใจว่าจะทำเป็นวงดนตรีชื่อ Blizzard of Ozz แต่ Sharon โน้มน้าวบงการจนกลายเป็นศิลปินเดี่ยวแทนทำให้สถานภาพของนักดนตรีที่เหลือกลายเป็นเพียงแค่นักดนตรีรับจ้างเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ทำให้สมาชิกอีกสามคนรู้สึกเหมือนโดนหักหลังเพราะไม่รู้ตัวล่วงหน้ามาก่อน มารู้ตอนจะไปเล่นที่รีดดิงร็อกเฟสติวัลเดือนสิงหาคมปีค.ศ. 1980 จากที่ตกลงกันตอนแรกว่าจะใช้ชื่อ Blizzard of Ozz ตัวใหญ่และใช้ชื่อ Ozzy ตัวเล็ก ๆ เพื่อช่วยโฆษณาว่านี่คือวงใหม่ของ Ozzy แต่พอใกล้ถึงวันแสดงกลับกลายเป็นว่าทางทีมบริหารของ Ozzy ขอเปลี่ยนไปใช้ชื่อว่า Ozzy Osbourne ตัวใหญ่โดยมีBlizzard of Ozz เป็นตัวเล็กเหมือนเป็นวงแบ็กอัปและมีปัญหาภายในจนต้องยกเลิกการแสดงในงานนั้น (ได้วง Slade มาเล่นแทน) และอีกหนึ่งเดือนถัดมา Blizzard of Ozz ก็วางจำหน่ายกลายเป็นชื่ออัลบั้มของ Ozzy ไปซะงั้น

Bob Daisley เล่าภายหลังว่าไม่มีใครชอบใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น Randy ยอมรับชะตากรรมเพราะในขณะนั้นเขายังไม่เป็นที่รู้จักนอกซันเซตสตริป การเล่นกับ Ozzy เป็นโอกาสที่เขาดังระดับโลก Bob กับ Lee พยายามเรียกร้องสัญญาที่ Ozzy ให้ไว้แต่แรกก็โดน Sharon เขี่ยทิ้งเมื่อบันทึกอัลบั้มลำดับที่สองเสร็จสิ้น…

Lee อ้างว่าเมื่อตอนที่เขาบอก Randy ว่าโดนเขี่ยออกจากวง Randy ก็ไม่อยากออกทัวร์กับ Ozzy เพราะไม่อยากทิ้งทั้งคู่ไว้เบื้องหลัง ซึ่ง Lee ก็ตอบไปว่าอย่าทำอะไรโง่ ๆ ขอบใจที่อยู่ข้างกัน

แต่ทาง Sharon บอกว่าที่ไล่ Bob กับ Lee ออกไม่ใช่เพราะทั้งคู่เรียกร้องการเป็นวงดนตรีที่เท่าเทียม แต่เธอดูแล้วรู้สึกว่า Bob กับ Lee มีภาพลักษณ์ที่ “แก่” ไปหน่อย (ตอนนั้น Bob อายุ 30 Lee อายุ 33) และเธอเองไม่ได้ควบคุม Ozzy เต็มตัวในตอนนั้นไม่งั้นทั้งคู่คงไม่ได้เข้าร่วมวง แต่คนที่เข้ามาแทนลีคือ Tommy Aldridge ก็อายุ 30 ปี ไม่ได้หนุ่มกว่าอะไรเลย)

Bob เล่าความหลังว่าริฟฟ์หลักจะมาจาก Randy แล้วเขากับ Randy จะช่วยกันทำให้เป็นเพลง โดยที่ Ozzyจะเป็นคนทำใส่ทำนองเสียงร้อง หรือบางครั้งเขาจะคิดวลีหรือชื่อเพลงออกมา เช่น Wine is fine but whisky’s quicker จากเพลง “Suicide Solution” ก็เป็นประโยคที่ Ozzy คิดโดยได้แรงบันดาลใจจากบทกวี Reflections on Ice Breaking ของ Ogden Nash กวีอเมริกันเมื่อปีค.ศ. 1931 ซึ่งมีท่อนหนึ่งประพันธ์ไว้ว่า Candy is dandy but liquor is quicker ซึ่งเรื่องนี้ Ozzy เคยให้สัมภาษณ์ว่ามันเป็นเพลงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ Bon Scott ซึ่งมีสาเหตุจากการดื่มเกินขนาดในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1980 ก่อนบันทึกเสียงประมาณ 1 เดือน แต่ Bob บอกว่าเพลงนั้นเขาเป็นเขียนจนจบ และมันเกี่ยวกับตัว Ozzy ล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับใครอื่นเพราะช่วงนั้น Ozzy ดื่มจัดมาก บางทีเขาดื่มแต่เช้างแล้วเมาหลับไปตลอดบ่าย

Blizzard of Ozz

และสมาชิกคนสุดท้ายที่เข้ามาเสริมทัพก็คือ Don Airey ซึ่งเคยร่วมงาน Bob มาก่อนในวง Rainbow และเคยฝากฝีมือไว้ในอัลบั้ม Never Say DIe ของ Black Sabbath มาก่อนแล้ว เริ่มบันทึกเสียงกันในวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 1980 ที่ ริดจ์ฟาร์มสตูดิโอในเซอเรย์ ตอนแรก Chris Tsangarides ซึ่งมีผลงานจากการทำงานร่วมกับ Gary Moore, Judas Priest จะเป็นคนดูแลการผลิตอัลบั้มนี้ ทว่ามีปัญหากับ Ozzy ก็เลยโดนไล่ออกกลางครัน Max Norman ซึ่งทำหน้าที่ซาวนด์เอนจิเนียร์เลยขยับขึ้นแท่นดูแลการผลิตแทน แต่เครดิตในอัลบั้มเป็นของ Ozzy, Randy, Bob, และ Lee

Blizzard of Ozz วางจำหน่ายในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 1980 หน้าปกอัลบั้มเป็นรูป Ozzy ถือไม้กางเขนในแบบหนังแนวพ่อมดเวทมนต์ สอดคล้องกับชื่ออัลบั้มล้อเลียนชื่อ Wizard of Oz โดยเล่นคำ Blizzard คือบรรยากาศพายุหิมะลมแรงที่สื่อถึงบรรยากาศแบบภาพยนตร์สยองขวัญ และขณะเดียวกันก็ทำให้คนเห็นชื่อนึกถึงอดีตของ Ozzy ได้ทันที

สิ่งที่น่าทึ่งในอัลบั้มนี้ก็คือเสียงกีตาร์ของ Randy Rhoads ที่ไม่ได้เล่นริฟฟ์รุนแรงหนักหน่วงทรงพลังอย่าง Tony Iommi ทว่าลื่นไหลแพรวพราวมีอิทธิพลของดนตรีคลาสสิคัลเข้ามาผสมผสาน ความพลิ้วไหวจากปลายนิ้วในเพลงบรรเลงสั้น ๆ “Dee” (ซึ่งย่อมาจาก Doroles มารดาของเขา) และเพลงบัลลาด “Goodbye to Romance” บ่งบอกถึงความชำนาญในการสร้างท่วงทำนองและเรียบเรียงเสียงประสานที่ซับซ้อน

แต่เขาก็ยังไม่ทิ้งลายความเก๋าที่ยังคงต่อเนื่องจาก Black Sabbath นั่นคือ “Mr Crowley” ที่ว่าด้วยจอมเวทย์ผู้นำลัทธิ Thelima ซึ่งหลายฝ่ายตีความว่าเขาฝักใฝ่ทั้งที่เนื้อหาตั้งข้อสงสัยเรื่องการติดยาเสพติดของท่านเจ้าลัทธิและที่สำคัญ Ozzy แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้นำจิตวิญญาณนอกรีตท่านนี้เลย เพราะนามสกุลของท่านออกเสียงว่า โครว์ลีย์ แต่ Ozzy ออกเสียงว่า คราวลีย์

เสียงออร์แกนช่วงอินโทรทำออกมาวังเวงหลอกหลอนโสตประสาทชวนให้รำลึกถึงภาพยนตร์สยองขวัญซึ่ง Don Airey บอกว่าเขาเป็นคนคิดเองทั้งหมด แต่ไม่ได้เครดิตในฐานะผู้ร่วมประพันธ์เพลง จะว่าไปเพลงนี้มีความเป็น Black Sabbath ไม่น้อย แต่ด้วยสไตล์การเล่นริฟฟ์และการวางโครงสร้างดนตรีที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะท่อนโซโลในบทเพลงนี้ได้บาดใจมีท่วงทำนองชัดเจนลื่นไหล นี่คือสำเนียงใหม่ของ Ozzy ที่ยังคงขรึมขลังขณะเดียวกันออกสว่างสดใสออกป็อปมากกว่าความหนักหน่วงอึมครึมแบบ Black Sabbath

พูดถึงการเล่นกีตาร์ของ Randy คงต้องบอกว่าโดยส่วนตัวไม่ได้คลั่งไคล้อะไรนัก ชอบเสียงกีตาร์ของTony Iommi กับ Jake E Lee มากกว่า อย่างเช่น “No Bone Movies” นี่ฟังเสียงริฟฟ์แล้วอดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าเป็น Jake E Lee เป็นคนคิดริฟฟ์มันจะสะเด่ากึ๋นขนาดไหน เพราะความโฉบเฉี่ยวดุดันจากปลายนิ้วของทั้งคู่ต่างกันเหลือเกิน ไม่ใช่ว่า Randy เล่นไม่ดีนะ เพราะถ้าเอาที่ริฟฟ์เพลง “Crazy Train” ก็ต้องถือว่ายอดเยี่ยมหาคนเทียบได้ยากเหมือนกัน การเล่นกีตาร์ในเพลงนี้ (และเพลง “Mr. Crowley”) ทำให้ Ozzy ได้สำเนียงใหม่ สลัดภาพลักษณ์ Black Sabbath ออกไปแสดงความเป็น Ozzy ชัดเจน ยิ่งถ้าฟังผ่านหูฟังจะได้ยินออกมาว่าเล่นโอเวอร์ดับก็ให้ความรู้สึกถึงความตั้งใจและพลังของ Randy

การนำดนตรีคลาสสิคัลเข้ามาใช้ในเพลงฮาร์ดร็อก/เมทัลไม่ใช่ของใหม่ Ritchie Blackmore ก็เคยทำมาก่อน แต่ Randy นำมาใช้ในอีกระดับหนึ่งต่างจาก Ritchie อย่างเช่นการไล่สเกลและการเรียบเรียงเสียงประสานในทิศทางที่ไม่เคยมีมาก่อน Bob คงคุ้นเคยกับสไตล์ดนตรีนี้พอสมควรจากที่เคยร่วมงาน Rainbow ของ Ritchie มาก่อนทำให้เข้าขากับ Randy ได้เยี่ยมมาก ในแผ่นฉลอง 30 ปีที่ออกมา จะมีเพลงชื่อ “RR” เป็นการเล่นกีตาร์ความยาวนาทีเศษ มันออกมาลื่นไหลและมีอารมณ์สดใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ จนไม่น่าแปลกใจว่าทำไม Ozzy ตัดสินใจเลือก Randy ทั้งที่ฟัง Randy วอร์มมือก่อนทดสอบจริงจังด้วยซ้ำ เสียงคีย์บอร์ดของ Don ในอัลบั้มนี้ก็ฉายแววชัดจนนึกเสียใจที่เขาไม่ได้อยู่ในวงในฐานะสมาชิกเหมือนคนอื่น โดยเฉพาะท่อนบรรเลงใน “Revelation (Mother Earth)” ที่สง่างามน่าประทับใจมาก แม้ว่าจุดเด่นของเสียงจะไปตกอยู่ที่กีตาร์เสียเยอะ แต่หลายเพลงคีย์บอร์ดก็แย่งความเด่นมาได้ไม่น้อยเลย ดอนเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่ทำให้อัลบั้มนี้มีสีสันงดงาม

Steal Away

ต่อมา Bob และ Lee ฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องสิทธิและผลประโยชน์ที่พวกเขาควรจะได้…ซึ่งก็พ่ายแพ้ด้วยข้อโต้แย้งจากฝ่ายกฎหมายของ Ozzy ว่า Blizzard of Ozz ออกมาในนามศิลปินเดี่ยวไม่ใช่วงดนตรีที่สมาชิกเท่าเทียมกัน ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิได้ส่วนแบ่งในฐานะ “ผู้บรรเลงเพลง” แต่ได้ลิขสิทธิจากบทเพลงที่ร่วมประพันธ์ขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ Max Norman ซาวน์เอนจิเนียร์ก็ยืนยันว่าทั้ง Bob และ Lee ต่างก็มีส่วนร่วมในการทำเพลงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ช่วงที่ Bob กับ Lee ฟ้องร้องเรียกค่าลิขสิทธิ์เพลงจาก Ozzy เป็นช่วงเวลาที่ทำร้าย Blizzard of Ozzสาหัสสากรรจ์ เพราะกลายเป็นว่า Sharon กับ Ozzy พยายามลบทั้งคู่จากอัลบั้มตั้งแต่อาร์ดเวิร์กในปกอัลบั้มไปจนถึงเสียงกลองและเบสที่ให้ Mike Bordin กับ Robert Trujilo มือกลองและเบสในขณะนั้นบันทึกเสียงอัลบั้มนี้แล้วเอาไปมิกซ์ใหม่เป็นเวอร์ชันค.ศ. 2002 พอแฟนเพลงรู้ก็ด่ากันยับทั่วสารทิศจน Sharon อ้างว่า Ozzy เป็นคนสั่ง Ozzy ก็อ้างว่า Sharon เป็นคนทำ เขาไม่เกี่ยว…

ซึ่งเวอร์ชันนี้ไม่แนะนำอย่างแรง เสียงกลองและเบสมันทื่อไป (อาจจะคิดไปเองคนเดียวก็ได้) แต่รู้สึกว่ามันไม่มีความเร้าใจเหมือนก่อน เช่น “I Don’t Know” เสียงกลองดูจะอ่อนด้อยอย่างไรพิกล เสียงเบสก็เบาบางลงต่ำ แม้แต่ “Crazy Train” ที่ช่วงต้นต้องใช้เสียงเบสและทอมย่ำ ๆ เสียงก็ออกมาเบาบางปราศจากพลังแถมเสียงเบสยังแปลก ๆ ฟังแล้วหงุดหงิดหัวใจ

แม้แต่เมื่อทำสารคดีเกี่ยวกับสองอัลบั้มแรก ทั้ง Sharon และ Ozzy ก็ทำเหมือนว่า Lee กับ Bob ไม่มีตัวตน คนสำคัญมีแค่ Ozzy กับ Randy (ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว) ซึ่งถ้าจะให้ตั้งข้อสังเกตอย่างที่ควรจะเป็นก็คือ Ozzy ไม่ใช่คนที่มีความสามารถด้านเขียนเพลงแม้แต่น้อย

สมัยที่อยู่วง Black Sabbath ตัวOzzyไม่เคยแสดงศักยภาพในด้านการแต่งเพลง แม้ว่าเขามีส่วนร่วมในการทำท่วงทำนองอยู่บ้าง แต่แทบไม่เคยเขียนเนื้อร้องและทำดนตรีเอง เนื้อร้องเกือบทั้งหมดเขียนโดย Geezer Butler เท่าที่จำได้ก็จะมี “เดอะริต” ในอัลบั้ม Sabotage ที่เขียนเพลงด่าผู้จัดการคนก่อนหน้า Don Arden และเพลงใน Blizzard of Ozz ก็ไม่ได้ต่างกัน เพราะหน้าที่ทำดนตรีและเขียนเนื้อเพลงเกือบทั้งหมดเป็นฝีมือของ Randy Rhoads กับ Bob Daisley

ดังนั้นการที่ Ozzy พยายามทำเหมือนกับว่าสองอัลบั้มแรกเป็นผลงานที่เข้าคู่กันอย่างมหัศจรรย์ของ Ozzy กับ Randy จึงเป็นการไม่ให้เกียรติ Bob อย่างน่าอดสู เพราะในเวลาก่อนออกอัลบั้ม Blizzard of Ozz นั้น Sharon เกือบจะไร้ตัวตนอยู่ภายใต้บารมีของ Don Ardenผู้เป็นบิดา ส่วน Ozzy เมื่อออกจาก Black Sabbath ก็ใช้เวลาหมกตัวอยู่ในห้องร่วมครึ่งปีโดยไม่ทำอะไรเลยนอกจากกินเหล้าเสพยา นอนกลิ้งเกลือกไปมา ไม่สามารถลุกมาทำงานของตัวเองได้

ผลจากการฟ้องร้อง Lee เล่าว่าเขาถึงกับหมดตัว

ท้ายสุด

Blizzard of Ozz เป็นผลงานที่ดีเยี่ยม อาจจะไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบแต่ก็เป็นผลงานที่ทำให้ Ozzy กลับมายืนหยัดในวงการเมทัลได้อย่างสง่างาม และทำให้โลกได้รู้จักกับ Randy Rhoads มือกีตาร์ผู้มีทั้งความไพเราะ อ่อนหวาน และแข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในโลกของฮาร์ดร็อกและเฮฟวีเมทัล

สำหรับท่านที่สนใจเรื่องของ Ozzy โปรดอ่านซีรีย์ Ozzy และมือกีตาร์ข้างกายเขา

0 Comments

ให้ความเห็น

  1. […] จอห์น แม็คคัลลัม ชายวัย 19 ยิงตัวเองตายบนที่นอนในบ้านที่อินดิโอ แคลิฟอร์เนีย พ่อแม่ของพวกเขาเชื่อว่าเพลง “ซุไซด์ โซลูชัน” ในอัลบั้ม บลิสสาร์ดออฟออส เป็นต้นเหตุให้ลูกชายของพวกเขาทำแบบนั้น […]

    ถูกใจ

  2. […] เมื่อออกจาก Uriah Heep เขาคิดตั้งวงของตัวเอง แต่แล้วก็ได้รับการติดต่อจาก Ossy Hoppe ผู้จัดคอนเสิร์ตชาวเยอรมัน บอกเขาว่า Ozzy Osbourne กำลังมองหาสมาชิกวง […]

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.