ข้ามไปยังเนื้อหา
โฆษณา

R.I.P. Ginger Baker


จินเจอร์ เบเกอร์ มือกลองผู้ยิ่งใหญ่ผู้บุกเบิกการเล่นเฮฟวีเมทัล ฮาร์ดร็อก ผสมเทคนิคการตีกลองแบบแจ๊สเข้ากับการเล่นร็อกหนักหน่วงรุนแรง สไตล์การเล่นของจินเจอร์ไม่เหมือนใครในเวลานั้น ทั้งหนักหน่วงรุนแรงและมีความแพรวพราว เขาคือบุรุษผู้ทำให้คำว่า “กลองมีหน้าที่แค่คุมจังหวะ” เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

GINGER BAKER

ปีเตอร์ เอ็ดเวิร์ด เบเกอร์ เกิดและเติบโตที่เซาธ์ลอนดอน แต่ได้ชื่อเล่นจินเจอร์จากผมสีแดงของเขา (จินเจอร์เป็นคำสแลงในเชิงลบถึงผมแดง) สมัยวัยรุ่นเคยเข้าแก๊งค์วัยรุ่นข้างถนน เขาพยายามจะเป็นนักปั่นจักรยานทางไกลแต่แล้วก็มาเป็นมือกลองตอนอายุ 16 และด้วยความที่เขาฝึกปั่นจักรยานทำให้กำลังขาดีเยี่ยม

พอได้เล่นวงดนตรีเขาก็หันเข้าหาวงแจ๊ส แต่ด้วยการตีกลองที่แรงหนักหน่วงทำให้เขามีสไตล์การเล่นที่แปลกไปจากมือกลองแจ๊สคนอื่นในย่านโซโห ต่อมาในราวปีค.ศ. 1962 เขาเข้าร่วมวงอเล็กซิส คอร์เนอร์ บลูส์ แทนที่ชาร์ลี วัตต์ที่ลาออกไปเข้าร่วมวงโรลลิงสโตนส์ แต่เมื่อเห็นว่าอเล็กซิสทำท่าจะไม่ก้าวไปไหน แกรมห์ บอนด์ แจ็ก บรูซ และจินเจอร์ จึงออกมาตั้งวง แกรมห์ บอนด์ ออกาไนเซชัน แต่ปัญหาคือในตอนนั้นแกรมห์มีปัญหาเรื่องติดเฮโรอีน ในขณะที่จินเจอร์กับแจ็กก็ทะเลาะเบาะแว้งกันตลอด แม้กระทั่งตอนแสดงบนเวทีทำให้แกรมห์ บอนด์ ออกาไนเซชัน ไปไม่รอด

แต่โชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อจินเจอร์ชวนอิริก แคลปตัน มือกีตาร์รุ่นไฟแรงมาร่วมทำวงด้วยกัน อิริกยื่นข้อเสนอว่า ถ้าจะให้เขาร่วมวงด้วย ต้องให้แจ็ก บรูซมาเป็นมือเบส จินเจอร์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมทำวงร่วมกับแจ็กอีกครั้ง

ทั้งสามคนก่อตั้งวงครีม นั่นกลายเป็นตำนานแห่งวงการฮาร์ดร็อกผู้ผสมผสานดนตรีบลูส์ร็อกกับไซคีเดลิก ทำยอดจำหน่ายรวมกันได้มากกว่า 35 ล้านแผ่น และอัลบั้ม วีลส์ออฟไฟร์ (Wheels of Fire, 1968) เป็นอัลบั้มแรกที่ได้รับการรับรองยอดจำหน่ายในระดับแพลตตินัม เพลง “ซันไชน์ออฟยัวร์เลิฟ” จากอัลบั้ม ดิสราเอลีเกียร์ (Disraeli Gears, 1967) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเพลงบุกเบิกเฮฟวีเมทัล บทเพลงที่ดังสนั่นหวั่นไหว ก้าวร้าว ทรงพลัง

การเล่นอิมโพรไวส์ยาวเหยียดระหว่างการแสดงสดกลายเป็นจุดเริ่มต้นการแสดงสดของวงฮาร์ดร็อกที่เล่นกันยาวนาน ครีมเล่นแบบนั้นมาก่อนเลดเซพพลิน ก่อน ดีพเพอเพิล อาจจะก่อนใครในแวดวงฮาร์ดร็อกทั้งมวล เพลง “โทด” (Toad) จากอัลบั้มแรก เฟรชครีม (Fresh Cream, 1966) เป็นเพลงร็อกที่มีท่อนโซโลกลองยาวเหยียด ก่อนหน้าเพลง “อิน-อะ-แกดดา-ดา-วีดา” ของไอออนบัตเตอร์ฟลาย ก่อน “โมบีดิก” ของเลดเซพพลิน

“มันเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างครอบงำ” จินเจอร์ เบเกอร์เคยพูดถึงการเล่นกับครีม “คุณไม่ได้รู้สึกถึงการเล่นของคุณ แต่เหมือนว่าคุณกำลังฟังเสียงอันน่าอัศจรรย์ที่คุณเป็นส่วนหนึ่งและส่วนของคุณก็แค่…มันเกิดขึ้นจากพรสวรรค์และเราสามคนก็มีมันเต็มเปี่ยม”

แต่ถึงจินเจอร์จะพูดอย่างนั้น ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมวงโดยเฉพาะกับแจ็กไม่ค่อยดีนัก มีการทะเลาะเบาะแว้งถึงขั้นใช้กำลังกันหลายหนทำเอาอิริกปวดหัว อย่างเช่นครั้งหนึ่งจินเจอร์เบื่อการโซโล่เบสยาวนานของแจ็ก เขาเลยเหวี่ยงไม้ตีกลองลงสแนร์ให้กระเด้งไปโดนหัวแจ็ก!!!

แน่นอนว่าแจ็กก็ไม่ยอมโดนฝ่ายเดียว เขาคว้าดับเบิลเบสของเขาฟาดไปที่ชุดกลองของจินเจอร์เป็นการตอบแทน

ครีมมีอายุสั้นเพียงแค่ 2 ปี ฝากผลงานไว้ 4 อัลบั้ม เล่นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายที่รอยัลอัลเบิร์ตฮอลล์อันเลื่องชื่อในปีค.ศ. 1968 ถึงจะมีอายุสั้นแต่ก็เหมือนดาวตกอันเจิดจ้า ที่ปรากฎตัวบนฟากฟ้าชั่วขณะแล้วลาลับหายไปแต่คนก็ยังจดจำรำลึกถึงอยู่เสมอ

หลังจากยุบวงครีม จินเจอร์ไปร่วมงานกับอิริกต่อในวงบลายด์เฟธ (Blind Faith) จากนั้นก็ไปทำวงแอร์ฟอร์ซ (Air Force) ซึ่งเล่นแนวแจ๊สผสมกับดนตรีของอัฟริกัน ผลงานที่ฝากไว้ในนามแอร์ฟอร์ซล้ำกาลเวลา มีทั้งแจ๊ส บลูส์ ดนตรีอัฟริกัน ให้ความสำคัญกับทีมริธึม (มีมือกลอง 3 คน) แต่ทว่าปัญหาภายในก็เกิดขึ้นทำให้แอร์ฟอร์ซต้องแยกย้ายไปคนละทาง และในเวลาใกล้เคียงกันนั้น จิมี เฮนดริกซ์ เพื่อนสนิทคนหนึ่งของจินเจอร์เสียชีวิตอันมีเหตุจากยาเสพ ทำให้จินเจอร์คิดจะทำความสะอาดตัวเอง

จินเจอร์ละทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าไปปักหลักที่ไนจีเรีย สร้างสตูดิโอของตัวเองที่นั่น ได้ทำงานกับศิลปินจากอัฟริกา เฟลา คูติ ต้นตำรับอัฟโฟรบีต  ได้ช่วยพอล แม็กคาร์ธนีย์ทำอัลบั้ม แบนด์ออนเดอะรัน อันโด่งดัง ซึ่งกลายเป็นปัญหาภายหลังเมื่อจินเจอร์บอกว่าเขาไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่ควรจะได้…ชีวิตของจินเจอร์ในตอนนั้นมีปัญหาทางการเงินค่อนข้างมากจนกระทั่งต้องขายสตูดิโอทิ้ง

ตอนนั้นเขาหันหลังให้วงการดนตรี ไปใช้ชีวิตกับการเล่นกีฬา โดยเฉพาะโปโลซึ่งทำให้เขามีปัญหาทางสุขภาพเพราะตกม้าหลายครั้ง

จินเจอร์กลับสู่วงการดนตรีอีกครั้งเมื่อได้รับคำชวนจากจอห์น ไลดอน ให้มาร่วมทำอัลบั้มกับพับลิกอิมเมจลิมิเตด เพราะจอห์นสนใจจะนำดนตรีผิวสีมาใช้ในงานของตัวเอง

ครีมได้รับการเสนอชื่อเข้าร็อกแอนด์โรลฮอลออฟเฟรมในปีค.ศ. 1993 สมาชิกทั้งสามร่วมเล่นดนตรีในงานนั้น 3 เพลง และครีมกลับมาเล่นดนตรีด้วยกันในปีค.ศ. 2005 ออกทัวร์สั้น ๆ ที่ลอนดอนและนิวยอร์ก และเหตุการณ์เก่า ๆ ก็กลับมาอีกเมื่อการแสดงจบลงด้วยการทะเลาะกันระหว่างจินเจอร์กับแจ็กบนเวที!!!

หลังจากนั้น จินเจอร์ก็กลับไปอยู่อัฟริกาใต้ ใช้เวลาไปกับกีฬาโปโลที่เขาชื่นชอบและก่อตั้งกองทุนเพื่ออุดหนุนโรงพยาบาลท้องถิ่น

ปีค.ศ. 2012 มีสารคดี ระวังมิสเตอร์เบเกอร์ (Beware of Mr Baker) ว่าด้วยชีวิตอันโลดโผนและการตีกลองที่แพรวพราวของเขา

ในช่วงบั้นปลายชีวิต จินเจอร์ป่วยกระเสาะกระแสะ ทั้งปัญหาเรื่องกระดูกซึ่โครงที่เกิดจากอุบัติเหตุหลายครั้ง ต่อมาแพทย์วินิจฉัยว่าเขามีสภาพกระดูกสันหลังเสื่อมและเป็นโรคถุงลมโป่งพอง

“พระเจ้าลงโทษสิ่งที่เลวร้ายที่ผมทำในอดีตด้วยการให้ผมมีชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดมากเท่าที่ท่านจะทำได้”

จินเจอร์เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารโรลลิงสโตน

อัลบั้มสุดท้ายในชีวิตของเขาชื่อ วาย? (Why?) วางจำหน่ายในปีค.ศ. 2014 และเขาต้องรับการผ่าตัดหัวใจในปีค.ศ. 2016 และต้องลาขาดการออกทัวร์ตั้งแต่นั้นมา

เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา เขาต้องเข้าโรงพยาบาล โดยมีข่าวว่าอาการไม่ค่อยดีนัก และในที่สุดเขาก็จากไป

19 สิงหาคม ค.ศ. 1939 – 6 ตุลาคม ค.ศ. 2019 สิริอายุ 80 ปี

โฆษณา
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: