Lone Star


วงดนตรีฮาร์ดร็อกกึ่งโปรเกรสซีฟร็อกจากเวลส์คณะนี้ทำเพลงออกมาได้น่าสนใจ โดยเฉพาะใครที่ชอบดนตรีที่มีเสียงเครื่องสายเป็นซิมโฟนิกร็อกน่าจะชอบความวิจิตรของวงนี้… โลนสตาร์

(อย่าสับสนกับวงคันทรีชื่อคล้ายกัน)

Lone Star

โลนสตาร์ก่อตั้งวงโดยเคนนี ดริสคอลล์และโทนี สมิธ สองคู่หู่จากไอโอนา (IONA) วงร็อกมือสมัครเล่นกึ่งมืออาชีพแห่งคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ โดยในปีค.ศ. 1976 ไอโอนามีโอกาสไปเล่นดนตรีถึงประเทศแคนาดา เมื่อกลับมาแล้ว เคนนีและโทนีรู้สึกว่าวงไอโอนายังตอบสนองความทะเยอทะยานซ่อนเร้นภายในตัวของทั้งคู่ไม่ได้ ก็เลยอยากหันมาทำวงฮาร์ดร็อกแบบมืออาชีพเต็มตัว

ทั้งคู่ได้เจอ พีต เฮอร์ลี (มือเบส) และ ดิกซี ลี (มือกลอง) ก็เลยลองซ้อมกันที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ ในประเทศเวลส์ ก่อตั้งวงโลนสตาร์ขึ้นมา ภายหลัง พอล แชปแมน ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นดนตรีกับเคนนีมาตั้งแต่อายุ 13 ก็เข้ามาร่วมวงด้วยอีกคน

พอล แชปแมนพอจะมีชื่อเสียงในวงการร็อกมากกว่าสมาชิกคนอื่นในวงสักหน่อย เพราะในขณะนั้นเขารับหน้าที่มือกีตาร์สนับสนุนให้กับวงยูเอฟโอในช่วงทัวร์ ฟีโนมินอล และก่อนหน้านั้นเขาเคยเป็นกีตาร์แทนแกรี มัวร์ ในวงสคิดโรว์ (คนละวงกับสคิดโรว์จากอเมริกา สคิดโรว์วงนี้มีผู้ร่วมก่อตั้งคนหนึ่งชื่อฟิล ไลนอตต์ ซึ่งต่อมาตั้งวงธินลิซซีอันโด่งดัง)

ทางพอลก็เล่าว่าตอนนั้นเขาจะตั้งวงกับพีตอยู่แล้ว เพราะการเข้าร่วมวงยูเอฟโอมีสถานภาพแค่คนเล่นเสริมเวลาแสดงสดเท่านั้น แถมตอนนั้นยูเอฟโอก็มีปัญหาภายในอะไรบางอย่างอยู่ด้วย เขายังชวนเคนนีมาเป็นนักร้องนำ แต่พอดีพีตเกาะกลุ่มอยู่กับเคนนีและโทนีอยู่แล้วก็เลยกลายเป็นโลนสตาร์ นอกจากห้าคนนี้แล้วก็ยังมีมือคีย์บอร์ดชาวแคนาดาที่เคนนีได้รู้จักเมื่อครั้งไปแคนาดาเข้ามาสมบทบอีกคนคือ ริก วอสนอป ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างเสียงโอบอุ้มความร้อนแรงของวงดนตรีได้ออกหน้าออกตามาก

โลนสตาร์ใช้เงิน 300 ปอนด์ทำเดโมเทปออกมา 5 เพลง หนึ่งในนั้นมีเพลง “ชีเซด ชีเซด” ของเดอะบีเทิลส์รวมอยู่ด้วยโดยเคนนีเป็นคนเรียบเรียงใหม่ และเดโมเทปชุดนั้นก็ไปถึงมือสตีฟ วู้ด ซึ่งทำงานกับโทนี สเตรตัน-สมิธ นายใหญ่ของคาริสมาเร็คคอร์ดส์ในขณะนั้น สตีฟเห็นศักยภาพของโลนสตาร์ เขาเดินทางไปคาร์ดิฟฟ์เพื่อพบกับสมาชิกวงโดยตรงเพื่อพูดคุยและรับเป็นผู้จัดการวงให้

ตอนแรกโลนสตาร์อยากเข้าไปอยู่ในร่วมเงาของบริษัทสวอนซองก์ของเลดเซพพลิน พวกเขาคิดว่าการได้ออกอัลบั้มภายใต้สังกัดศิลปินใหญ่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีจึงติดต่อปีเตอร์ แกรนต์ ผู้จัดการสุดโหดของเลดเซพพลินซึ่งรับหน้าที่ประธานบริษัทสวอนซองก์ด้วย ซึ่งปีเตอร์ก็ยอมสละเวลาให้โลนสตาร์ถ้าพวกเขาจะเดินทางพร้อมเดโมเทปไปพบปีเตอร์ที่มิวนิก ประเทศเยอรมนี เพราะเวลานั้นเลดเซพพลินกำลังทำอัลบั้ม พรีเซนซ์ อยู่ในมิวนิก แต่จะด้วยความตื่นเต้นหรืออะไรก็ตาม สมาชิกวงเกิดดื่มไวน์หนักไปหน่อยทำให้พลาดเที่ยวบิน! และถึงแม้ว่าจะพยายามจับเที่ยวบินเที่ยวต่อไปแต่มันก็สายไปเพราะปีเตอร์เดินทางออกจากมิวนิกแล้ว ทั้งหมดพบเพียงริชาร์ด โคล ผู้จัดการทัวร์ของเลดเซพพลิน ซึ่งอนุญาตให้สมาชิกโลนสตาร์ได้เข้าพบจิมมี เพจที่กำลังบันทึกเสียงในมิวสิกแลนด์สตูดิโอ

เล่ากันว่าจิมมี เพจเปิดเพลงของโลนสตาร์ฟังในสตูดิโอ แล้วก็โยกหัวตามจังหวะเพลงอย่างเมามันส์ เอ็บ ฮอช (Abe Hoch) ผู้ช่วยของปีเตอร์แนะนำโลนสตาร์ว่าการเซ็นสัญญากับสวอนซองก์อาจหมายถึงพวกเขาจะโดนแขวนเป็นเวลาสองปี เพราะเลดเซพพลินกำลังจะออกอัลบั้ม วงแบดคัมปานีกำลังออกอัลบั้ม…ฯลฯ พวกหน้าใหม่อย่างพวกเขาก็คงต้องรอคิวออกอัลบั้ม ทำให้สมาชิกโลนสตาร์เปลี่ยนใจไม่อยากเซ็นสัญญากับสวอนซองก์

ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาก็ตัดสินใจเซ็นสัญญากับซีบีเอส ซึ่งกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของวง เพราะพวกเขาไม่อ่านสัญญาให้ดีกลายเป็นว่าซีบีเอสได้สิทธิทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์การเผยแพร่ สิทธิ์ขายของที่ระลึก สิทธิ์ในชื่อวงทุกอย่าง ส่วนสมาชิกแต่ละคนในวงได้ค่าจ้างเพียง 30 ปอนด์ต่อสัปดาห์เท่านั้น…แต่ในตอนนั้นพวกเขายังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิดพลาดไปบ้างเพราะยังมือใหม่ในธุรกิจดนตรี

ซีบีเอสก็ไม่ได้ทิ้งขว้างพวกเขาไปตามยถากรรมแต่อย่างใด เพราะได้จ้างรอย โธมัส เบเกอร์ ซึ่งมีชื่อเสียงจากการร่วมงานกับควีนให้มาดูแลการผลิตอัลบั้มแรกของโลนสตาร์ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นการทำงานที่น่าจะไปกันได้ดีกับสไตล์ดนตรีของโลนสตาร์ ทว่าระหว่างการทำงานออกมาเละเทะเพราะสมาชิกต่างเมากันหมดเพราะได้รับการสนับสนุนจากทีมบริหารวงกันเต็มที่ ในสตูดิโอมีแต่เบียร์ไม่มีน้ำเปล่า และเมื่อพวกเขาได้มาฟังที่บันทึกเสียงลงไปแล้วแล้วอยากแก้ใหม่ทางบริษัทก็ไม่ให้แก้เพราะไม่มีงบสำหรับสตูดิโอแล้ว โดยทีมบริหารและคนรอบข้างปลอบใจสมาชิกวงว่า “ไม่มีใครฟังอัลบั้มแรกกันหรอก ไว้อัลบั้มสองค่อยแก้กันใหม่”

อัลบั้มแรกของโลนสตาร์วางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1976 ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างดี แม้แต่ จอห์น พีล ดีเจผู้ยิ่งใหญ่แห่งบีบีซียังชื่นชมพวกเขา ซีบีเอสทำอัลบั้มออกมาขายล็อตแรก 50,000 แผ่นและขายหมดภายในสามสัปดาห์ขึ้นไปถึงอันดับ 47 ในสหราชอาณาจักร

(ความเห็นส่วนตัว เพลงในอัลบั้มนี้ดีทีเดียว แต่รอยออกจะเล่นกับการทำงานในสตูดิโอมากเกินไปหน่อย ลองฟังแผ่นบีบีซีไลฟ์ จะเห็นศักยภาพอันร้อนแรงของพวกเขามากกว่าในอัลบั้มนี้อีก)

แต่ปัญหาภายในก็เริ่มปะทุทั้งที่ยังไม่ดัง

เริ่มจากเคนนีผู้มีปัญหาส่วนตัวเพราะเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ก่อนบันทึกเสียงไม่นาน ตัวเขาไม่เป็นอะไรมาก แต่ลินดาแฟนสาวของเขาเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมา ทำให้เขาเครียด เริ่มดื่มเหล้าหนักมาก และระบายอารมณ์ออกมาได้ทุกขณะจิตทำให้เพื่อนร่วมวงเริ่มเอือมระอา เขามีปัญหากับพอล เพราะพอล “ล้ำเส้น” และ “ไม่เห็นหัวคนอื่น” ตามคำอธิบายของเคนนี ซึ่งพอลบอกว่ามันไม่เป็นความจริงตามนั้นเสียหน่อย และเมื่อเคนนีต้องการเวลาว่างเพื่อจัดการชีวิตส่วนตัว ในขณะที่ทางวงคิดว่ากำลังไปได้ดี ทำให้สมาชิกที่เหลือตัดสินใจมองหานักร้องนำคนใหม่

 “มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิตของเคนนี” โทนี สมิธ เพื่อนร่วมวงกล่าว “ผมรู้สึกเสียใจกับเขาอย่างจริงใจ แต่เขาก็อยากจะเป็นทุกอย่างในวง เขาอยากให้วงเล่นแต่เพลงที่เขาแต่งและอยากกำกับทิศทางของวงซึ่งนั่นทำให้เกิดปัญหาระหว่างเขากับเพื่อนร่วมวงเพราะทุกคนก็อยากแสดงความสามารถของตัวเอง”

“เราเป็นวงที่ใช่ในช่วงเวลาที่ผิด”

โทนี สมิธ

ความเปลี่ยนแปลงของวงเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเอ็บ ฮอชที่เพิ่งออกจากสวอนซองก์ และมาร่วมงานกับอาร์ตติสเดเวลล็อปเมนต์กรุ๊ปซึ่งบริหารศิลปินดังเช่นควีนและเอลตัน จอห์น เจรจากับสตีฟ วู้ด ผู้จัดการของวงเพื่อขอเป็นผู้จัดการร่วม ซึ่งการตัดสินใจของวงในตอนนั้นผิดพลาดอย่างไม่เชื่อ เพราะกลายเป็นว่าสตีฟไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเพราะต้องให้บริษัทจัดการทุกอย่าง เอ็บเป็นคนสรรหานักร้องนำคนใหม่ จากตัวเลือกที่ทางวงคัดมาสองคน คือ จอห์น สโลแมน จากวงแทรปเปอร์ กับ ลิน ฟิลลิปส์ แต่เอ็บเลือกจอห์นเพราะไม่ชอบสำเนียงบลูส์แบบโจ ค็อกเกอร์ของลิน

เสียงร้องของจอห์นโดนเอาไปเทียบกับโรเบิร์ต แพลนต์แห่งเรือเหาะล่องนภากาศ คำกล่าวนี้ไม่เกินเลยไป ถ้าฟังผลงานจาก ไฟริงออนออลซิกซ์ (Firing On All Six) วางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1977 ขึ้นไปถึงอันดับ 36 แต่ผลงานในอัลบั้มนี้ไม่ได้ดีไปกว่าอัลบั้มแรกมากนัก เพราะสมาชิกล้วนไม่อยู่ในสภาพที่จะทำงานอะไรมากนัก ขนาดที่ว่าพีตเล่นเบสทั้งที่ยังนอนกองอยู่กับพื้น

นอกจากนั้น พอล แชปแมนยังโดนว่าจ้างให้เป็นมือกีตาร์สนับสนุนระหว่างออกทัวร์เพราะทางวงเริ่มมีปัญหากับไมเคิลมากขึ้นทุกที ทำให้พอลกลายเป็นมือกีตาร์สองวงในเวลาเดียวกัน พอลได้ลิ้มรสความสำเร็จของวงยูเอฟโอในอเมริกาและอยากให้โลนสตาร์ไปดังในอเมริกาด้วย ทว่าสมาชิกคนอื่นอยากปักหลักในเวลส์มากกว่า

และเหตุการณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในตอนนั้นพังก์เริ่มเป็นกระแสในอังกฤษ การไว้ผมยาวและเล่นกีตาร์ยาวเหยียดทำเพลงหรูหราเป็นของเก่าโบราณ พวกเขาเสียความนิยมอย่างรวดเร็ว ซีบีเอสก็หันไปเล่นกับพังก์ปล่อยให้พวกเขาเหี่ยวแห้งตาย พอล แชปแมนได้รับคำชวนจากพีต เวย์ มือเบสวงยูเอฟโอในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1978 ว่าอยากให้เขาเข้าร่วมวงในฐานะมือกีตาร์เต็มตัวแต่ต้องไปอยู่แคลิฟอร์เนีย เพราะในขณะนั้นไมเคิล เชงเกอร์เริ่มมีปัญหาและไม่โผล่หน้ามาให้สมาชิกวงเห็น เมื่อสถานการณ์ภายในวงดูไม่ค่อยเข้าท่า แถมยังไม่อยากไปอเมริกาอีก ทำให้พอลตัดสินใจลาออกจากโลนสตาร์เพื่อเข้าร่วมวงยูเอฟโอเต็มตัว

 นอกจากนี้โทนีและดิกซียังเลื่อมใสศรัทธากับลัทธิไซแอนโทโลจี (ที่ทอม ครุสเข้าร่วมด้วยนั่นแหละ) เลยมีพฤติกรรมแปลก ๆ ทำให้มีปัญหาภายในและกับทีมบริหารรวมทั้งกับบริษัทมากขึ้นทุกที และนั่นทำให้โลนสตาร์ถึงจุดจบ

หลังจากวงโลนสตาร์ยุบไป ดิกซีเข้าร่วมวงไวลด์ฮอร์สเซสแต่ไม่มีอะไรคืบหน้ามากนักก็พยายามทำวง พัลซาร์ (Pulsar) กับจอห์น สโลแมน แต่ไม่สำเร็จ ต้องแยกย้ายไปคนละทาง จอห์นเข้าร่วมวงยูไรอาห์ฮีป (Uriah Heep) ในปีค.ศ. 1980 จากนั้นพยายามตั้งวงแบดแลนส์ (Badlands) ร่วมกับจอห์น ไซคส์จากวงไทเกอร์ออฟแพนแทง จากนั้นออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว จนถึงปัจจุบัน

ส่วนดิกซีได้รับความช่วยเหลือจากพอล แชปแมนจนได้เข้าร่วมงานกับออสซี ออสบอร์นสมัยทำอัลบั้มแรก  บลิดซาร์ดออฟออส ร่วมกับ แรนดี โรดส์ และบ็อบ ไดสลีย์ แต่ด้วยความที่ดิกซีหลงใหลไซแอนโทโลจีทำให้ความคิดของเขาปะทะความคิดของออสซี ทำให้ออสซีไล่เขาออกหลังจากร่วมวงได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้นเอง หลังจากนั้นได้ข่าวว่าทำวงเพอเซียนริสค์ ในปีค.ศ. 1983 แล้วก็เงียบหายไป ปัจจุบันเลิกเล่นดนตรี พำนักอาศัยในคอร์นเวลล์

โทนี สมิธ เข้าร่วมวงสกรีนไอดอลส์ (Screen Idols) จากนั้นย้ายมาอยู่ลอสแอนเจลิสก่อตั้งวงไลออน (Lion) ร่วมกับคาล สวอน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันย้ายกลับมาอยู่เวลส์และทำวงเล่นตามคลับ พีต เฮอร์ลี เล่นกับวงเร็ดฮ็อตโปกเกอส์และทำงานกับวงอีกหลายวง ริก วอร์สนอป กลับไปแคนาดาบ้านเกิด หันไปยึดอาชีพพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ข้องเกี่ยวกับวงการดนตรีอีก เคนนี ดริสคอลล์ พยายามทำวงโลนสตาร์ใหม่ในปีค.ศ. 1979 แต่โดนทีมกฎหมายของซีบีเอสเล่นงานจนต้องเลิกทำวงไป ตอนนี้ทำวงเล่นตามคลับในเวลส์

สำหรับสตีฟ วู้ด ผู้จัดการวงโลนสตาร์ ปัจจุบันทำงานกับพอล เกรย์ แมเนจเมนต์ พำนักอาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิส หนึ่งในลูกค้าของเขาก็คือ สตีลแพนเธอร์ เกล็นน์ ฮิวหส์

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.