ข้ามไปยังเนื้อหา
โฆษณา

Foreigner: I Want To Know What Love Is


เห็นภาพสมาชิกยุคแรกที่ยังมีชีวิตอยู่ของวงฟอเรนเนอร์ขึ้นมาแจมในเพลง “ไอวอนต์ทูโนว์วอตเลิฟอิส” แล้วก็นึกปิติมีความคิดสองทาง อย่างแรก ความเก๋าของคนเก่าคนแก่และเป็นต้นแบบนี่มันเลียนแบบกันไม่ได้จริง ๆ (อันนี้โดยเฉพาะเสียงร้อง) อย่างที่สอง แก่ก็คือแก่ สังขารร่วงโรยก็ต้องยอมรับกัน บางทีวงเก่า ๆ ก็ต้องการเลือดใหม่ให้มันสูบฉีดไหลเวียนกระฉับกระเฉงบ้าง เคลลี เฮนเซน (อดีตนักร้องนำวงเฮอริเคน) ก็ทำหน้าที่ได้ไม่เลวเลย

สมาชิกดั้งเดิมที่ขึ้นเวทีก็มี

ลู แกรมม์ นักร้องนำตั้งแต่แรกตั้งวงถึงปีค.ศ. 1990 และกลับมาใหม่ในช่วง 1992 – 2003

อัล กรีนวู้ด มือคีย์บอร์ด กับ เอียน แม็กโดนัลด์ มือกีตาร์และเล่นเครื่องดนตรีอีกหลายชนิด ทั้งสองคนนี้อยู่ตั้งแต่แรกตั้งวงถึงปีค.ศ. 1980 ทั้งคู่โดนมิกไล่ออกจากวงพร้อมกัน เพราะมิกอยากคุมวงไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการ

ริก วิลส์ มือเบสตั้งแต่ปีค.ศ. 1980 ถึง ค.ศ. 1991

เดนนิส เอลเลียต มือกลองตั้งแต่แรกตั้งวงถึง ค.ศ. 1993 (แต่ความจริงเขาแทบไม่ได้เล่นกับวงตั้งแต่ปีค.ศ. 1991 แล้ว)

Foreigner 1978

ส่วนสมาชิกปัจจุบันก็มี มิก โจนส์ มือกีตาร์ดั้งเดิมที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวตั้งแต่ตั้งวงถึงปัจจุบัน เคลลี แฮนเซน นักร้องนำตั้งแต่ปีค.ศ. 2005 ทอม กิมเบล มือกีตาร์ตั้งแต่ปีค.ศ. 1992 เจฟฟ์ ฟิลสัน มือเบสตั้งแต่ปีค.ศ. 2004 ไมเคิล บลูสเตน มือคีย์บอร์ดตั้งแต่ปีค.ศ. 2008 บรูซ วัตสัน มือกีตาร์ตั้งแต่ปีค.ศ. 2011 และ คริส ฟราเซีย มือกลองตั้งแต่ปีค.ศ. 2012

เพลง “ไอวอนต์ทูโนว์วอตเลิฟอิส” อยู่ในอัลบั้ม อาชอง โพรโวเคตัวร์ (Agent Provocateur) เมื่อปีค.ศ. 1984 ในช่วงที่พวกเขาถึงจุดรุ่งเรืองทางอาชีพสูงสุดไปแล้วจากอัลบั้ม 4 อันลือลั่นในปีค.ศ. 1981 ขึ้นถึงอันดับ 1 และทำยอดจำหน่ายไปถึง 7 ล้านชุดเฉพาะในอเมริกาเพียงแห่งเดียว

อาชอง โพรโวเคตัวร์ ไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับอัลบั้ม 4 ขายได้ประมาณ 3 ล้านแผ่นในอเมริกา ทว่าซิงเกิล “ไอวอนต์ทูโนว์วอตเลิฟอิส” นี้เป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของฟอเรนเนอร์ก็ว่าได้ มียอดจำหน่ายซิงเกิลถึง 2 ล้านแผ่นในอเมริกา

มิก โจนส์ ผู้ประพันธ์เพลงนี้ เล่าว่าเขาเขียนเพลงในตอนดึกเหมือนที่ทำประจำ เพราะเขาติดนิสัยทำงานเมื่อไม่มีใครมารบกวน “ผมมักจะทำงานตอนดึกเสมอ ตอนที่ทุกคนไปกันหมดแล้ว และไม่มีเสียงโทรศัพท์มากวนใจ” มิก โจนส์เล่า “ไอวอนต์ทูโนว์วอตเลิฟอิส มาตอนตีสามในคืนหนึ่งในปี 1984 ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าได้ความคิดมาจากไหน ผมเดาว่าฟ้าประทานมาให้ผม ผมคิดว่าน่าจะมีอะไรที่ใหญ่กว่าตัวตนของผมอยู่เบื้องหลังเพลงนี้ บางทีมันอาจจะมาจากฟ้าเบื้องบน”

“เพลงนี้แสดงความรู้สึกส่วนตัวของผมในช่วงสามปีก่อนหน้านั้น” มิกเล่า “ผมผ่านการหย่าร้าง ได้พบใครบางคนซึ่งต่อมาผมแต่งงานด้วย มีความวุ่นวายในวงด้วยแรงกดดันมหาศาลจากยอดจำหน่ายอัลบั้มได้หลายล้าน ผมกับลู (แกรมม์ นักร้องนำ) กำลังทำสงครามเย็นกันอยู่ ผมเพิ่งกลับมาอังกฤษจากนิวยอร์กและมีความสุขที่ได้สัมผัสรากเหง้าของผม มันเป็นช่วงเวลาทางอารมณ์ที่กำลังกระจัดกระจายไปกับเรื่องต่าง ๆ มากมาย”

“คืนนั้น ผมแค่เขียนชื่อเพลง คอร์ดเริ่มต้นแล้วก็คอรัส” มิกเล่า “แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ผมไปห้องนอนแล้วบอกว่าที่ภรรยาผมที่กำลังนอนหลับอยู่ว่าผมได้ไอเดียทำเพลงชื่อ -อยากรู้ว่าความรักคืออะไร- เธอมองผมแปลก ๆ แล้วพูดว่า คุณหมายความว่ายังไง คุณไม่รู้หรือว่าความรักคืออะไร ผมพาเธอไปที่สตูดิโอเพื่อฟังที่ผมทำ ซึ่งมันก็บอกอะไรบางอย่าง คุณมักจะรู้ว่าคุณได้อะไรบางอย่างที่เข้มแข็งมาก และเพลงนี้ก็ทำเช่นนั้น”

มิกเอาเพลงนี้ให้ลู แกรมม์ ริก วิลส์ (มือเบส) และ เดนนิส เอลเลียต (มือกลอง) ช่วยทำให้มันเป็นรูปร่างมากขึ้น ซึ่งเขาอ้างว่าคนอื่นมีส่วนช่วยเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่ลู แกรมม์บอกว่าคนอื่นช่วยเหลือทำเพลงนี้ไม่ต่ำกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็คงจะมีแต่คนแค่สี่ห้าคนที่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไรกันแน่

แต่ความสมบูรณ์ของเพลงนี้มาจากเสียงประสานสไตล์กอสเปล ซึ่งได้ นิวเจอร์ซีแมสไควร์ (New Jersey Mass Choir) มาช่วยร้องประสาน มิกรู้จักวงนี้ผ่านทางคนรู้จักที่ทำบริษัทผลิตเพลงกอสเปล ใครคนนั้นเอาอัลบั้มต่าง ๆ ให้มิกฟังหลายอัลบั้ม มิกติดใจเพลงของนิวเจอร์ซีแมสไควร์จนถึงขึ้นเดินทางไปถึงนิวเจอร์ซีเพื่อดูวงนิวเจอร์ซีแมสไควร์ซ้อมดนตรี ซึ่งในขณะนั้นนิวเจอร์ซีแมสไควร์ยังไม่เคยบันทึกเสียงกับบริษัทใหญ่มาก่อน การได้นิวเจอร์ซีแมสไควร์มาช่วยเสริมบทเพลงให้ขยับขยายไปไกลว่าเพลงบัลลาดร็อกทั่วไป เมื่อมิกเอาเพลงนี้ไปเปิดให้อาเหม็ด เออทีกัน นายใหญ่แห่งแอตแลนติกฟัง อาเหม็ดยังชอบเพลงนี้และคิดว่ามันต้องเป็นเพลงฮิตแน่ ๆ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะขึ้นอันดับหนึ่งในสหราชอาณาจักรเดือนมกราคม ค.ศ. 1985 แทนที่เพลง “ดูเดย์โนว์อิตส์คริสต์มาส” ของแบนด์เอด และขึ้นอันดับหนึ่งในบิลบอร์ดฮอต100 เดือนกุมภาพันธ์ในเดือนถัดมา แทนที่ “ไลก์อะเวอจิน” ของมาดอนนา

แต่ความสำเร็จของ “ไอวอนต์ทูโนว์วอตเลิฟอิส” ก็ไม่อาจเยียวยาความสัมพันธ์ระหว่างลูกับมิก มิกหันไปทำงานส่วนตัวมากขึ้น เช่นดูแลการผลิตอัลบั้ม 5150 ของแวนแฮเลน ลู แกรมม์ออกอัลบั้มเดี่ยว

ลู แกรมม์เล่าว่า เพราะเพลง “ไอวอนต์ทูโนว์วอตเลิฟอิส” นี่ทำให้เขาคิดเรื่องเป็นศิลปินเดี่ยว เพราะบริษัทคาดหวังให้วงฟอเรนเนอร์ทำเพลงบัลลาดออกมาอีก แต่ลูคิดว่าวงฟอเรนเนอร์ต้องเป็นร็อก “ผมไม่ชอบทิศทางความเป็นไปในช่วงนั้น ทั้งการใช้เสียงคีย์บอร์ดมากจนน่ารำคาญ แทนที่จะยึดมั่นกับสิ่งที่เราเป็น ผมก็เลยบอกว่า ให้ผมออกไปพ้นจากวงเหอะ แล้วผมก็ทำอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก”

ถึงแม้ฟอเรนเนอร์จะยังมีอัลบั้มตามมาอีกหลังจากนั้น แต่ก็ไม่สามารถรักษาสถานภาพความสำเร็จดั้งเดิมได้อีกเลย

โฆษณา
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: