ข้ามไปยังเนื้อหา

Mötley Crüe : 1994


เห็นเรื่องที่วงสตีลแพนเธอร์เล่นมุขเกี่ยวกับวินซ์ นีล ตอนที่ไปให้สัมภาษณ์ลิตเติลพังก์พีเพิล แล้วโดนถามว่าถ้าดึงศิลปินสักคนหนึ่งกลับมาจากความตายได้เพื่อมาเล่นกับวงสตีลแพนเธอร์สักครั้งหนึ่งพวกเขาจะเลือกใคร ไมเคิล สตาร์ นักร้องนำของวงบอกว่าเลือกวินซ์ นีล

คลิปสัมภาษณ์ ซึ่งเริ่มคำถามที่ทำให้นิกกี ซิกซ์ไม่พอใจอยู่นาทีที่ 7.30 โดยประมาณ

ตอนแรกสติก ซาดิเนีย มือกลองบอกว่าเลือก เรย์ กิลเลน อดีตนักร้องนำแบดแลนด์ผู้ล่วงลับ ส่วนไมเคิล สตาร์ นักร้องนำบอกว่าจะดึงวินซ์ นีลกลับมา เมื่อสติกแย้งว่ายังไม่ตาย เขาก็ย้ำว่า ดึงวินซ์สมัยก่อนกลับมา

ในฐานะแฟนเพลงมอตลีครูคนหนึ่งก็ออกจะเห็นด้วยกับไมเคิล สตาร์ในข้อนี้ คืออยากดึงวินซ์ นีลสมัยหนุ่มกลับมาเหลือเกิน ไม่ใช่คนปล่อยตัวอ้วนฉุ เสียงร้องก็ไม่ค่อยไหวอย่างที่เป็นในทศวรรษหลัง

แต่นิกกี ซิกซ์ไม่ตลกด้วย เลยตอกกลับแรง ๆ พอมีคนบอกว่าวินซ์ นีลก็เคยเล่นบนเวทีกับสตีลแพนเธอร์นะ น่าจะสนิทกันพอควร นิกกีก็บอกว่านี่ไง ไอ้พวกแทงข้างหลัง! วงสตีลแพนเธอร์ก็เลยตอบกลับด้วยการโพสต์วิดีโอสมัยที่มอตลีครูทำอัลบั้มกับจอห์น คอราบี แล้วไปให้สัมภาษณ์เอ็มทีวีซึ่งมีคนถามถึงวินซ์ นีลที่เพิ่งบาดเจ็บจากการเล่นเจ็ตสกี ซึ่งมิก มาร์ส กับ นิกกี หัวเราะและเล่นมุกกัน

แต่เวลาดูวิดีโอนี้แล้วเกิดนึกถึงอัลบั้มมอตลีครู (1994) ขึ้นมานิดหน่อย ก็ยอมรับว่าตอนแรกฟังแล้วก็ไม่ชอบเหมือนกัน ทั้งที่มันเป็นผลงานที่ดีเยี่ยมชุดหนึ่ง จอห์นก็เป็นนักร้องนำที่ดี แต่แฟนเพลงไม่ยอมรับ อาจจะเพราะมันหมดยุคแฮร์แบนด์ แกลมเมทัลไปแล้วก็ได้

ช่วงนั้นเป็นเวลาตกต่ำของมอตลีครูจริง ๆ ถึงแม้ว่าอัลบั้มจะขึ้นถึงอันดับ 7 บนตารางบิลบอร์ดในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย แต่อันดับก็ตกอย่างรวดเร็ว ยอดจำหน่ายได้ประมาณ 500,000 แผ่น จอห์นพูดถึงอัลบั้มนี้ว่า “อัลบั้มที่ผมทำมันเป็นอัลบั้มแรกที่ขายไม่ถึงล้านแผ่น มันทำให้เกิดความวุ่นวายและทุกคนดูจะเป็นบ้ากันไปหมด” ถึงจะมีเพลงดี ๆ หลายเพลงแต่เหมือนแฟนเพลงจะไม่เปิดใจ สถานีวิทยุก็แทบไม่เปิดเพลงของพวกเขามากนัก ในหนังสือ เดอะเดิร์ต ของวง นิกกีเล่าว่า

“เราได้ออกทัวร์โดยไม่เล่นพลุไฟ ไม่มีสาวนักเต้น ไม่มีชุดกลองที่เคลื่อนที่ได้ แต่มันก็ยังออกมาเยี่ยมมาก เราจะแสดงให้เห็นว่าถึงแม้ไม่มีนักร้องนำที่เดินส่ายไปมาภายใต้แสงสปอตไลต์ เราก็ยังเล่นร็อกแอนด์โรลสี่ชิ้นได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เรากำลังท้าทายพวกเขาด้วยเนื้อเพลงและภาพลักษณ์ของพวกเผด็จการและรูปแบบที่จะทำให้เขาขวัญกระเจิงไปเลย เราจะทำในสิ่งที่เราอยากทำ เพราะที่สุดแล้ว เราคือมอตลีครู”

แต่ความจริงก็คือ มอตลีครูเริ่มการทัวร์ที่ทูซอน อริโซนา ในสถานที่ซึ่งรองรับคนจำนวน 15,000 คน แต่ขายบัตรได้แค่ 4,000 ใบ นิกกีไปออกรายการวิทยุแล้วเสนอว่าถ้าแฟนเพลงคนใดมาพบที่สถานีวิทยุเขาจะให้บัตรฟรี

“ถ้าผมพูดแบบนั้นในปีค.ศ. 1989 มันคงมีวัยรุ่นนับหมื่นมาที่ลานจอดรถกันชุลมุนไปหมด แต่บ่ายวันนั้นมีแค่เด็กเม็กซิกันสองคนที่โผล่มา และผมก็เริ่มรับความจริงว่ามันถึงคราวจบสิ้นแล้ว”

ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนั้น กินเวลา 4 เดือน ถึงแม้มอตลีครูจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถสู้กับกรีนเดย์ ไนน์อินซ์เนล หรือวงดังในขณะนั้นได้ มอตลีครูต้องจ่ายเงินหลักแสนดอลลาร์เพื่อให้การทัวร์ดำเนินต่อไปจนจบ เพราะไม่อาจหาคนดูมาเติมต้นทุนได้

หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับไปประชุมพูดคุยถึงอนาคต และเตรียมทำอัลบั้มใหม่ ทว่าทางบริษัทซึ่งลงทุนไปมากกับมอตลีครูยื่นคำขาดว่าถ้าไม่ดึงวินซ์ นีลกลับมาเป็นนักร้องนำจะไม่ให้เงินทำอัลบั้มต่อ ในตอนนั้นจึงมีการพูดคุยกันโดยตอนแรกจะโยกจอห์น คอราบีเป็นมือกีตาร์ แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น จอห์นต้องออกจากวงไป และนีลกลับมาในปีค.ศ. 1997 ทำอัลบั้ม เจเนอเรชันสไวน์ ซึ่งแฟนเพลงไม่ค่อยชอบใจกันเท่าไหร่แต่กลับประสบความสำเร็จมากกว่าสมัยจอห์นเป็นนักร้องนำ แม้ว่าในขณะนั้นวินซ์ นีลเริ่มแสดงให้เห็นว่าเขาไม่สามารถคุมเสียงได้เหมือนเก่าแล้ว

ผ่านไปร่วม 20 ปี นิกกี ให้สัมภาษณ์ว่าการเขียนเพลงกับจอห์นมันยากมาก เพราะจอห์นไม่มีไฟและไม่สามารถเขียนเนื้อเพลงได้ (เอาจริง วินซ์ก็ไม่ค่อยได้เขียนเพลงของมอตลีครูนะ)

“ผมคิดว่ามันเป็นอัลบั้มที่ขาดจุดมุ่งหมาย มันเป็นความเจ็บปวดสำหรับผมเพราะจอห์น คอราบีเขียนเนื้อเพลงไม่ได้ ผมต้องจัดการมันเองหมด”

“เป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำงานกับใครบางคนที่อยากมีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อเพลง แต่ผมตั้งมาตราฐานเอาไว้สูงดังนั้นมันเลยเป็นเรื่องยาก ต้องใช้เวลาหลายเดือนทั้งที่ปกติผมเขียนเนื้อเพลงในเวลาชั่วโมงเดียว”

“มันทำให้สิ่งที่คิดจะสื่อสารถูกกักเอาไว้ ทั้งความก้าวร้าวและการทำมันให้เสร็จออกมา มันยากมากเพราะเขาเป็นคนดีใช้ได้เลยแต่เขาไม่มีไฟในการทำงานทำให้ผมทำงานลำบาก”

แต่มิก มาร์ส กับทอมมี ลีบอกว่านี่คืออัลบั้มที่ดีที่สุดของมอตลีครู มิกถึงกับเคยบอกว่านี่มันเทียบเท่าไวต์อัลบั้มของเดอะบีเทิลส์เลยทีเดียว ซึ่งเรื่องนี้นิกกีบอกว่า “ผมคิดว่ามิกกับทอมมีรักอัลบั้มนั้นเพราะว่ามันมีเสียงกลองที่ยอดเยี่ยมและเสียงกีตาร์ที่ยอดเยี่ยม ผมคิดว่าการได้นักร้องนำที่ต่างไปจากเดิมทำให้ได้ทำอะไรต่างไป แต่มันยากสำหรับผมที่ต้องไปอย่างเชื่องช้าแบบนั้น” นิกกีหมายถึงการทำงานที่ล่าช้าในหลายขั้นตอน รวมทั้งการบันทึกเสียงในสตูดิโอ

ส่วนทางจอห์น คอราบี มองอัลบั้มนี้ว่า “มีแฟนเพลงหลายคนที่บอกว่า ไม่มีทางซื้ออัลบั้มนี้แน่นอน ผมคิดว่าเรามีพวกแฟนหัวรุนแรงอยู่ไม่น้อย พวกนั้นโกรธที่มอตลีครูไล่วินซ์ หรือวินซ์ลาออกจากวง ไม่ว่ามันยังไงก็เหอะ มีแฟนเพลงหลายคน เมื่อวินซ์กลับมาเข้าวงใหม่แล้ว ถึงได้หยิบอัลบั้มนี้มาฟังและชอบมันมาก

2 ความเห็น Post a comment
  1. Smoke the Sky เป็นเพลงที่มันส์มากเลยพี่ 🙂

    ถูกใจ

    23/10/2019

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: