ข้ามไปยังเนื้อหา
โฆษณา

The Sam and Dave Tour 2002


แซมและเดฟ ในที่นี้ ไม่ได้มั้ยถึงคู่ดูโออาร์แอนด์บีผู้ยิ่งใหญ่ แซม มัวร์ กับ เดฟ เพรตเตอร์ แต่อย่างใด เรากำลังหมายถึง แซมมี แฮการ์ และ เดวิด ลี รอธ (หรือไดมอนด์ เดฟ) นักร้องนำแวนแฮเลนที่มาออกทัวร์ด้วยกันในปีค.ศ. 2002 เป็นการออกทัวร์สั้น ๆ เล่นเพียง 21 วันเท่านั้น

แฟนเพลงแวนแฮเลนมักจะเถียงกันว่าใครเป็นนักร้องนำที่ดีที่สุดของแวนแฮเลน? ไดมอนด์ เดฟ หรือว่า เรด ร็อกเกอร์? สองคนนี้ก็มีจุดเด่นไปคนละแบบ ในยุค 80 นี้ใครก็เฉือนไดมอนด์ เดฟไม่ลง ลีลาการเล่นบนเวทีของเดฟสร้างความหรรษาให้กับผู้ชมการแสดงจำนวนไม่น้อยและมีคนลอกเลียนแบบเขาไปไม่น้อย ส่วนแซมมีก็มีน้ำเสียงที่ทรงพลังเป็นที่รักใครของใครต่อใครไม่น้อยเหมือนกัน

Sammy Hagar and David Lee Roth

แซมมีใช้วงเดอะวาโบส์เป็นวงแบ็กอัป ประกอบด้วย เดวิด ลูเซอร์ (David Lauser) มือกลองซึ่งเคยเล่นในวงจัสติสบราเธอรส์ (Justice Brothers) ร่วมกับแซมมี ก่อนแซมมีไปเข้าร่วมวงมอนโทรส กับมือคีย์บอร์ดคือ เจสซี ฮาร์มส์ (Jesse Harms) มือกีตาร์ชื่อ วิก จอห์นสัน (Vic Johnson) และมือเบสสาว โมนา (Mona Gnader)

ส่วนวงของเดฟในตอนนั้น จะมีไบรอัน ยัง (Brian Young) เป็นมือกีตาร์ เจมส์ โลเมนโซ (James Lomenzo) เป็นมือเบส เรย์ ลูเซียร์ (Ray Luzier) เป็นมือกลอง

แซมมีเล่าไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเอง (Red: My Uncensored Life in Rock, 2012) ว่าเขาชวนเดฟตั้งแต่ปีค.ศ. 1997 ตอนนั้นเขาออกจากวงแวนแฮเลนครั้งแรกปีค.ศ. 1996 และเดฟกลับเข้าร่วมวงแวนแฮเลนแต่ไม่มีอะไรคืบหน้านอกจากร่วมบันทึกเพลงใหม่ 2 เพลงในงานรวมเพลง ตอนนั้นแฟนเพลงก็คาดหวังไว้สูงเหมือนกันว่าจะได้ฟังอัลบั้มใหม่จากแวนแฮเลนยุคคลาสสิกไลน์อัป ทว่าเดฟกลับไม่ได้ไปต่อเพราะแวนแฮเลนเลือกเริ่มต้นใหม่กับแกรี เชอโรนอดีตนักร้องนำวงเอ็กซ์ตรีมแทน เรื่องนี้เดฟอธิบายตอนแถลงข่าวการออกทัวร์เพียงแค่ว่า ในตอนปีค.ศ. 1997 เขาปฏิเสธข้อเสนอของแซมมีไปเพราะว่าจังหวะเวลามันไม่ถูกต้อง (เดาว่าเขากำลังต่อรองเจรจากับแวนแฮเลนอยู่) ก็เลยไม่ได้ร่วมทัวร์กับแซมมี จนกระทั่งปีค.ศ. 2002 เดฟจึงตอบตกลงโดยผลัดกันเป็นเฮดไลเนอร์ เริ่มต้นทัววันแรกที่บอลสซัมมิวสิกเซ็นเตอร์ใกล้คลีฟแลนด์ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม

“แซมกับผมเป็นเหมือนพี่น้องที่ผ่านเรื่องน่ารังเกียจมาด้วยกัน” เดฟเล่าในตอนแถลงข่าวเรื่องการออกทัวร์ “มีการแข่งขันกันระหว่างเรา ผู้ชมจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากเราทั้งคู่ คุณต้องคิดว่ามันเป็นการต่อสู้สองคนที่ไม่มีคำว่ายอมกัน เราจะโยนเหรียญเสี่ยงทายใครเป็นคนชนะจะได้เป็นวงหลักในคืนแรก แล้วเราจะสลับกัน”

คำพูดที่สวยหรูของเดฟก็เป็นแค่คำพูด หรือมันอาจจะเป็นความกังวลในใจลึก ๆ ของเขาที่ต้องออกทัวร์ร่วมกับ (อดีต) นักร้องนำวงแวนแฮเลนที่โดนเปรียบเทียบกับเขามาโดยตลอด เดฟเลือกเพลงสมัยแวนแฮเลนยกเซ็ต มีแค่ “แยงกีโรส” ที่มาจากงานเดี่ยวของเขา ส่วนแซมมีเลือกเพลงที่หลากหลายกว่าตั้งแต่งานเดี่ยวและงานของแวนแฮเลนคละกันไป บางคืนไมเคิล แอนโธนีมือเบสของแวนแฮเลนก็มาแจมกับแซมมีด้วย (ไม่น่าแปลกใจว่าหลังจากไมเคิลออกจากแวนแฮเลนก็มาจับกลุ่มกับแซมมี)

ซึ่งแซมมีให้สัมภาษณ์กับนิตยสารกีตาร์เวิลด์ว่า “ตลอดการทัวร์ทำให้ผมกลับไปสู่จุดที่ผมต้องแข่งขันกับคนที่ผมไม่ควรแข่งด้วย เดฟไม่ได้ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของเรา มันเหมือนทัวร์ของพอยซันกับแรตต์ มันก็ดีนะถ้าคุณรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ – คุณกำลังจะออกทริปยุค 80 ในครั้งนี้และนั่นคือพื้นที่ของเดฟ เมื่อคุณเริ่มใส่วิกผมสีทองาวสวมกางเกงสแปนเด็กซ์และร้องเพลงแวนแฮเลนทั้งหมด รวมทั้งมีการยกกลองให้สูงขึ้น ผมว่าเขาแกล้งทำเป็นว่าเขาอยู่ในแวนแฮเลน และผมก็ได้แต่คร่ำครวญว่า ‘โอ้ดูสิว่าผมปล่อยให้ผู้จัดการและตัวแทนของผมเกลี้ยกล่อมผมให้มาเจออะไรแบบนี้ได้ไง!’ [หัวเราะ] เพราะความคิดแว็บแรกของผมคือ ‘ไม่ ผมไม่เชื่อใจผู้ชายคนนี้’ และทุกคนก็พูดว่า ‘คุณเป็นบ้าอะไร นี่อาจเป็นทัวร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฤดูร้อน! เมื่อทัวร์ครั้งนี้ ผมเริ่มคิดว่า ‘อ่า…บางทีมันอาจจะสนุก บางทีเดฟอาจจะเจ๋งก็ได้’ และเขาก็ไม่ได้เจ๋ง [หัวเราะ] มันยอดเยี่ยมสำหรับแฟน ๆ ถ้าคงจะดีกว่านี้ถ้าเขาทำตัวดีกว่านี้”

แต่สิ่งที่แฟนเพลงตั้งตารออย่างแท้จริงคือการได้เห็นอดีตนักร้องนำแวนแฮเลนร่วมร้องเพลงด้วยกัน แต่สิ่งนั้นกลับไม่เกิดขึ้นแม้แซมมีจะเสนอให้เดฟมาร้องเพลงด้วยกันบ้างในแต่ละคืนเพื่อให้ดูเป็นมิตรภาพระหว่างกัน แต่เดฟปฏิเสธโดยสิ้นเชิง

“เดฟเป็นคนไม่มีเหตุผล เขาไม่ใช่คนเท่เท่าไหร่หรอก เขาไม่ใช่คนสนุกสนาน เขาสร้างบุคลิกแบบนั้นทำเหมือนว่าเป็นมิสเตอร์ปาร์ตี แต่ความจริงเป็นคนที่เคร่งเครียดมาก ผมคิดว่าคุณคงจินตนาการไม่ออกแน่ ๆ”

จนคืนหนึ่งในมิชิแกน คิด ร็อก ร็อกเกอร์ชื่อดังได้มาพบทั้งคู่ก่อนเล่นคอนเสิร์ตและเสนอว่าทั้งคู่ควรเล่นด้วยกันบ้างเพื่อแฟนเพลง การที่เดฟไม่ยอมเล่นกับแซมมีทำให้แฟนเพลงผิดหวังมาก ซึ่งเดฟเจอต้อนแบบนั้นก็รับปากส่ง ๆ ไปว่าจะขึ้นไปเล่นกับแซมมี แต่คืนวันแสดงเขากลับส่งคนไปบอกแซมมีว่าเจ็บคอเล่นไม่ได้ แซมมีถึงกับต้องเดินมาหาเพื่อไถ่ถามแต่เดฟก็ปฏิเสธไม่เล่นกับเขา ซึ่งในคืนต่อมาแซมมีถึงกับทุบประตูห้องแต่ตัวของเดฟแต่เดฟไม่ตอบกลับสักคำ

“ผมถามเขาทุกคืนว่าเราจะเล่นบนเวทีด้วยกันได้มั้ยตลอดสามสัปดาห์แรกของทัวร์ เขาก็เอาแต่ตอบว่า เย่ บางทีพรุ่งนี้นะ คอผมมันเจ็บอยู่ ผมก็คิดนะว่าเขาคงรู้สึกไม่มั่นคงเท่าไหร่เพราะเขาไม่ใช่นักร้องที่ยอดเยี่ยม หรือบางที่เขาอาจไม่ต้องการยืนร้องเพลงเคียงข้างผม ซึ่งผมก็บอกว่า โอเค เราเล่นเพลงของคุณก็ได้สักเพลง เดฟ ผมไม่ว่าอะไร ออกไปให้ความสนุกกับคนดูดีกว่าว่าเราทำมันด้วยกันมันจะดูเท่ ดีกว่ามาทำเหมือนเราอยู่คนละมุมกันแบบนี้ เขาทำให้การทัวร์ครั้งนี้ลำบากขึ้น…”

แถมเดฟยังเรียกร้องเป็นวงหลักในการแสดงที่เมดิสันสแควร์การ์เดนทั้งที่ไม่ใช่รอบที่เขาจะเป็นวงหลัก! แถมยังจบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แซมมีถึงกับให้สัมภาษณ์กับนิตยสารกีตาร์เวิลด์ว่าจะไม่ออกทัวร์กับเดฟอีก การทัวร์ครั้งนั้นประสบความสำเร็จในเรื่องรายได้…แต่ภายใต้ความสำเร็จนั้นมีความขัดแย้งระหว่างแซมมีกับเดฟอยู่มากทีเดียว

หลังจากนั้น แซมมีให้สัมภาษณ์นิตยสารแพลเน็ตร็อกว่า “ผมไม่ได้เคารพเขาในด้านศิลปิน แต่ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่ฉลาดและเป็นนักแสดงที่เก่งกาจและสิ่งที่เขาทำกับแวนแฮเลนยุคแรกมันมหัศจรรย์มาก แวนแฮเลนคนทำไม่ได้แบบนั้นถ้าปราศจากเขา”

“ให้พระเจ้าอวยพรเดฟ แต่เขาไม่ยอมรับความจริงที่ว่าแวนแฮเลนเมื่อตอนมีผมอยู่ด้วยมันประสบความสำเร็จมากกว่าตอนที่มีเขาอยู่ในวง และนั่นคือสิ่งโง่เง่าที่สุดของเขา”

และเมื่อแซมมีให้สัมภาษณ์นิตยสารคลาสสิกร็อก เขาบอกว่า “มีช่วงเวลาหนึ่งที่บ้าบอในราลีห์ รัฐนอร์ทแคโรไลนาที่เดฟดูไม่ค่อยดี … เราจะสลับกันเป็นวงหลัก เมื่อเดฟเป็นวงเปิดเขาจะทำได้ดีกว่ามาก ผมได้ไมเคิล แอนโธนีอยู่ในวงด้วย เราเล่นเพลงแวนแฮเลน สี่หรือห้าเพลง ผมมีสาวเสิร์ฟนำเครื่องดื่มมาให้ระหว่างการแสดงด้วย เธอจะเดินมากึ่งเปลือย, ส่วนเดฟจะเล่นเพลงจากยุคปี 83-84 แล้วก็มีพวกผ้าพันคอและสิ่งของต่าง ๆ เหมือนตอนนั้น มันเหมือนกับวงคาราโอเกะเมื่อเทียบกับสิ่งที่เราทำ เขาจะอารมณ์ไม่ดีเมื่อเป็นวงหลักเพราะไม่สามารถเล่นให้ดีต่อจากเราได้ เขาเดินขึ้นเวที แต่งตัวเต็มที มือกลองของผม (เข้าใจว่าจะเป็นเดวิด ลูเซอร์ก็ทักว่า เป็นยังไงบ้างคุณสุภาพสตรี… ความจริงแล้วเขาตั้งใจจะต่อด้วยคำ-และสุภาพบุรุษ แต่เหมือนจะช้าไป เดฟโมโหขึ้นมาทันควัน ด่าเป็นฟืนเป็นไฟ บอดีการ์ดของเขาเริ่มดันคนออกห่าง ผมออกมาจากห้องแต่งตัวทั้งที่ยังนุ่งผ้าขนหนูอยู่ ได้แต่พูด เฮ้ เดฟ คุณต้องใจเย็นลงหน่อยแล้วไปแสดงให้ดี แล้วมันกลายเป็นว่าพวกเขากั้นตัวเองจากพวกเรา มันอาจจะเกินไปหน่อย แต่ว่าเดฟกับผมไม่ได้เกลียดหน้ากัน ถ้าเราเจอหน้ากันเราก็กอดและเลี้ยงเครื่องดื่มกัน ผมจำไม่ได้ว่าเรากอดกันนานมั้ยแต่เราก็กอดกันนะ”

โฆษณา
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: