ข้ามไปยังเนื้อหา
โฆษณา

Motörhead: 1979


เพื่อเพิมอรรถรส ควรอ่าน Motörhead ก่อน

ช่วงตั้งวงมอเตอร์เฮดในปีค.ศ. 1976 นั้นมีลาร์รี วอลลิสเป็นมือกีตาร์คนเดียว และบันทึกอัลบั้มแรก ออนพาโรล ไปแล้ว แต่ไม่ได้ออกวางจำหน่าย เลมมีเกิดคิดว่าควรจะมีมือกีตาร์สองคนในวง จึงได้ “ฟาสต์” เอ็ดดี คล้าก มาร่วมวง แต่แค่ซ้อมกันครั้งแรก ลาร์รีก็ตัดสินใจไปทำวงพิงก์แฟรีวงเดิมเต็มตัว ทำให้มอเตอร์เฮดมีเพียงสามคนเหมือนเดิม คือ เลมมี เอ็ดดี คล้าก และ ฟิล เทย์เลอร์ ซึ่งถือกันว่าเป็นคลาสสิกไลน์อัปของมอเตอร์เฮด

เลมมีติดต่อกับสติฟฟ์เร็คคอร์ดส์ จนได้ออกซิงเกิล “ลิฟวิงเฮียร์” ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1976 แต่ทว่ายูไนเต็ดอาร์ตติสต์ไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ แผนการผลิตซิงเกิลจึงล่ม และที่แย่ไปกว่านั้น มอเตอร์เฮดติดอันดับหนึ่งสาชาวงดนตรีที่แย่ที่สุดในโลก ลงคะแนนโดยคนอ่านนิตยสารเอ็นเอ็มอี

จนเดือนเมษายนค.ศ. 1977 ฟิลกับเอ็ดดีเห็นท่าว่ามอเตอร์เฮดน่าจะไปไม่รอดเพราะติดสัญญากับยูไนเต็ดอาร์ตติสต์แต่ทางบริษัทดันไม่ยอมปล่อยอัลบั้มของพวกเขาเพราะเห็นว่าเป็นเพลงที่ “ไม่ขาย” ทำให้อนาคตรของมอเตอร์เฮดริบหรี่เต็มทน ทั้งคู่ก็เลยตัดสินใจลาออกจากวง แต่ก็ยังไปเล่นคอนเสิร์ตที่มาร์คีคลับในลอนดอนเพื่อเป็นการสั่งลา เลมมีติดต่อ เท็ด คาร์โรลล์ จากบริษัทคิสวิกเร็กคอร์ดส์เพื่อขอให้นำเคลื่อนบันทึกเสียงมาช่วยบันทึกการแสดงสดเก็บไว้เป็นที่ระลึกหน่อย แต่เท็ดไม่อาจหาเครื่องบันทึกเสียงไปในการแสดงวันนั้นได้ เขาเลยตัดสินใจเสนอให้มอเตอร์เฮดไปใช้บริการเอสเคปสตูดิโอส์เป็นเวลาสองวันเพื่อบันทึกเสียงซิงเกิลเก็บไว้ แต่มอเตอร์เฮดกลับใช้โอกาสนั้นบันทึกเพลงเก็บไว้ถึง 11 เพลง ถึงจะไม่เสร็จสมบูรณ์ดีแต่ทางเท็ดเห็นว่าน่าสนใจ เลยให้โอกาสอีกครั้งจ่ายเงินเช่าโอลิมปิกสตูดิโอให้มอเตอร์เฮดทำงานกันต่อ จนได้มาทั้งสิ้น 13 เพลง เป็นอัลบั้มที่ชื่อ มอเตอร์เฮด วางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1977

จากนั้นก็เหมือนเป็นขาขึ้นของมอเตอร์เฮด พวกเขาได้ดักลาส สมิธมาเป็นผู้จัดการวง ได้ออกอัลบั้มกับบรอนซ์เร็กคอร์ดส์ ตอนแรกทำสัญญาแค่ซิงเกิลเดียวคือ “ลุยลุย” แต่เมื่อมอเตอร์เฮดประสบความสำเร็จมากขึ้น มีคนพูดถึงมากขึ้น บรอนซ์จึงทำสัญญาต่อให้พวกเขาออกอัลบั้มเต็ม โอเวอร์คิล วางจำหน่ายเดือนมีนาคมค.ศ. 1979 อัลบั้มนี้ขึ้นไปถึงท็อป 40 ในสหราชอาณาจักร

หลังจากประสบความสำเร็จกับโอเวอร์คิล พวกเขาก็กลับไปทำอัลบั้ม บอมเบอร์ โดยให้จิมมี มิลเลอร์ ที่ดูแลการผลิตอัลบั้ม โอเวอร์คิล มาช่วงกำกับทิศทางอีกครั้ง แต่การทำอัลบั้มบอมเบอร์นี้เลมมีรู้สึกว่าโดนบรอนซ์บีบบังคับให้รีบทำอัลบั้มใหม่เกินไปหน่อย ทำให้ไม่ค่อยชอบอัลบั้มนี้เท่าไหร่นัก

“ปกติเราจะเล่นเพลงสด ๆ ก่อนที่จะเอาเพลงมาบันทึกเสียงในสตูดิโอ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เราไม่ได้ทำแบบนั้นในครั้งนี้ (หมายถึงอัลบั้มบอมเบอร์) บางทีอาจจะเป็นเพราะแรงบังคับจากบรอนซ์ซึ่งอยากให้ทำอัลบั้มใหม่เร็ว ๆ เพราะโอเวอร์คิลมันได้รับการตอบรับอย่างดีทีเดียว”

“ผมจุดประกายเขียนเพลงบอมเบอร์จากนิยายเรื่องบอมเบอร์ (ของเลน ดิห์ตัน) เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดโจมตีเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเราต้องเล่นมันในรายการท็อปออฟเดอะป็อปส์ เคยเล่นมาก่อนกับเพลงโอเวอร์คิลและลุยลุย แต่เหมือนพวกเขาไม่ชอบพวกเราเท่าไหร่ เราไม่เข้ากับรายการที่นักดนตรีคนอื่นจะดูสงบเสงี่ยมไม่ก้าวร้าว แต่ผมชอบความจริงที่ว่าคนดูไม่รู้ว่าจะมีปฏิกิริยากับเราอย่างไร คุณดูได้เลยว่าพวกแถวหน้าจะทำหน้าตางง ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”  

“ผมได้แต่หวังว่าเราจะด่าบริษัทให้อยู่ห่าง ๆ อย่างมายุ่งกับพวกเรา ถ้าคุณฟังบอมเบอร์ เพลงมันจะไม่เหมือนกับที่เราเล่นสด สำหรับผมแล้ว ภาคการผลิตมันออกจะนวลเนียนไปหน่อย”

“ผมคงบอกไม่ได้หรอกว่าผมมีความสุขกับอัลบั้มนี้ เพลงมันดีนะ แต่จิมมี มิลเลอร์ เอ่อ…เราตัดสินใจผิดที่ปล่อยให้เขาทำอย่างที่เขาอยากทำโดยไม่โต้แย้ง แน่นอน บอมเบอร์ขายได้ดี แต่ผมคิดว่าเราคงไม่ทำงานกับจิมมีอีกแล้ว เขามีปิศาจที่ต้องต่อสู้อยู่ (จิมมีติดยา) และมันทำให้เขากลายเป็นคนที่คุยด้วยยากและไม่น่าไว้วางใจ”

บอมเมอร์วางจำหน่ายเดือนตุลาคม หลังโอเวอร์คิลเพียง 7 เดือน ขึ้นไปถึงอันดับ 12 ในสหราชอาณาจักรบ้านเกิด แต่ก็มีเสียงค่อนแคะว่ามันไม่ได้ดีเท่าอัลบั้มก่อนหน้า

มอเตอร์เฮดสร้างมิติใหม่ของดนตรีเมทัล พวกเขาต่างจากจูดาสพรีส หรือ แบล็กซับบาท เลดเซพพลิน โดยสิ้นเชิง พวกเขามีความสดใหม่ ซื่อตรงต่อการเล่น และน่าจะเป็นแนวหน้าก่อนที่วงในกลุ่มนิวเวฟออฟบริติชเฮฟวีเมทัลจะก้าวตามทัน ไม่ว่าจะเป็นไอออนเมเดน แซ็กซัน เดฟเลพพาร์ด มีส่วนผสมของพังก์และเมทัลในส่วนที่ไม่ต่างกัน และเลมมีเคยพูดว่า “บางคนเรียกเราว่าพังก์ บางคนก็บอกว่าเราเป็นวงเฮฟวีเมทัล แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เราทำก็คือร็อกแอนด์โรล์ ไม่มีอะไรอื่นจากนี้ ถ้าคุณฟังบอมเบอร์ คุณคิดว่าเสียงที่คุณได้ยินนั้นเป็นพังก์หรือเมทัล?”

แฟนเพลงของมอเตอร์เฮดมีทั้งพังก์และเมทัล ซึ่งดูจะสมัครสมานสามัคคีกันดี แต่ก็มีบางครั้งเช่นในการแสดงเทศกาลดนตรีเรดดิ้ง วันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1979 แฟนเพลงของมอเตอร์เฮดทะเลาะวิวาทกันแฟนเพลงของวงพันนิชเมนต์ออฟลักซ์ซัวรี

มอเตอร์เฮดออกเล่นไปทั่วสหราชอาณาจักร ตามสถานที่เล็ก ๆ ค่อย ๆ สร้างฐานแฟนเพลงจนในที่สุดพวกเขาก็ได้เล่นในสถานที่ใหญ่ขึ้น อย่างเช่นในปีค.ศ. 1979 พวกเขาได้เล่นที่แฮมเมอร์สมิธโอเดียน ซึ่งบัตรคอนเสิร์ตขายหมดทั้งสองคืน

“การที่เราเร่งเสียงแอมป์ให้ดังมาก ๆ ไม่ได้แปลว่าเราพยายามซ่อนความอ่อนด้อยด้านฝีมือการเล่นไว้ใต้กำแพงเสียงป่วนประสาท เราเล่นดนตรีกันได้จริง นี่คือวงดนตรีที่จริงจังวงหนึ่ง”

เลมมี
โฆษณา
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: