ข้ามไปยังเนื้อหา
โฆษณา

Mötley Crüe: 1993-1999


มีคนลงแคมเปญใน Change.org เรียกร้องให้มอตลีครูกลับมา แล้วทวิตเตอร์ของมอตลีครูก็ดันทวีตเกี่ยวกับเรื่องนี้เสียด้วย โดยบอกว่า น่าสนใจ – This is interesting…   แต่ตอนนั้นลบทวีตนั้นไปแล้ว…(แต่ก็มีคนแค็ปเก็บไว้นะ)

อย่างที่รู้กันว่ามอตลีครูเซ็นสัญญาไม่กลับมาเล่นคอนเสิร์ตด้วยกันอีกตั้งแต่ปีค.ศ. 2015 ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังหารายละเอียดสัญญานั้นไม่ได้ว่าถ้ากลับมาเล่นคอนเสิร์ตด้วยกันอีกจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้ใครจำนวนเท่าไหร่ ใครจะเป็นผู้ฟ้องร้อง เงินจะไปเข้ากระเป๋าใครหรือว่าองค์กรการกุศลที่ไหน?

แล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน ดันมีบทสัมภาษณ์ของมาร์ก ไดเดีย ผู้จัดการวงแบล็กโครว์หลุดมาว่า เดฟเลพพาร์ด พอยซัน และมอตลีครูจะออกทัวร์ปีหน้า (ค.ศ. 2020) ยิ่งทำให้แฟนเพลงลุ้นกันไปใหญ่ เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานก็มีข่าวว่ามีคนเสนอเงินให้มอตลีครูกลับมาทัวร์เป็นเงินถึง 150 ล้านดอลลาร์ แต่ทอมมีกั๊กไว้ว่าต้องให้วินซ์ลดน้ำหนักและจัดการทำความสะอาดตัวเองขนานใหญ่เสียก่อน

แฟนเพลงมอตลีครูก็ยังมีความหวังว่ามอตลีครูจะกลับมาอีกครั้ง แม้ว่าพวกเขาจะเซ็นสัญญาไม่กลับมาเล่นคอนเสิร์ตด้วยกันอีกตั้งแต่ปีค.ศ. 2015 เป็นต้นมา แต่ความสำเร็จพอประมาณของเดอะเดิร์ตในเน็ตฟลิกซ์ก็ทำให้เพลงของมอตลีครูกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ล่าสุดมีข่าวลือว่า วินซ์ นีล ทะเลาะกับ ทอมมี ลี แต่ว่าวินซ์สยบข่าวลือด้วยการออกมาบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน และไม่ได้คุยกันตั้งแต่รอบพรีเมียร์ของเดอะเดิร์ตโน่นแล้ว จะไปทะเลาะกันได้อย่างไร?

ข่าวลือนี่เล่นแรงพอประมาณ คือเว็บ Radar เล่นข่าว ว่ามีคนเสนอค่าตอบแทนประมาณ 150 ล้านดอลลาร์ แต่สมาชิกบางคนมีท่าทีตอบรับแต่ตั้งข้อแม้ว่าวินซ์จะต้องลดน้ำหนักและเข้ากระบวนการฟื้นฟูตัวเองให้เรียบร้อย ซึ่งแว่วมาว่าคนที่ตั้งเงื่อนไขนั้นคือทอมมี ลี มือกลองของวง ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะเบาะแว้งกันขนานใหญ่ วินซ์ก็โยนว่าทอมมีก็ไม่ได้สะอาดอะไร ยังคงเมาเละเทะเหมือนเดิม และมีข่าวการยกเลิกการแสดงสดของวินซ์เอง ก็เลยมีการคาดเดาว่าเขาจะไปรักษาฟื้นฟูตัวเอง

ตั้งแต่ตามมอตลีครูมาไม่ค่อยเห็นคู่นี้ทะเลาะกันเท่าไหร่ และตามข่าวทางฝั่งทอมมีก็เห็นว่ากำลังยุ่งกับโปรเจ็กท์ เดอะ รีเทเลียเตอร์ (The Retaliators) อยู่ และไม่กี่วันต่อมาวินซ์ก็บอกว่าไม่ใช่เลย ไม่ได้คุยกันตั้งแต่รอบพรีเมียร์ของเดอะเดิร์ตนู่น และที่เขาจำเป็นต้องยกเลิกการแสดงก็เพราะว่าหลังมีปัญหาต้องรักษากะทันหัน ไม่เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องมอตลีครูจะกลับมาเลยแม้แต่น้อย

“ไม่มีความบาดหมางใดใดระหว่างผมกับทอมมี อย่าไปเชื่ออะไรจากเว็บซุบซิบพวกนั้นเลย”

วินซ์ นีล

หลังจากจบทัวร์คอนเสิร์ตดิเอนด์ไปเมื่อปีค.ศ. 2015 มอตลีครูได้กลับมารวมตัวกันทำเพลงประกอบภาพยนตร์ เดอะเดิร์ต ในปีค.ศ. 2018 และนิกกี ซิกซ์บอกว่าไม่มีแผนการกลับมาร่วมงานกับวงแต่อย่างใด

สำหรับสัญญา “ยุติการออกทัวร์” (The Cessation of Touring Agreement) ของมอตลีครูนั้นมีรายละเอียดอย่างไรก็ไม่ทราบชัด (ก็ยอมรับตรง ๆ ว่าไม่ได้ขวนขวายไปหามาอ่าน) แต่ที่อ่านบทสรุปมาก็มีเนื้อหาสาระว่า ถ้ามอตลีครูกลับมาออกทัวร์ในนามมอตลีครูอีก สมาชิกแต่ละคนจะโดนฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งก็ยังหารายละเอียดไม่เจอว่าใครจะเป็นคนฟ้อง แล้วเงินจะเข้ากระเป๋าใคร? หรือว่าไปสู่หน่วยงานการกุศลหรือยังไง?

จากใจคนเป็นแฟนเพลงมอตลีครูมานานมากคนหนึ่งก็ออกจะสองจิตสองใจอยู่ คือ ใจหนึ่งก็อยากเห็นมอตลีครูเล่นดนตรีต่อไป แต่อีกใจก็ยอมรับว่าเสียงของวินซ์ไม่ไหวแล้ว ทั้งสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปจากหนุ่มน้อยผมทองผู้ทรงเสน่ห์ขวัญใจสาว ๆ ไปเป็นคนอ้วนฉุ และเสียงร้องที่หมดสภาพจากยุค 80 โดยสิ้นเชิง

แต่ก็ต้องยอมรับว่าวินซ์คือภาพจำของแฟนเพลง  อย่างสมัยที่เขาออกจากวงไป และทางมอตลีครูเลือกจอห์น คอราบีมาแทน อัลบั้ม มอตลีครู (Mötley Crüe, 1994) นั้นเป็นงานที่ดีมาก…ถ้าไม่ใช่งานของมอตลีครู!

มอตลีครูประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงปีค.ศ. 1989 – 1991 อัลบั้มด็อกเตอร์ฟิลกู้ด (Dr.Feelgood} 1989) เป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่ปิดทศวรรษ 80 ของพวกเขาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ แต่ภายในนั้นรอยร้าวเริ่มลึกเกินกว่าประสาน

ทอมมีเล่าถึงช่วงนั้นว่า “เราไม่ได้สุมหัวกันแล้ว เราไม่ได้ปาร์ตี้ เราไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรา เราแค่เดินทางจากเมืองสู่เมือง เล่นเพลงของเราแล้วก็ทำตัวเละเทะไปเรื่อย เป็นครั้งแรกที่พวกเราทำงานเหมือนเครื่องจักรแทนที่จะเป็นสัตว์ร้ายสี่ตัว เราเริ่มโดนปฏิบัติเหมือนเครื่องจักร”

ปีค.ศ. 1990 เริ่มมีใครหลายคนสำเหนียกว่ายุคของแฮร์เมทัลใกล้สิ้นสุดลงแล้ว อิเล็กตราเองก็รู้ แต่ในเมื่อมอตลีครูยังทำเงินได้ก็พร้อมจะผลักดันต่อเพื่อเก็บเกี่ยวผลกำไรให้เต็มที่ ในขณะที่หลายวงเริ่มส่อแววว่าถึงคราวดับ โดยเฉพาะในกลุ่มแกลมเมทัล/แฮร์แบนด์ เช่น ทวิตเต็ดซิสเตอร์ แรตต์ วอแรนต์ แต่ก็มีหลายวงที่ยังฝ่าฟันผ่านทศวรรษ 90 มาได้อย่างสวยงาม เช่น เอซี/ดีซี เมทัลลิกา

สำหรับมอตลีครูดูเหมือนว่าบารมียังมีอยู่ อิเล็กตราตัดสินใจทำสัญญามูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ต่อ โดยในขณะนั้นไม่รู้ว่ามอตลีครูกำลังมีปัญหากับนักร้องนำและไล่นักร้องนำออกแล้ว!

ฝั่งทอมมี นิกกี โยนความผิดให้กับวินซ์ นักร้องนำของวงว่าเริ่มทำตัวห่างเหินไม่ยอมมาซ้อมดนตรีระหว่างเตรียมทำอัลบั้มใหม่ต่อจากด็อกเตอร์ฟิลกู้ด ทอมมีโมโหที่วินซ์เอาแต่ดูเวลา เพราะจะไปซ้อมขับรถแข่งหรือไม่ก็เตรียมแข่งกอล์ฟ และในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 ขณะที่นิกกี ทอมมี และมิก รอวินซ์มาซ้อมดนตรีด้วยกันในลอสแอนเจลิส แต่นีลไม่โผล่มา นิกกีบรรยายว่า “นอกจากมิกแล้ว พวกเราที่เหลือล้วนใช้ชีวิตเหลวแหลกเละเทะ แต่วินซ์เป็นคนเดียวที่ปล่อยให้มันส่งผลกับงาน เขาเริ่มทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็นตัวถ่วงพวกเรา” สี่วันหลังจากนั้น มอตลีครูประกาศว่าวินซ์ได้ออกจากวงไปแล้ว เพราะใช้เวลากับการแข่งรถมากกว่าสนใจดนตรี โดยนิกกีอธิบายว่า “เราอยู่ที่นี่ ทำงานกันทั้งวันเพราะเราอยากอยู่ที่นี่ ซึ่งมันจะไม่เกิดขึ้นถ้าคุณไม่อยากอยู่ที่นี่และเราต้องบังคับให้คุณลุกจากเตียงทุกบ่ายเพราะว่าคุณไปเมาหัวราน้ำตลอดคืน”

ส่วนวินซ์ก็มีเรื่องเล่าทางฝั่งของเขา เขาบอกว่าไม่มีความสุขกับเพลงใหม่ของวงที่ทำออกมาหลังจากด็อกเตอร์ฟิลกู้ด “บางทีผมอาจจะกระตือรือล้นกว่านี้ถ้าผมชอบเพลงใหม่ ๆ อัลบั้มนั้นมันงี่เง่า เสียงคีย์บอร์ดที่ใส่เข้ามาทำให้ซาวด์ปวกเปียกมาก”

“ผมอยากให้วงเดินไปทางฮาร์ดร็อกตรงไปตรงมา แต่พวกเขาอยากจะไปทางบลูส์” วินซ์บอก “ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีกับผมเลย ผมไม่ใช่นักร้องเพลงบลูส์ และมอตลีเป็นวงร็อกไม่ใช่วงบลูส์ ผมคิดว่ามันเป็นความคิดที่งี่เง่ามาที่จะทำสิ่งแตกต่างไปให้แฟนเพลงฟัง” (แต่อีกหลายปีถัดมา วินซ์ก็ทำในสิ่งที่แตกต่างจนกระทั่งแฟนเพลงตามไม่ทันในอัลบั้ม คาร์ฟเวดอินสโตน)

“การโดนไล่ออกเป็นสิ่งที่ผมคิดไม่ถึง มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมคิดว่าจะเกิดขึ้น ผมไม่พูดคุยกับพวกเขาเลยตั้งแต่วันนั้นและผมไม่สนใจถ้าต้องคุยกับพวกเขาอีกครั้ง”

วินซ์เซ็นสัญญากับวอร์เนอร์ในปีค.ศ. 1992 ทำอัลบั้มเดี่ยว เอ็กซ์โพสเซด (Exposed, 1993) แต่อัลบั้มนั้นมันมีปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น มีการเปลี่ยนนักดนตรีภายในทั้งจากตัวสมาชิกบางคนขอถอนตัวไปทำงานอื่น หรือโดนกดดันจากวอเนอร์ฯ บริษัทตันสังกัดให้เปลี่ยน แถมด้วยรอยบาดหมางตั้งแต่การทำเพลงและการบันทึกเสียง ที่สตีฟ สตีเวนส์ มือกีตาร์เหมาเล่นกีตาร์และเบสด้วยตัวเอง และการทะเลาะเบาะแว้งกันภายใน อัลบั้มที่เริ่มต้นสวย ๆ ก็ต้องจบแบบเงียบ ๆ ตัวเพลงก็ไม่เลวร้ายอะไรเลย เพียงแต่มันขาดอะไรไปสักอย่าง อาจจะเป็นความดิบเถื่อนแบบที่แฟนเพลงคุ้นเคยมันหายไปหรืออะไรสักอย่างที่บอกไม่ถูกทำให้อัลบั้มนี้มันดีแต่ไม่เด่น

You’re invited (But Your Friends Can’t Come)

ส่วนฝั่งมอตลีครูดึง จอห์น คอราบี นักร้องนำวงเดอะสครีมมาเป็นนักร้องนำ ทำอัลบั้ม มอตลีครู (Mötley Crüe, 1994) ซึ่งทำให้แฟนเพลงตื่นเต้นรอคอยมีการเปิดตัวใหญ่พอสมควร แต่พออัลบั้มออกมาจริงกลับล้มเหลวอย่างไม่น่าเชื่อ

Hooligan’s Holiday

ความจริงช่วงนั้นมันมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น อย่างเช่น แกลมเมทัล/แฮร์แบนด์ กลายเป็นของตกยุคไปแล้ว (และมอตลีครูนี่ก็ถือเป็นหน้าตาของแกลมเมทัลเสียด้วย) พวกเขาจะโดนตีตราประทับว่าเป็นวงตกยุคไปก่อนคนได้ฟังอัลบั้มเสียอีก แต่พอแฟนเพลงได้ฟังอัลบั้มที่เข้มข้นบูลส์ร็อกเต็มสตรีม บางครั้งฟังแล้วนึกว่าหยิบแอโรสมิธมาปัดฝุ่นก็รับไมได้อีกเช่นกัน แถมดูเหมือนอิเล็กตราไม่พอใจที่ไม่มีวินซ์เป็นนักร้องนำเลยไม่ค่อยสนับสนุนโฆษณาวงเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าเห็นใจเพราะบริษัทอิเล็กตราที่ลงทุนเซ็นสัญญาไปถึง 40 ล้านก็อยากถอนทุนคืนเพราะตอนที่เซ็นสัญญาโดนมอตลีครูปิดข่าวเรื่องวินซ์ออกจากวง ถ้ารู้คงไม่เซ็นสัญญามูลค่าสูงขนาดนั้นแน่นอน ใครต่อใครก็ไม่อยากเสี่ยงกับการเปลี่ยนนักร้องนำของวงดังระดับนี้ ดังนั้นจึงกดดันให้ทางวงเจรจาพาวินซ์กลับมาร้องนำเหมือนเดิม

ช่วงไม่นานหลังจากนั้น เส้นทางอาชีพของวินซ์ก็ดูจะดิ่งเหวไม่ต่างจากมอตลีครู อัลบั้ม คาร์ฟเวดอินสโตน (Carved in Stone, 1995) นี่ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย ออกอินดัสเทรียลไปสู่มหาสมุทรกว้างไกลเกินกว่าแฟนเพลงคนไหนจะตามทัน ไม่รู้ว่าได้แฟนเพลงใหม่ ๆ มาบ้างหรือเปล่า แต่แฟนเพลงเก่า ๆ ถอยห่างกันแน่นอน อาจจะเพราะอัลบั้มนี้ออกมาเร็วเกินไปก็ได้ เมื่อเทียบกับงานของวงเมธอดส์ออฟเมย์เฮม (ของทอมมี ลี) ที่มีกลิ่นอายอินดัสเทียล/นูเมทัลเหมือนกัน แต่ออกตอนปี 1999 ซึ่งเป็นยุคนูเมทัลเต็มตัวไปแล้ว ยังขายได้เกินห้าแสนแผ่น

ดูรสนิยมดนตรีและทิศทางดนตรีของสองคนนี้แล้วก็ไม่น่าแปลกใจที่เจเนอเรชันสไวน์ (Generation Swine, 1997) มันจะออกมาแบบนั้น เป็นงานทดลองหลากหลายที่ยังมีเค้าของมอตลีครูแบบเดิม ๆ อยู่บ้าง อย่าง “เล็ตอัสเพรย์” นี่ ถ้าฟังเดโมเทปที่มีเสียงร้องของจอห์น คอราบีอยู่ก็จะได้ยินมอตลีครูสมัย 1994 กลับมาชัดเจน คือถ้าพูดถึงโครงสร้างหลักของเพลงก็ยังเป็นมอตลีครูนั่นแหละ แต่พวกเขาเล่นกับเสียงกันมากไปจนเสียงกีตาร์หายหมด และแฟนเพลงของมอตลีครูส่วนใหญ่ก็ชอบเพลงร็อกที่มีเสียงกีตาร์ เรื่องนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าแฟนเพลงมอตลีครูคงไม่คาดหวังว่าจะได้ฟังเสียงแปลก ๆ จากมอตลีครู ถ้าเป็นเพลงของไนน์อินซ์เนลส์หรืออะไรก็ว่าไปอย่าง แม้แต่เสียงกีตาร์ของมิก มาร์สยังโดนเอาไปปรับแต่งจนกระทั่งไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้ยินเสียงกีตาร์แบบนั้น เรื่องนี้น่าจะเป็นเหตุหลักที่ทำให้แฟนเพลงไม่ค่อยชอบเจเนอเรชันสไวน์มากนัก แต่ก็ยังพร้อมเปิดใจรับมากกว่าอัลบั้มมอตลีครู (Mötley Crüe, 1994) ที่มีจอห์น คอราบีเป็นนักร้อง

ช่วงปีค.ศ. 1992 – 2002 ดูจะเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายและมีปัจจัยภายนอกและภายในมาเกี่ยวข้องกับมอตลีครูไม่น้อย ทั้งจังหวะเวลาต่าง ๆ ที่ดูจะไม่เป็นใจให้พวกเขาทำงานอย่างราบรื่น ทอมมีตัดสินใจลาออกในปีค.ศ. 1999 เพื่อที่จะไปทำวงดนตรีอย่างที่ตัวเองต้องการ ขณะที่มอตลีครูได้แรนดี คาสทิลโลมาเป็นมือกลองคนใหม่แต่ก็ต้องเสียไปให้กับโรคมะเร็ง

จนกระทั่งทอมมีตัดสินใจกลับเข้าร่วมวงอีกครั้ง ทุกอย่างก็เริ่มนิ่งและเริ่มสดใสอีกครั้ง

โฆษณา
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: