หมวดหมู่
Lyrics And Stories

White Lion: Farewell to You


“แฟร์เวลล์ทูยู” เป็นเพลงสุดท้ายจากอัลบั้ม เมนแอดแทร็กชัน ซึ่งเป็นสตูดิโออัลบั้มชุดสุดท้ายของสิงห์เผือก – ไวต์ไลออน


“แฟร์เวลล์ทูยู” เป็นเพลงสุดท้ายจากอัลบั้ม เมนแอดแทร็กชัน ซึ่งเป็นสตูดิโออัลบั้มชุดสุดท้ายของสิงห์เผือก – ไวต์ไลออน

Well it’s time to say goodbye my friend
I’m glad you stayed until the end
I hope that you’ve enjoyed the time we spent

Farewell to You

มีความรู้สึกว่าเป็นเพลงที่เข้ากับการอำลาปีพ.ศ. 2562 สำหรับ FridayIamInRock เพราะก่อนหน้านี้เคยคิดจะทิ้งบล็อกนี้เพราะติดปัญหาส่วนตัวหลายอย่าง ทั้งเรื่องสุขภาพ (ซึ่งเป็นเรื่องหลัก) และเรื่องหมดไฟในการเขียนอะไรแบบนี้

ไวต์ไลออนมีอะไรหลายอย่างน่าสนใจ เช่นได้เซ็นสัญญากับอิเล็กตราแต่โดนปลดทิ้งทั้งที่ทำอัลบั้มแรกกันแล้ว (อย่างที่เคยเขียนไป ย้อนอ่านรำลึกความหลังกันได้) แต่ ไฟต์ทูเซอไวฟ์ (Fight To Survive) ก็ออกมาวางจำหน่ายได้ในปีค.ศ. 1985 ก็เป็นอัลบั้มที่น่าสนใจชุดหนึ่งของไวต์ไลออน

อาจจะด้วยมันยังไม่น่าสนใจเพียงพอ อีเล็กตราเลยไม่สนใจ แต่ ไพร์ด (Pride) เป็นผลงานที่เจิดจรัสมาก ฟังแล้วติดหูทุกเพลง ตอนนี้คนเริ่มรู้แล้วว่าวิโตเป็นยอดฝีมือที่ไม่แพ้ใครในปัฐพี เล่นกีตาร์ได้สะอาดจนมือกีตาร์บางคนหมั่นไส้ บอกว่าเล่นสะอาดไป ไร้ชีวิต! แต่อัลบั้มที่ออกตามมาหลังจากนั้น บิ๊กเกม (Big Game) และ เมนแอตแทร็กชัน (Mane Attaction) ทำยอดขายตกต่ำตามลำดับ

“แฟร์เวลล์ทูยู” เป็นเพลงปิดท้ายอัลบั้ม เมนแอตแทร็กชัน ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายของไวต์ไลออน อัลบั้มซึ่งทำได้ดีที่สุดแค่อันดับ 61 ในตารางบิลบอร์ด 200 อาจจะเป็นเพราะช่วงนั้นกระแสดนตรีแฮร์แบนด์เริ่มรวยริน หรือเพราะว่าไวต์ไลออนหมดไฟจนทำอัลบั้มที่ขาดความเร่าร้อนออกมา

ไม่รู้ว่าตอนที่ วิโต เบรตตา กับ ไมก์ แทรมป์ เขียนเพลงนี้พวกเขาคิดเรื่องยุบวงกันอยู่หรือเปล่า? หรือแค่เขียนเพลงเอาไว้ร้องปิดท้ายคอนเสิร์ตเฉย ๆ แต่ เกร็ก ดีแอนเจโล กับ เจมส์ โลเมนโซ แยกทางจากวงหลังจากออกทัวร์ยุโรปกับวงมิสเตอร์บิ๊กและไทเก็ตโต ซึ่งในเวลานั้น เกร็กและเจมส์บอกว่า “มันเป็นเรื่องทิศทางดนตรีที่แตกต่างกัน” แต่ร่วมสองทศวรรษหลังจากนั้น ไมก์บอกว่ามันเป็นเรื่องการแบ่งเงิน

“เงินจะแบ่งเท่ากันคนละ 25 เปอร์เซ็นต์สำหรับการแสดงสด” แต่ก็หารค่าใช้จ่ายกันคนละ 25 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ดังนั้นวิโตและผม ในฐานะคนแต่งเพลง ก็ได้เงินลิขสิทธิ์จากวงในส่วนนั้นด้วย ในขณะที่เจมส์และเกร็กต้องจ่ายอย่างเดียว”

ในตอนนั้นต้องอาศัย จิมมี เดอกลาสโซ กับ ทอมมี คาราดอนนา มาเล่นระหว่างออกทัวร์ทัวร์ที่เหลือ ซึ่งออกทัวร์ไม่นาน ไวต์ไลออน ก็แยกวงกันไปเงียบ ๆ หลังจากที่พวกเขาเล่นตามคลับในสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดเพียง 16 รอบ ไมก์ก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ

“ไม่มีคนจากบริษัทมาดูการแสดงสดเลย พอต่อมาผมไปที่แอตแลนติก เลขาฯ ก็ไม่รู้ว่าผมคือใคร ผมถามว่า ผมขอพบดั๊ก มอร์ริสได้มั้ย เธอตอบว่าเขาไม่ว่าง ผมเลยบอกว่า งั้นบอกเขาหน่อยว่า เซบาสเตียน บาค อยู่ตรงนี้ ไม่กี่นาทีต่อมา ดั๊กก็ออกมา ผมก็ได้แค่เดินกลับ…มันก็เหมือนเพลง นิวคิดอินทาวน์ (ของดิอีเกิลส์) นั่นแหละ”

และเมื่อถึงการแสดงรอบสุดท้ายที่บอสตัน ไมก์ก็บอกกับวีโตว่า นี่เป็นการแสดงครั้งสุดท้ายของวงแล้วล่ะ วีโตก็ตอบเพียงว่า “โอเค”

ไมก์ แทรมป์ เล่าถึงช่วงเวลานั้นว่า “เราไม่มีโอกาสได้บอกลาแฟนเพลง ไม่มีโอกาสได้แถลงข่าว หลังจากที่เล่นคอนเสิร์ตสุดท้าย วิโตกับผมไปที่แอร์พอร์ต แยกย้ายไปคนละทาง ผมไปแคลิฟอร์เนีย ส่วนเขาไปนิวยอร์ก เราคุยกันแต่ว่าไม่ได้มองหน้ากัน เราไม่ได้ทะเลากัน และที่น่าสนใจคือไม่มีใครบอกให้เราทำอะไรต่อ ไม่มีโทรศัพท์จากบริษัทแผ่นเสียง ไม่มีโทรศัพท์จากผู้จัดการ ไม่มีโทรศัพท์จากบริษัทจำหน่ายสินค้าที่ระลึก พวกที่ทำเงินจากเราไปนับล้านดอลลาร์พวกนั้น เหมือนกับจู่ ๆ เราก็หายตัวไปเฉย ๆ ผมต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น”

ดูเหมือนว่าไมก์จะโทษธุรกิจดนตรีและความสำเร็จของไพร์ดว่าเป็นเหตุให้พวกเขาจะแยกวง

“วงมันไม่เหมือนเมื่อตอนที่ตั้งวงในห้องใต้ดินในบรูกลิน นิวยอร์ก เงินมีอิทธิพลกับพวกเรา เราอาศัยอยู่กันคนละที่ ผมอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย วิโตอาศัยที่สเตตันไอส์แลนด์ ส่วนคนอื่นก็แยกไปอยู่ที่อื่น ตอนที่เราพยายามทำอัลบั้มสามและอัลบั้มสุดท้าย มันกลายเป็นความพยายามยื้อทำต่อไป แทนที่จะซื่อสัตย์ต่อความเป็นวงดนตรีที่แท้จริง มีเงินเข้ามาสนับสนุนการทำงาน ส่วนบริษัทก็คงปล่อยวงไปแล้ว เพราะพวกเขามีวงใหม่ ๆ รอคิวอยู่ และวงไวต์ไลออนในตอนนั้นก็เหมือนจะหมดหวัง (เรื่องทำเงิน) ไมก์ แทรมป์ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ เขียนเพลงก็ไม่ได้ในปี 1988 มีสาว ๆ 200 คนได้มั้งที่หลังเวที การออกทัวร์ในสนามกีฬาใหญ่ ใช้รถบัสจำนวนมาก แต่ผมเคยเขียนเพลงในบ้านเล็ก ๆ ของผมโดยที่ไม่มีโทรศัพท์รบกวน ซึ่งแบบนั้นผมสามารถสร้างสรรค์ออกจากความรู้สึกได้อย่างแท้จริง”

“วิโตกับผมไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกันเลย ยกเว้นเพียงเรื่องดนตรี ซึ่งมันน่าเศร้า แต่เป็นความจริง” ไมก์ แทรมป์กล่าว และเขาแยกห้องแต่งตัวหลังเวทีตั้งแต่ออกทัวร์ บิ๊กเกม “ผมรู้สึกเหนื่อยหน่ายคนอื่น…หรือบางทีอาจจะแค่วิโต”

หลังจากไวต์ไลออนจบสิ้นลงไป ไมก์ยังโลดแล่นในแวดวงดนตรีมาถึงปัจจุบัน ทั้งการทำวงฟรีกออฟเนเจอร์ (Freak of Nature) หรือแม้แต่ความพยายามทำวงไวต์ไลออนใหม่ซึ่งจบลงด้วยการโดนวีโตฟ้องไม่ให้ใช้ชื่อไวต์ไลออน ทุกวันนี้เขายังทำอัลบั้มเดี่ยวซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า ไม่มีอัลบั้มไหนขายได้เกิน 10,000 ชุดเลย

 ส่วนวิโตหายไปจากวงการดนตรีแบบไม่มีใครพบอีก จำได้ว่า ก่อนที่วิโตจะหายตัวไปจากธุรกิจดนตรี เขาเคยให้สัมภาษณ์กับเอ็ดดี ทรังก์ ว่า การเขียนเพลงสำหรับทำวงอื่นที่ไม่ใช่ไวต์ไลออนมันยากมากสำหรับเขา และเขาก็ไม่มีความสุขกับการอยู่ในแวดวงดนตรี

I remember all the fun we had And all the tears when times were bad

Farewell to You

ทุกวันนี้ ไวต์ไลออนเหลือแต่ชื่อให้แฟนเพลงจดจำเท่านั้นเอง

And rock will come, and rock will go the scene will change and time will

Farewell to You

showน่าเสียดายเหมือนกันที่ไวต์ไลออนต้องแยกทางกันในเวลาอันสั้น ยิ่งมาอ่านความหลังที่ไมก์เล่าให้ฟังในหลายที่หลายสถานะ แล้วก็ได้แต่เสียดาย

โดย Friday I am in Rock

Lover and Hater, A profound liar of all time.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.