ข้ามไปยังเนื้อหา

David Bowie: Heroes


“Heroes” – “ฮีโรส์” เป็นผลงานจากอัลบั้ม ฮีโรส์ (1977) หนึ่งในไตรภาคเบอร์ลินของเดวิด โบวี

เดวิด โบวี เคยเล่าว่า ช่วงที่ทำอัลบั้ม สเตชันทูสเตชัน นั้นเขาจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง เพราะติดโคเคนอย่างหนัก และเมื่อเขาเริ่มรู้สึกตัวว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เขาก็เดินทางออกจากลอสแอนเจลิสมายังสวิตเซอร์แลนด์เพื่อหลีกหนีสภาพแวดล้อมแบบเดิม ๆ และเขาก็มาปักหลักที่เบอร์ลิน เยอรมนีเป็นสถานีหลบภัย

“เบอร์ลินเป็นเสมือนที่หลบภัยของผมอยู่หลายปี มันเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ผมไปไหนมาไหนได้ราวกับไม่มีตัวตน ผมกำลังถังแตก ที่นั่นค่าใช้จ่ายก็ถูกดี และด้วยเหตุผลบางอย่าง ชาวเบอร์ลินก็ไม่สนใจอะไรกับนักร้องร็อกชาวอังกฤษ” (เดวิด โบวี – สัมภาษณ์นิตยสารอันคัต)

ดนตรีวางไว้ก่อนหน้าเขียนเนื้อเพลงแล้ว โดยเดวิด กับ ไบรอัน อีโน ช่วงการทำงานไตรภาคเบอร์ลิน พวกเขาจะวางเสียงลงไปทีละชั้นก่อน ค่อยใส่เนื้อร้องและท่วงทำนองลงไป ซึ่งอธิบายว่าเหมือนวางกรอบรูปก่อนจะใส่ภาพ โดยใช้วิธีการ “oblique strategies” ที่ไบรอัน อีโนเป็นคนคิดค้นร่วมกับปีเตอร์ ชมิดต์ มันจะเป็นการ์ดแบบไพ่ แต่ละใบจะใส่คำแนะนำหรือสำนวนที่ค่อนข้างกำกวม นำไปประยุกต์ตีความได้ในหลายสถานการณ์ บางคำก็เจาะจงไปที่เรื่องดนตรี แต่ก็มีเรื่องอื่น ๆ ด้วย

“บางทีผมจะเขียนห้าหรือหกคอร์ด” เดวิดเล่า “จากนั้นก็จะบังคับตัวเองให้เขียนอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับห้าหรือหกคอร์ดนั้น ดังนั้นจะมีเรื่องเฉพาะเจาะจงกำหนดว่าเพลงจะออกมาอย่างไร มากกว่าที่จะเป็นตัวผม หรือความรู้สึกทางอารมณ์ของผม”

นักดนตรีที่ร่วมบรรเลงคือ คาร์ลอส อโลมาร์มือกีตาร์ จอร์จ เมอร์เรย์ มือเบส และ เดนนิส เดวิส มือกลอง นอกจากนี้ยังมี โรเบิร์ต ฟลิปป์ แห่งคิงคริมสันมาช่วยเล่นกีตาร์ เสียงที่เหมือนท่อนลูปฟีดแบ็กที่อยู่ในบทเพลง ตอนแรกใครหลายคนคิดว่านี่จะเป็นเพลงบรรเลง เพียงแต่ตอนนั้นเดวิดยังไม่มีความคิดในการเขียนเนื้อเพลง

จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1977 เดวิด โบวีมองออกนอกหน้าต่างของสตูดิโอฮันซาในเบอร์ลิน และได้เห็นคู่รักจูบกันใกล้กำแพงเบอร์ลิน

“ผมมักจะบอกว่าเสมอมาว่าคู่รักจูบกันที่กำแพงนั่นเป็นที่มาของฮีโรส์…” เดวิด โบวีให้สัมภาษณ์นิตยสารคลาสสิกร็อกในปีค.ศ. 2015 “แต่ความจริงคู่นั้นคือโทนี วิสคอนติ (ผู้ดูแลการผลิตอัลบั้ม) กับแฟนสาวของเขา ตอนนั้นโทนีแต่งงานแล้ว ดังนั้นผมเลยเอ่ยเรื่องนี้ออกมาตรง ๆ ไม่ได้ แต่ตอนนี้ผมเปิดเผยได้แล้วว่าคู่รักคู่นั้นก็คือโทนีกับแฟนสาวชาวเยอรมัน (คือแอนโทเนีย แมสส์) ซึ่งเขาได้พบกันตอนเราอยู่เบอร์ลิน ผมคิดว่าตอนนั้นชีวิตแต่งงานของเขาอยู่ในช่วงกำลังถึงจุดจบแล้วนะ และนี่รู้สึกได้เลยเพราะผมเห็นเต็มตาว่าโทนีตกหลุมรักกับหญิงสาวคนนี้และความสัมพันธ์นั้นเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพลงนี้”

เดวิดเคยเล่าว่า เขาหยิบยืมเทคนิกจากวิลเลียม เบอร์โรห์ (ผู้เขียนเดอะเน็กเก็ดลันซ์ และอีกหลายเรื่อง) สุ่มเลือกข้อความจากหนังสือหรือนิตยสาร แล้วก็นำมาจัดเรียงใหม่ เป็นหนึ่งในเทคนิกที่เขายังใช้ต่อมาเพื่อสร้างมุมมองแปลกใหม่กระตุ้นภาพต่าง ๆ ในหัวของเขา

I, I will be king  
And you, you will be queen 
Though nothing will drive them away  
We can beat them, just for one day  
We can be heroes, just for one day  
And you, you can be mean 
And I, I'll drink all the time  
'Cause we're lovers, and that is a fact  
Yes, we're lovers, and that is that 
Though nothing will keep us together  We could steal time, just for one day  We can be heroes, forever and ever  What d'you say? 
I, I wish you could swim 
Like the dolphins, like dolphins can swim 
Though nothing, nothing will keep us together 
We can beat them, forever and ever 
Oh, we can be heroes, just for one day  
I, I will be king 
And you, you will be queen 
Though nothing will drive them away 
We can be heroes, just for one day 
We can be us, just for one day 
I, I can remember (I remember) 
Standing, by the wall (By the wall) 
And the guns shot above our heads (Over our heads) 
And we kissed, as though nothing could fall (Nothing could fall) 
And the shame was on the other side 
Oh, we can beat them, forever and ever  
Then we could be heroes, just for one day 
We can be heroes  We can be heroes 
We can be heroes, just for one day 
We can be heroes 
We're nothing, and nothing will help us 
Maybe we're lying, then you better not stay 
But we could be safer, just for one day 
Oh-oh-oh-oh, oh-oh-oh-oh, just for one day

เป็นแนวคิด “เรายืนหยัดต้านคนทั้งโลก” แต่สภาพจริง ๆ คือไม่น่าจะชนะ We can be heroes, just for one day เป็นการบ่งบอกว่าน่าจะสักวัน สักวันหนึ่งแหละ แต่ We’re nothing, and nothing will help us

 “ฮีโรส์” เป็นซิงเกิลในเดือนกันยายน ค.ศ. 1977 ขึ้นเพียงอันดับ 24 ในสหราชอาณาจักร ไม่ติดอันดับใดในสหรัฐอเมริกา แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในเพลงเด่นของเดวิดที่แฟนเพลงจดจำได้มากอันดับต้น ๆ ไม่แพ้ “สเปซโอดดิตี” หรือว่า “เชนเจส” โดยเฉพาะอีก 10 ปีให้หลังเมื่อเขาแสดงสดที่จตุรัสแพตซ์เดอรีพับลิก ตรงข้ามสตูดิโอในเบอร์ลินที่เพลงนี้กำเนิดขึ้นมา

“ผมไม่มีวันลืมมันเลย” เดวิดรำลึกความหลัง “มันเป็นหนึ่งในการแสดงที่เต็มอารมณ์มากที่สุดครั้งหนึ่งที่ผมเคยทำ ผมน้ำตาไหล หลังเวทีคือกำแพงเบอร์ลินที่ทอดยาว เรารู้สึกว่ามีชาวเบอร์ลินตะวันออกมาฟังเพลงที่เราบรรเลง (หลังกำแพง) แต่เราไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่ มีคนหลายพันที่ฟังอยู่อีกด้านของกำแพง เหมือนกับคอนเสิร์ตที่เล่นสองที่ โดยมีกำแพงเป็นตัวแบ่งแยก เราได้ยินเสียงเชียร์และร้องเพลงไปกับเราจากอีกด้าน พระเจ้า แม้แต่ตอนนี้ผมยังขนลุก มันทำให้ใจสลายจริง ๆ ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต และผมเดาว่าผมคงไม่มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้อีก”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: