Friday I Am In Rock Present Guns N’ Roses


ท่านที่ติดตาม ศุกร์นั้นที่ฉันร็อก Friday I am In Rock ทางใดทางหนึ่ง คงทราบแล้วว่าคิดเขียนเรื่องกันส์แอนด์โรเซสมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 และคงแทบไม่มีใครเชื่อว่าจะใช้เวลานานเกินสามปีกว่าหนังสือเล่มนี้จะเสร็จ

จำได้ว่าวันปีใหม่ปีพ.ศ. 2560 ไม่ได้ออกไปไหน อยู่บ้านฟังเพลงตามปรกติ แล้วดันไปหยิบสมุดบันทึกส่วนตัวเกี่ยวกับวงกันส์แอนด์โรเซสมาอ่านทบทวนดูว่าจะต่อเติมเสริมแต่งอะไรหรือแก้ไขตรงไหน ช่วงสิบกว่าปีมานี้ได้จดบันทึกเรื่องราววงดนตรีที่ชอบไว้หลายคณะ ต้องจดเพราะช่วงหลังความจำไม่ค่อยดี และบางทีไม่อยากเปิดคอมพิวเตอร์

ระหว่างที่อ่านทบทวนชีวิตของกันส์แอนด์โรเซสว่ากว่าจะออกผลงานชุดแรกอันลือลั่นได้ พลพรรคกันส์แอนด์โรเซสก็ต้องผ่านเรื่องราวมากมาย แล้วก็ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตนใดกระซิบข้างหูว่าเขียนเถอะ เอาให้เป็นรูปเล่มเรียบร้อยดีกว่าเขียนสมุดบันทึกหนึ่งเล่มที่เขียนบันทึกเกี่ยวกับวงกันส์แอนด์โรเซสไว้เพื่ออ่านส่วนตัว ตอนนั้นคิดใช้เวลาเพียงแค่เดือนเศษก็น่าจะเสร็จทันวันที่กันส์แอนด์โรเซสมาแสดงในเมืองไทยเป็นครั้งแรก วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ตอนนั้นคิดว่าจะทำเป็นแฟนซีนขนาด 8 หน้ายก จำนวน 48 หน้า เล่มบางแค่นั้นน่าจะทำเสร็จก่อนวันที่กันส์แอนด์โรเซสแสดงคอนเสิร์ตในเมืองไทย ข้อมูลทั้งหลายก็มีอยู่ในมือเรียบร้อย

แต่จนถึงวันที่ตั้งใจก็ยังทำต้นฉบับไม่เสร็จ เวลานั้นต้นฉบับยาวเกิน 90 หน้า และมีเรื่องเสริมอีกราว 30 หน้า เลยเปลี่ยนแผนว่างั้นเดือนกรกฎาคมก็ได้ ครบรอบ 30 ปีที่อัลบั้มแอปปิไทต์ฟอร์เดสทรักชันวางจำหน่าย

ถึงเวลาก็ไม่เสร็จ ด้วยปัจจัยหลายอย่างไม่ลงตัว

อย่างแรกคือเรื่องเวลา ทุกวันทำงานหมายถึงการตื่นตีสี่ครึ่งกว่าจะกลับถึงบ้านก็สามทุ่ม ไม่นับว่าต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดคราวละหลายวัน

อย่างที่สองคือเรื่องการเงิน เป็นที่แน่ใจได้ว่าการเขียนเรื่องกันส์แอนด์โรเซสคงไม่ทำเงิน ถ้าหากมีแรงบันดาลใจว่าเขียนเรื่องกันส์แอนด์โรเซสเสร็จเรียบร้อยแล้วจะได้เงินจำนวนหนึ่งแน่นอน คงกระตือรือร้นให้รีบเขียนให้เสร็จ แต่นี่ไม่มีวี่แววว่าจะได้เงินจากการเขียนเรื่องนี้ เลยไปทำอย่างอื่นแทนเพื่อหาเงินมาทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้

อย่างที่สาม ตั้งแต่ต้นปี 2561 เป็นต้นมา เกิดเจ็บป่วยค่อนข้างร้ายแรงอยู่พอสมควร และมีอาการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้หมดความสนใจในการเขียนอะไรยาว ๆ ไปจนล้มเลิกความตั้งใจเขียนไปโดยปริยาย

จนวันปีใหม่ของปี 2563 ครบรอบสามปีของความตั้งใจแรก จึงกลับมานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ ได้อ่านไฟล์ต่าง ๆ ที่เคยเขียนไป ตัดสินใจต่ออายุโดเมนเนม fridayiaminrock.com แล้วก็รู้สึกว่า finish what ya started ควรจะทำอะไรที่ค้างคาไว้ให้เสร็จ

แต่พอมาอ่านต้นฉบับเดิมที่เขียนไว้ ก็เริ่มรู้สึกอยากแก้ตรงนั้นตรงนี้ เริ่มรู้สึกว่าเข้าใจเหตุที่ ไชนิสเดโมเครซี ต้องใช้เวลาทำงานหลายปี คือมันจะมีอะไรต่อเนื่องให้เติมเสริมแต่งไปได้อีก ทั้งเรื่องข้อมูลเสริมใหม่ที่ได้มา ทั้งเรื่องปรับเปลี่ยนสลับย่อหน้า ปรับการเดินเรื่องใหม่ ฯลฯ จนบางทีก็ไม่รู้จะหยุดตรงไหน อยากทำทุกอย่างให้สวยงามสมบูรณ์แบบ หาข้อมูลเพิ่มเติม เขียนเพิ่มเติม ขึ้นโครงใหม่ จัดหน้าใหม่ ฯลฯ ในสมองมีแต่เรื่องทำนู่นนี่ไปเรื่อยจนไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดมันอยู่ตรงไหน (อยากจะเรียกอาการแบบนี้ว่าวินนี วินเซนต์ ซินโดรมเหลือเกิน 😉

ต้นฉบับดั้งเดิมมีปัญหาเรื่องจัดเรียงลำดับ เพราะคิดอะไรได้ นึกถึงเรื่องอะไรก่อนก็จะเขียนเรื่องนั้นก่อน กลายเป็นว่ามีบทความเกี่ยวกับกันส์แอนด์โรเซสมากกว่า 30 เรื่อง ซึ่งบางเรื่องมีเนื้อความทับซ้อนกับบทความอื่น บางเรื่องมีลำดับเวลาแย้งกัน กว่าจะสะสางเรื่องนี้ได้ทำเอาหงุดหงิดไปนานเหมือนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นปัญหาสำคัญ เพราะต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือตัวเองก็อ่านยาก และเป็นสรุปย่อจากแหล่งที่มากระจัดกระจาย ข้อมูลที่ใช้ในการเขียนครั้งนี้มาจากหนังสือหลายเล่ม นิตยสารหลายฉบับ เว็บไซต์หลายแห่ง ต่างกรรมต่างวาระ บทสัมภาษณ์ของคนที่เกี่ยวข้องมีความขัดแย้งในเรื่องช่วงเวลาบ้าง เรื่องเหตุการณ์บางอย่างบ้าง แม้แต่คนเดียวให้สัมภาษณ์ในเวลาต่างกันมีเนื้อหาต่างกันก็มี

การเรียบเรียงเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุดที่จะสอบทาน หาแหล่งอ้างอิงอื่นยืนยันเพื่อเลือกว่าจะเชื่อข้อมูลไหน ซึ่งก็ไม่อาจรับรองว่าการเลือกเชื่อข้อมูลในครั้งนี้จะถูกต้องทั้งหมด นอกจากนี้จะพยายามคัดกรองเอาสิ่งต่าง ๆ ที่ดูแล้วเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่น่าจะเป็นความจริงออกไป (แต่เรื่องเหล่านี้มักจะสนุกเพราะเป็นพฤติกรรมของร็อกสตาร์ขาดสติ) แต่หลัก ๆ จะอาศัยตรวจทานกับหนังสืออัตชีวประวัติของสมาชิกวงเอง คือสแลช ดัฟฟ์ และ สตีเวน แอดเลอร์ เป็นตัวเช็คความถูกต้องของข้อมูล โดยตั้งมั่นไว้ว่าเรื่องราวจากตัวพวกเขาเองน่าจะเชื่อถือได้มากที่สุดแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องตั้งสติไว้ให้มั่นว่าถ้าเจ้าตัวเขียนเอง เหตุการณ์อะไรหลายอย่างก็ต้องเขียนเข้าข้างตัวเอง หรือตัวเองเป็นฝ่ายถูก (หรือถ้าผิดก็จะผิดแบบเท่ ๆ ตามวิถีร็อกแอนด์โรล) แต่ก็มีหลายเรื่องที่หนังสือของสามคนนี้ขัดแย้งกันเอง อาจจะเป็นเพราะจำรายละเอียดคลาดเคลื่อนเพราะเวลาผ่านมานาน หรือจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสลับกัน ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องหาแหล่งข้อมูลอื่น เช่น ข่าวเก่าในสมัยนั้นจากนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ เป็นตัวเปรียบเทียบลำดับเวลา

ปัญหาบางอย่างที่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่อง ก็เป็นเรื่อง อย่างเช่นชื่อวง Iron Maiden ควรทับศัพท์เป็นภาษาไทยอย่างไร? ไอออนเมเดน ไอออนเมดเดน ไอเอิร์นเมดเดน แต่คงไม่ใช่ไอรอน… Def Leppard จะสะกด เดฟเลปพาร์ด เดฟเลพพาร์ด เดฟเลพเพิร์ด จะทับศัพท์อย่างไร เอาตามเสียง? ตามตัวอักษร? หรืออย่างไร

เคยบ่นเรื่องนี้ในเพจ fridayiaminrock บางคนก็แนะนำว่าควรใช้ภาษาอังกฤษไปเลย ซึ่งจะว่าไปก็ดีในแง่ถ้าเขียนบล็อกในอินเตอร์เน็ตมันจะช่วยเรื่องการค้นหาได้ง่ายขึ้นมาก แต่เวลาเขียนจริง ๆ ชอบเขียนภาษาไทยมากกว่า คือเป็นคนสูงวัยที่เคยลงเรียนเกี่ยวกับการแปลมาบ้าง ครูท่านก็สอนว่าการถ่ายภาษาจากต้นทางมาปลายทางต้องถ่ายมาให้หมดทั้งประโยคและความหมาย ต้องคิดไว้ก่อนว่าคนที่กำลังอ่านรู้ภาษาไทยเพียงภาษาเดียว ก็เลยพยายามไม่เขียนไทยสลับอังกฤษโดยไม่จำเป็น เพราะหลัง ๆ มานี่อ่านหนังสือแล้วเจอภาษาไทยคำอังกฤษคำเมื่อไหร่มักรู้สึกสะดุดตาอ่านไม่รื่นรมย์เอาเสียเลย ถ้าจะมองแค่ภาษาเป็นตัวกลางสื่อความเข้าใจจะใช้ไทยคำอังกฤษคำก็ไม่แปลกนะ อันนี้ไม่ได้ต่อต้านอะไร

บางทีก็พยายามหาคำไทยมาใช้ เช่น โปรดิวเซอร์ พยายามใช้ ผู้ดูแลการผลิต หรือผู้ควบคุมการผลิต? แล้วก็ไปติดว่า มิกซ์เซอร์นี่ควรเป็นอะไร? นักผสมเสียง? มันก็แปลกพิกล แล้ว โรดดี หรือ โรดครูว์ จะใช้ว่าอะไรดี เด็กขนของ? โรดดีก็เป็นมากกว่าเด็กยกของเพราะต้องดูแลเวที เครื่องมืออุปกรณ์ หรือจะเรียกว่าลูกทัวร์? ก็แปลก ๆ เร็กคอร์ดคัมปานี เร็กเคิดส์คัมปะนี  พวกนี้ควรใช้ภาษาไทยว่าอะไร บริษัทแผ่นเสียง? บริษัทต้นสังกัด? ค่าย? ตอนแรกใช้ค่าย เพราะทั่วไปก็ใช้ค่ายแกรมมี ค่ายอาร์เอสอะไรกันอยู่ แต่พอเปิดพจนานุกรมหาความหมายคำว่า “ค่าย” แล้วคิดว่าไม่เหมาะจะใช้คำว่าค่าย เลยต้องเปิดที่เขียนไปแล้วแก้ใหม่ทั้งหมด ขอบคุณเวิร์ดที่มี “ค้นหาและแทนที่” ท่านผู้อ่านคงต้องหงุดหงิดที่เห็นคำว่า ผู้ควบคุมการผลิต แทนที่จะเป็น โปรดิวเซอร์ หรือ คนผสมเสียง แทนที่จะเป็นมิกเซอร์ เออ แต่พอเห็นมิกเซอร์ที่ไรนึกถึงเครื่องประกอบสุราเมรัยเสียทุกครั้ง บางคำก็นึกคำไทยไม่ออก เช่น สแวกเกอร์ (swagger) ความหมายมันคือความภาคภูมิใจจนหลงตัวเองถึงขั้นหยิ่งทะนงจนแสดงออกมา ซึ่งหลายครั้งที่คำนี้ใช้ในความหมายว่ามั่นใจหรือภาคภูมิใจในตัวเองจนเกินความสามารถจริง  ซึ่งคำไทยที่ใกล้เคียงก็มีหลายคำ เช่น ผยอง กร่าง พอเปิดพจนานุกรมก็เจอหลายคำที่หลงลืมไปแล้วอย่าง วางข้อ คุยโต วางโต เต๊ะท่า แค่เรื่องง่าย ๆ แบบนี้ก็ทำให้เสียเวลาไปหลายนาทีอยู่

บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่ทับศัพท์ไปเลย โปรดิวเซอร์ มิกเซอร์ เขียนไปใครก็เข้าใจ อันนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นสันดานส่วนบุคคล บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เรื่องพวกนี้ก็มีส่วนที่ทำให้เขียนอะไรล่าช้ากว่าจะเป็นอย่างที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ต้องรวบรวมพลังและความตั้งใจมากกว่าปรกติ

การถอดคำพูดในเล่มนี้อาจจะทำให้แฟนเพลงกันส์แอนด์โรเซสรู้สึกแปลก ๆ เช่น ใช้คำแทนตัวว่า “ผม – คุณ” ซึ่งโดยหลักความจริง คนแบบแอ็กเซิล สแลช อิซซี ดัฟฟ์ สตีเวน และผองเพื่อนคนอื่น คงใช้คำว่า กู มึง เป็นหลัก พิจารณาจากคำแวดล้อมที่สบถ ฟักแฟงแตงโมไชโยโห่ฮิ้วกันแทบคำเว้นคำ แต่เนื่องจากเป็นคนสุภาพเรียบร้อยจนถึงขั้นเสแสร้ง อยากจะเขียนทุกอย่างให้สุภาพ ไม่อยากให้หลุดคำไม่งามตาเช่น กู มึง เย็ดแม่ พ่องตาย อะไรแบบนี้ให้รกตาขณะเขียน รวมถึงคำย่อคำสแลง ก็พยายามเขียนถึงในประโยคที่ใช้เป็นทางการแทน คงทำให้ผู้อ่านที่คุ้นเคยกันส์แอนด์โรเซสเสียอรรถรสไปบ้าง ก็ขออภัย

ทั้งหมดนื้คือความตั้งใจ คิดแล้วคิดอีกว่าจะเขียนอย่างไรดี ซึ่งที่เลือกทำคงไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด อ่านแล้วคิดเห็นประการใด โปรดแสดงให้รับทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ต้องชื่นชมก็ได้เพราะชื่นชมตัวเองมากมายมหาศาลเกินกว่าคนทั้งโลกจะเข้าใจอยู่แล้ว

0 Comments

ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.