VAI: Sex & Religion


Sex & Religion เป็นตัวอย่างที่ดีว่า บางที นักดนตรีฝีมือดีมารวมตัวกันก็ใช่ว่าจะได้ผลงานดีดีออกมา

ลองนั่นพิจารณาอัลบั้มต่าง ๆ แล้วรู้สึกว่า การที่อัลบั้มหนึ่งจะมีส่วนผสมลงตัวแล้วประสบความสำเร็จนี่ยากเหมือนกัน บางมีมีส่วนผสมดี ๆ ก็ใช่ว่าจะออกมาดี อย่างบรรดาวงซูเปอร์กรุ๊ปต่าง ๆ ที่ปัจจุบันดูด้อยค่าในความหมายไปเกือบหมดแล้ว

นึกถึง Whitesnake ทำอัลบั้ม Whitesnake (1987) ออกมาแล้วประสบความสำเร็จเกินความคาดหวัง แต่พอเปลี่ยนสมาชิก มาทำอัลบั้ม Slip of the Tongue กลับออกมาแป้กตามสมควร ทั้งที่สมาชิกในยุคนั้นถือเป็นซูเปอร์กรุ๊ปของฮาร์ดร็อก/เมทัลในตอนนั้น – เดวิด คัฟเวอร์เดล รูบี ซาร์โซ เอเดียน แวนเดนเบิร์ก ทอมมี อัลดริดจ์ และ สตีฟ วาย

แล้วก็นึกได้ว่า สตีฟ วาย นี่ก็เคยทำงานที่น่าผิดหวังมากชุดหนึ่ง (แต่พอเวลาผ่านไปก็กลับมาฟังได้เรื่อย ๆ นะ แม้ว่าจะไม่ได้ชอบอะไรมาก จะว่าไปแล้ว ที่ฟังก็เพราะเดวินเป็นนักร้องนำมากกว่า)

ช่วงปลายทศวรรษ 80 มีมือกีตาร์ฝีมือระดับเทพออกผลงานมากมาย สตีฟ วาย คือมือกีตาร์ที่โดดเด่นมากคนหนึ่งในยุคนั้น คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักเขาสมัยเล่นกีตาร์ข้างกาย เดวิด ลี ร็อธ ใน Eat ‘Em and Smile (1986) และ Skyscraper (1988) จากนั้นก็ไปร่วมงานกับ Whitesnake ในอัลบั้ม Slip of the Tongue (1989) และมีผลงานเดี่ยวชิ้นสำคัญคือ Passion and Warfare (1990)

อาจจะกล่าวได้ว่า ในเวลานั้น สตีฟเป็นมือกีตาร์ที่คนฟังเพลงฮาร์ดร็อกและเมทัลต้องรู้จัก

หลังจาก สตีฟ วาย ออกจาก Whitesnake เขาได้ทำโปรเจ็กต์ชื่อ วาย (VAI) ออกมา เป็นผลงานที่แฟนเพลงคาดหวังมากว่าจะได้ฟังอะไรเด็ด ๆ เพราะมือเบสคือ ที เอ็ม สตีเวนส์ (T.M. Stevens) คนนี้คือมือเบสที่เคยเคียงข้าง เจมส์ บราวน์ มาก่อน (เคยฟังเขาเล่นครั้งแรก ตอนที่เล่นเบสให้วง The Pretenders ที่เข้ามาเป็นมือเบสในห้องบันทึกเสียงและออกทัวร์กับวงด้วย) ส่วนมือกลองชื่อ เทอรี บอสซิโอ (Terry Bozzio) คนนี้ใครที่ฟัง ร็อก แจ๊ส โปรเกรซซีฟร็อก ต้องรู้จักทั้งนั้น

 ส่วนนักร้องนำชื่อ เดวิน ทาวน์เซนด์ (Devin Townsend) เป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ช่างมันเถอะ ชื่อ สตีฟ ทีเอ็ม และ เทอรี มันขายได้แน่นอน!

แต่เมื่อผลงานออกมากลับทำให้ทุกฝ่าย…แม้แต่ตัวสตีฟเอง…ผิดหวัง

ยังจำความรู้สึกตัวเองตอนได้ดูวิดีโอเพลงของพวกเขาครั้งแรก ยังงงอยู่เลยว่า เฮ้ย สตีฟไปเอาคนโรคจิตวิปเลี้ยวคนนี้มาจากไหน? แต่มันก็เข้ากับเพลงในอัลบั้มนี้เป็นเนื้อเดียวกัน (ภาพในปกเทปจะไม่ค่อยสื่อตัวตนของเดวินเท่าไหร่ พอเป็นภาพเคลื่อนไหวออกจะแสดงตัวตนได้มากอยู่)

ตอนที่ฟังอัลบั้มนี้ครั้งแรกออกจะงงเล็กน้อย มันฉีกแนวที่เคยรู้จักสตีฟมาก่อน ความสามารถของนักดนตรีแต่ละคนโดดเด่นเป็นเอกอยู่แล้ว เสียงร้องของเดวินก็โหดห้าวได้ใจ การกรีดร้องของเขาโดดเด่นมากไม่แพ้เครื่องดนตรีอื่นในวง ทั้งที่เขาแทบจะไม่เป็นที่รู้จักในเวลานั้น

วันที่ได้เห็นวิดีโอที่มีเดวินร้องนำในวง ได้แต่คิด เอ๊ะนี่อะไร ดูเหมือนคนโรคจิตบ้า ๆ

ตอนที่ฟังอัลบั้มนี้ครั้งแรก ออกจะผิดหวังอยู่ ว่าแต่เราคาดหวังอะไรจากสตีฟ? การที่เรารู้จักเขาจากผลงานของ เดวิด ลี ร็อธ ไวต์สเน็ก อาจจะมองเขาไปทางแฮร์แบนด์ ซึ่งผิดทางไปหรือเปล่า? การเห็นชื่อผู้ร่วมงาน ทำให้เกิดความคาดหวังว่าตัวเทพทั้งหลายมาสถิตในอัลบั้มนี้แล้ว

ผ่านมาสามทศวรรษ ก็ยังฟังอัลบั้มนี้อยู่ประปราย ถ้านับเฉพาะผลงานเดี่ยวของสตีฟ นี่อาจจะเป็นอัลบั้มที่ฟังบ่อยที่สุดเป็นลำดับที่ 2 รองจาก Passion and Warfare

กำลังคิดว่า ถ้าเดวินได้เขียนเนื้อร้องและมีส่วนร่วมสร้างสรรค์มากกว่านี้ (โดยอ้างอิงจากผลงานในนาม Stabling Young Lad) มันจะเป็นอย่างไร? เพราะแค่เพลง “พิก” มันอาจจะดูเอะอะโครมครามมากไปหน่อยสำหรับแฟนเพลงสตีฟที่ตามมาจากงานของ เดวิด ลี ร็อธ หรือ ไวต์สเน็ก แต่กับคนที่คุ้นเคยกับอินดัสเทรียลน่าจะชอบกัน

เสียงกีตาร์ของสตีฟยังคงไว้ใจได้เสมอ เปิดอัลบั้มด้วย “An Earth Dweller’s Return” เพลงบัลเลงสไตล์สตีฟนั่นแหละ เป็นการเกริ่นนำอัลบั้มให้เราเตรียมตัวเตรียมใจ ท่ามกลางท่วงทำนองของกีตาร์ มีสำเนียงอินดัสเทรียลแทรกอยู่ แล้วก็เข้าสู่เพลง “Here and Now” ที่ยังพอมีอะไรให้รำลึกถึงบรรยากาศยุคที่สตีฟอยู่กับ เดวิด ลี ร็อธ อยู่บ้าง แล้วก็ค่อย ๆ คลี่คลายไปสู่ดนตรีที่เป็น “วาย” ซึ่งจะว่าไปก็แปลก ๆ เมื่อเทียบกับดนตรีของ สตีฟ วาย ในอดีตที่เคยผ่านมา

อะไรที่ว่าแปลก? ถ้าฟังท่วงทำนองในเพลงบรรเลง “State of Grace”, “Touching Tongues” พวกนี้คือสิ่งที่เป็นตัวตนของสตีฟแน่นอน แต่มีอะไรเปลี่ยนไปในหลายเพลง โดยเฉพาะเรื่องจังหวะ บีต หลายเพลงนึกถึง Extreme ชุดแรกผสมกับแธรชเมทัล “Deep Down in the Pain” อาจจะเป็นเพลงที่ดีที่สุด

ความแรงของเพลงในอัลบั้มนี้กระแทกกระทั้นหัวใจ อาจจะบอกได้ว่านี่เป็นอัลบั้มที่ต้องใช้เวลาในการฟังพอสมควร จำไม่ได้ว่ากว่าจะชอบอัลบั้มนี้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แต่คงไม่ใช่ช่วงแรก ๆ ที่ได้ฟังผลงานชุดนี้ เพราะตอนนั้นออกจะงงกับทิศทางของพวกเขาอยู่

เดวิน ทาวน์เชนด์ ให้สัมภาษณ์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาว่า การทำงานร่วมกับ สตีฟ วาย เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก แต่ว่า …สิ่งแย่ ๆ ที่ไม่ได้มาจากตัวสตีฟ แต่เป็นเรื่องของธุรกิจรอบตัวมันแย่มาก ทำให้เขาไม่ค่อยอยาก ฟังเพลงในอัลบั้มนี้สักเท่าไหร่ เพราะมันขุดความทรงจำในช่วงเวลานั้นขึ้นมา

ในถ้อยคำของ สตีฟ วาย (ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของเขาเอง Vai.com) บอกเล่าว่า

“หลังจาก Passion and Warfare ประสบความสำเร็จ ก็มีแรงกดดันให้ทำอัลบั้มเมนสตรีมตามออกมาอีก แต่แทนที่จะออกทัวร์สนับสนุน Passion and Warfare และปรับตัวเรียนรู้กับคนดูคอนเสิร์ตสำหรับปูทางต่อไปในอนาคต พวกเขากลับทำอัลบั้มใหม่กัน ตอนนั้นผมมีเด็กที่กำลังโต และใช้เวลาทำงาน 18 เดือนเต็ม 15 ชั่วโมงต่อวันเพื่อทำอัลบั้มนี้ วงแตกหลังจากที่อัลบั้มออกมาไม่นาน”

กลายเป็นว่า อัลบั้มที่ตั้งความหวังว่ามันจะเป็นสิ่งสำคัญกลายเป็นอัลบั้มที่ทำออกมายากมาก จากแนวคิดเดิมที่จะทำวงดนตรีที่รวมเหล่านักดนตรีฝีมือพระกาฬ ซึ่งในแง่ทฤษฎีแล้วมันไปได้สวย แต่ทางปฏิบัติแล้วมันออกมาแย่มาก ผมคาดหวังว่าทุกคนในวงจะมีส่วนร่วมในการแสดงฝีมือและความคิดของตัวเองออกมาเต็มที่ภายใต้การกำหนดทิศทางโดยตัวผม พวกเขามีทักษะและความเชี่ยวชาญในดนตรีที่พวกเขาอยากเล่น แต่ว่าทุกอย่างพังไปหมด

ผมไม่พร้อมจะทำวงดนตรี ปกติแล้ววงดนตรีมารวมตัวกันโดยคนที่อยากจะแสดงความสามารถส่วนบุคคลเพื่อแลกเปลี่ยนและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน พวกเขา เทอรี บอซซิโอ ที เอ็ม สตีเวนส์ และ เดวิน ทาวเชนด์ การทำวงต้องการความร่วมมือและยอมรับซึ่งกันและกันจากทุกคนโดยปราศจากเงื่อนไข แต่ผมไม่พร้อมที่จะทำแบบนั้น ซึ่งไม่เป็นธรรมกับสมาชิกวงคนอื่นเลย ผมต้องการนำดนตรีไปในทิศทางที่ผมอยากจะทำเท่านั้น”

น่าเสียดาย แต่อย่างน้อย อัลบั้ม Sex & Religion ก็ทำให้โลกได้รู้จักกับ เดวิน ทาวเชนด์ ถ้าอัลบั้มนี้ประสบความสำเร็จจะเป็นอย่างไร?

เกร็ด

อัลบั้มขึ้นถึงอันดับ 48 ในบิลบอร์ด 200หน้าปกอัลบั้มนี้ สร้างสรรค์โดยต้องการสื่อถึงนักบุญเซบาสเตียน ท่านเป็นนักบุญมรณสักขีในศาสนาคริสต์ (เชื่อว่า) มีชีวิตอยู่ในสมัยจักรพรรดิไดโอคลีเชียนแห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งเดิมเคยเป็นถึงราชองครักษ์ของจักรพรรดิ แต่เมื่อหันมานับถือคริสต์ หรือ แสดงตัวว่าช่วยเหลือและชักชวนให้คนนับถือคริสต์ จึงโดนจักรพรรดิสั่งประหารเพราะเกรงว่าจะมีการทรยศเกิดขึ้น โดยเอาตัวท่านไปมัดติดต้นไม้และใช้ธนูยิง แต่ท่านไม่ตาย รูปปั้นหรือรูปเขียนของนักบุญเซบาสเตียนจึงมักจะเป็นรูปคนถูกมัดกับต้นไม้โดนลูกศรปักอยู่

หมายเหตุ เนื้อหาตอนนี้ เรียบเรียงจาก Podcast ตอนนี้จ้ะ

Blaze Bayley Friday I'm in Rock

Blaze Bayley อดีตนักร้องนำวง Wolfsbane แทบจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แม้จะเคยออกอัลบั้มมาแล้วแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักจนถึงขั้นโดนบริษัทต้นสังกัดลอยแพ แต่แล้ว Blaze ก็มีบุญพอจะแสดงศักยภาพในฐานะนักร้องนำของปิศาจเหล็กกล้า Iron Maidain ทว่าปราศจากบารมีที่จะฉายแสงให้สดใส
  1. Blaze Bayley
  2. EP6: The Dirt
  3. EP 5 การแสดงทางศิลปะของ Public Image LTD ที่จบลงด้วยการจลาจล
  4. EP4: Robert Johnson มือกีตาร์ที่สร้างตำนานการขายวิญญาณให้ปิศาจ
  5. EP3: David Coverdale, John Sykes และอัลบั้ม Whitesnake 1987

ให้ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.