Foreigner: I Want To Know What Love Is

ขึ้นอันดับหนึ่งในสหราชอาณาจักรเดือนมกราคม ค.ศ. 1985 แทนที่เพลง “ดูเดย์โนว์อิตส์คริสต์มาส” ของแบนด์เอด และขึ้นอันดับหนึ่งในบิลบอร์ดฮอต100 เดือนกุมภาพันธ์ในเดือนถัดมา แทนที่ “ไลก์อะเวอจิน” ของมาดอนนา

โฆษณา

All the Young Dudes

มอตต์เดอะฮูเพิลปล่อยซิงเกิลนี้ออกมาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1972 และขึ้นถึงอันดับ 3 ในอังกฤษ และมอตต์เดอะฮูเพิลก็ไม่ต้องยุบวงไปเพราะกลายเป็นวงดังนั้นแต่นั้นมา

The Doors: Touch Me

พอล แฮริส เป็นคนเรียบเรียงเสียงเครื่องเป่าและเครื่องสายใส่ในบทเพลงของพวกเขาแล้วเอาไปให้สมาชิกวงฟัง ร็อบบีผู้แต่งเพลงรู้สึกว่ามันดีขึ้นจริง ทำให้เพลง “ทัชมี” ของเขามีสีสันกว่าเดิมมาก แต่ในแผ่นที่จะออกมาในวาระครบ 50 ปี ร็อบบีบันทึกเสียงกีตาร์โซโลขึ้นมาใหม่

The Beatles: Help! (Song)

็เฮลป์" เป็นเพลงที่เขียนตามสั่งก็จริง แต่มันก็เป็นสิ่งที่ออกมาจากความรู้สึกของจอห์น เลนนอนในขณะนั้นด้วยเช่นกัน

Scott McKenzie: San Francisco (Be Sure to Wear Flowers in Your Hair)

“ซานฟรานซิสโก (บีชัวร์ทูแวร์ฟลาวเวอร์อินยัวร์แฮร์)” อาจจะเป็นเพลงที่เหล่าบุปผาชนกราดเกรี้ยวไม่ชอบใจอย่างใน “ใต้ถุนป่าคอนกรีต” ว่าเอาไว้ แต่มันก็คงเป็นหลักปักเขตอย่างหนึ่งว่ากระแสบุปผาชนและฤดูร้อนแห่งความรักกำลังกลายเป็นปรากฎการณ์หนึ่งในสังคมสหรัฐขณะนั้น

John Lennon: How Do You Sleep?

“ฮาว ดู ยู สลีป?” อยู่ในอัลบั้ม อิเมจิน น่าจะเป็นตัวบอกว่ามนุษย์ยังมีรักโลภโกรธหลง ต่อให้เรียกร้องสันติภาพการอยู่อย่างสันติไม่มีสงครามอะไรไปมันก็เท่านั้น เพราะขนาดตัวคนเขียนเพลงเรียกร้องสันติภาพยังไม่อาจสร้างสันติภาพกับอดีตเพื่อนร่วมวงตัวเองได้เลย

Blue Öyster Cult: (Don’t Fear) The Reaper

มีคนเอาไปทำใหม่หลายวง ที่ชอบก็มีเวอร์ชันของกัส แบล็ก ฮิม และบิวตีฟูลเซาธ์ ส่วนเวอร์ชันอื่น เช่นของเฮฟเวนเซเวนทีนนี่ออกจะเฉย ๆ ที่ไม่ค่อยชอบก็เวอร์ชันของกูกูดอลล์นี่ล่ะ

ถ้าข้าพเจ้าเสียชีวิตไป ก็อยากให้เปิดเพลงนี้ต่อด้วย “ว็อตอะวันเดอะฟูลเวิร์ล” ของหลุยส์ อาร์มสตรอง นะ

Tom Petty: American Girl

“อเมริกันเกิร์ล” เป็นเพลงสุดท้ายของอัลบั้มแรก ทอม เพตตี แอนด์เดอะฮาร์ตเบรกเกอร์ ที่ออกมาเมื่อปีค.ศ. 1976 ออกเป็นซิงเกิลไม่ประสบความสำเร็จในอเมริกาแต่ไปขึ้นท็อป 40 ที่สหราชอาณาจักร และกลับมาเป็นเพลงคุ้นหูคนทั่วไปเพราะภาพยนตร์ ไซเลนซ์ออฟเดอะแลมปส์ เมื่อปีค.ศ. 1991