ข้ามไปยังเนื้อหา

หมวดหมู่: Musicology

เกี่ยวกับทฤษฎีดนตรี

Tapping

เพลงที่สร้างชื่อเสียงให้กับเอ็ดดี แวน เฮเลน ก็คือ “อีรัปชัน” ความจริงท่อนโซโล่นี้ได้รับอิทธิพลจากเพลง “เล็ตมีสะวิม” ของวงแค็คตัส (Cactus) กับ อีจูดหมายเลข 2 ของ ดอล์ฟ ครุยท์เซ (Rodolphe Kreutzer) ก่อนจะอิมโพรไวส์ไหลลื่นด้วยเทคนิคแท็ปปิง

Riff Like Dragonforce

และอีกจุดหนึ่งที่ขึ้นหน้าขึ้นตาดรากอนฟอร์ซก็คือการเขียนแนวประสานระหว่างกีตาร์ 2 ตัว ลองดู Figure 05 เป็นการใช้แนวประสานโดยส่วนใหญ่จะเป็นเสียงคู่ประสานที่ให้เสียงกลมกลืนกันอย่างคู่ 3 คู่ 5

Riff like Sodom

สียงกีต้าร์ในอัลบั้มนี้ Agent Orange เป็นฝีมือของ แฟร้งค์ แบล็คไฟร์ ซึ่งตอนนี้กลับมาใช้ชื่อ แฟร้งค์ ก๊อซซิค หลังจากออกจากวง Sodom ก็ไปเล่นกับ Kreator อยู่ระยะหนึ่งก่อนจะลาออกไป ปัจจุบันน่าจะยังอยู่กับวง Mystic

Yngwie J Malmsteen Style

และจะว่าไปแล้ว ถึงจะเป็นตอนนี้ก็ตาม การเล่นของอิงเวยังคงมนต์ขลังอยู่ตลอด ถึงแม้ว่าจะมีคนกระแนะกระแหนเรื่องที่เขาเล่นสไตล์เดิมไม่มีอะไรแปลกใหม่ให้คาดเดาแล้วก็ตาม

เสียงแตกพร่า

ในดนตรีร็อกก่อนหน้านั้นมีเสียงแตกพร่าเล็ก ๆ เกิดขึ้นบ้างเพียงแต่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจให้เกิดขึ้น การเล่นกีตาร์เสียงต่ำ แรง หมุนวอลลุ่มไปจนสุดทำให้เกิดเสียงแตกพร่าเกิดขึ้นได้

Fusion Jazz: Inside-outside

สิ่งที่จะได้เรียนรู้จากฟิวชันแจ๊สจะเป็นเรื่องของฮาร์โมนี่กับอิมโพร์ไวส์ โดยรวมยังคงมีลักษณะการวางโครงสร้างแบบแจ๊ส คือมี อินโทร เฮดอิน โซโล เฮดเอาท์ แต่เปิดกว้างสำหรับโครงสร้างแบบร็อกอย่างการเล่นริฟฟ์

Lesson from John Petrucci

อย่างเพลง “อ็อกตาวาเรียม” (Octavarium) นี่ละ เอาแค่ตอนที่จอน์แดนเล่นคอนตินุม คอร์ดอาจจะไม่แปลกเท่าไหร่ พวก Fsus2 Fm C#m G#m สลับกันไปมา

John Petrucci: Extended Major Voicings

เพียงแค่เรื่องคอร์ดอย่างเดียว ก็แสดงถึงลักษณะทางความคิดของจอห์นได้มากเอาการ นี่เป็นแค่ธุลีของการสร้างสรรค์จากสมองของจอห์น

Left Hand Legato

เทคนิคที่ใช้ในการเล่นเลกาโตคือแฮมเมอร์-ออน/พูล-ออฟ (hammer-on/pull-off คือการกด และปล่อยนิ้วไม่มีอะไรยาก เล่นให้สะอาดเป็นใช้ได้ ความหมายของเลกาโต (Legato) คือการเล่นที่ราบลื่น ดังนั้นห้วใจสำคัญของเทคนิคนี้คือต้องเล่นให้ราบลื่น

Steve Morse: The Rhythmic group

ปัจจุบันสตีฟเขียนบทเรียนให้กับนิตยสารกีตาร์เวิร์ลอยู่ ลองเปิดฉบับเก่าแล้วได้เห็นบทเรียนนี้ของเขาแล้วรู้สึกว่ามันมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการโซโลกีตาร์เพราะนี่คือพื้นฐานของการเล่นที่ต้องใช้แน่

Slayer: Solo

จะได้เห็นกันจะจะไปเลยว่าท่อนโซโล่ที่ดียังไงมันก็ยังมีแพ็ทเทิร์น และไม่ได้มั่วๆ ให้ออกมามีสำเนียงกัดหูโดยไม่มีที่มาที่ไป

Slayer

Slayer: Riff

เท่าที่ลองสังเหตุจะเห็นว่าการเล่นริฟฟ์มีลักษณะของดนตรีเมทัลยุค NWOBHM อยู่ค่อนข้างมาก นี่คือลักษณะของ old school คือจะไม่ค่อยเน้นที่ rest note จะมีการดำเนินริธึ่มที่ควบตะบึงไปข้างหน้า

Children of Bodom: Chokehold (Cocked ‘N’ Loaded)

เอาเทคนิคการเล่นมาดูโดยละเอียดแล้วจะเห็นว่าใช้เทคนิคพื้น ๆ ไม่ยาก แต่พอเอามารวมกันแล้วได้อารมณ์เมทัลเร้าใจมาก

Stone Temple Pilots: Down

เพลงของสโตนเทมเปิลไพล็อตส์อาจจะไม่ถึงกับเป็นตัวแทนของดนตรีอันเทอเนทีฟได้ชัดเจน แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวแทนของยุคสมัยได้ก็คือซาวนด์ของเพลงที่ย้อนกลับไปสู่งานเก่าที่พยายามหาทางออกให้ตัวเองสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา ซึ่งจะว่าไปซาวนด์มันก็เก่านั่นแหละ

The Edge

แนวทางการเล่นกีตาร์ของดิเอดจ์เริ่มจะเปลี่ยนแปลงและสำแดงความสามารถส่วนตัวให้เป็นที่ประจักษ์ในช่วงงานชุด โจชัวทรี (Joshua Tree) ที่เริ่มชัดเจนในวิธีการเล่นของเขามากขึ้นว่าอยู่ในสายมินิมอลลิสต์