Time in a Bottle

“Time in a Bottle” บทเพลงของ Jim Croce อยู่ในอัลบั้มแรก You Don’t Mess Around With Jim เมื่อปีค.ศ. 1972 แต่ตัดเป็นซิงเกิลในปีค.ศ. 1973 หลังจากเขาเสียชีวิต และขึ้นถึงอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา

ความเป็นมา

เมื่อผู้สัมภาษณ์ Gary James ถาม Ingrid ภรรยาของ Jim เกี่ยวกับต้นกำเนิดของ “Time in a Bottle” เธอให้คำตอบดังนี้

“หลังจากที่จิมกับฉันทำอัลบั้ม (น่าจะหมายถึงอัลบั้ม Jim & Ingrid Croce ปีค.ศ. 1969) และอัลบั้มนั้นล้มเหลว เราก็ย้ายไปที่เมืองเกษตรกรรมเล็กๆ ชื่อลินเดลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ฉันคิดว่ามีคนอาศัยอยู่ที่นั่นประมาณ 36 หรือ 38 คน จิมเริ่มขับรถบรรทุกและทำงานสอนนักเรียน ฉันทำเครื่องปั้นดินเผาและปลูกสวนของเราเอง นี่เป็นร้านอาหารของโครเซ่ร้านแรกในสมัยนั้น เพราะคนมาทานอาหารที่นี่ แล้ววันหนึ่งฉันก็ตัดสินใจว่ามันโง่มากที่จิมทำงาน 3 งานและไม่มีโอกาสทำดนตรีของเขาจริงๆ ฉันตัดสินใจว่าจะนำสูตรอาหารของฉันเข้าประกวด Pillsbury Bake Contest ฉันไม่ชนะ 

แต่เมื่อฉันบอกจิมในคืนนั้นว่าฉันไม่ใช่ผู้ชนะ แต่เรากำลังจะมีลูก ทัศนคติของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที เขามาจากภูมิหลังแบบคาทอลิกดั้งเดิมของชาวอิตาลี ครอบครัวของเขาทำงานหนักมากในการได้งานดี ๆ พวกงานประจำ ทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น มีเงินบำนาญ และทุกอย่าง เมื่อเขารู้ว่าเรากำลังจะมีลูก เขาก็ตระหนักว่าเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ คืนนั้นเขาเขียนเพลง ” Time in a Bottle”

ฉันเชื่อจริงๆ ว่ามันเกี่ยวกับความเป็นอมตะของชีวิต จริงอยู่ A.J. (ลูกชายของทั้งคู่) อาจเป็นจุดกำเนิดของเพลงนั้นและความสัมพันธ์ของเราด้วย ฉันคิดว่าจิมเป็นนักแต่งเพลงที่ผสมผสานมาก เมื่อเขาเขียนอะไรบางอย่าง มันมักจะไม่ใช่แค่เรื่องเดียวที่เกิดขึ้น มีคนมากมายและสถานการณ์หลากหลายที่นำมาสู่เพลงนั้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันคิดว่าดนตรีของเขามีความเป็นสากลมาก เขาไม่เพียงแค่มีประสบการณ์เกิดขึ้นกับเขาและพูดว่า “ฉันจะเขียนเพลงเกี่ยวกับเรื่องนี้” เขามองดูคนอื่นและพูดคุยกับคนอื่นมากมาย เขาเป็นสื่อกลางถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น”

อ้างอิงที่บทสัมภาษณ์นี้ http://www.classicbands.com/IngridCroceInterview.html

Jim Ingrid A.J Croce
จิม อินกริด และ เอเจ

Time In a Bottle

เพลงนี้รำพึงเรื่องการเปลี่ยนผ่านของกาลเวลาและความล้ำค่าของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ ความปรารถนาที่จะดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันเป็นที่รักและและดูแลไม่ให้ช่วงเวลาเหล่านั้นหายไป ผ่านคำอุปมาสำคัญของ “เวลาในขวด” เนื้อเพลงวาดภาพความทรงจำในวัยเด็กที่สดใส แบ่งปันเสียงหัวเราะ และความสุขที่เรียบง่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งหมดนี้แต่งแต้มด้วยความตระหนักรู้อันหวานอมขมกลืนถึงความไม่เที่ยงของสิ่งเหล่านั้น

ใส่สำนวนแปลของคุณ ประภัสสร เสวิกุล จากหนังสือ เวลาในขวดแก้ว

If I could save time in a bottle

The first thing that I’d like to do

Is to save every day till eternity passes away

Just to spend them with you

ถ้าฉันเก็บเวลาไว้ในขวดแก้วได้
สิ่งแรกที่ฉันจะทำ...
คือสะสมคืนวันที่ล่วงเลยมานิรันดร์
เพียงเพื่อมอบมันแก่เธอ

If I could make days last forever

If words could make wishes come true

I’d save every day like a treasure and then

Again, I would spend them with you

ถ้าฉันเก็บเวลาไว้ในขวดแก้วได้
สิ่งแรกที่ฉันจะทำ...
คือสะสมคืนวันที่ล่วงเลยมานิรันดร์
เพียงเพื่อมอบมันแก่เธอ

But there never seems to be enough time

To do the things you want to do, once you find them

I’ve looked around enough to know

That you’re the one I want to go through time with

แต่ดูราวกับจะไม่เคยมีเวลาเพียงพอ
ที่จะทำให้สิ่งที่ฉันต้องการ
หรือแม้แต่จะหาสิ่งนั้นให้พบ
ฉันวิงวอน เพียงเพื่อจะรู้ว่า
เธอเท่านั้น...
ที่ฉันต้องการก้าวผ่านกาลเวลาด้วย

If I had a box just for wishes

And dreams that had never come true

The box would be empty, except for the memory of how

They were answered by you

ถ้าฉันมีกล่องสักใบ
สำหรับใส่ความหวังและความฝัน
ที่ไม่เคยเป็นจริง
กล่องนั้นคงจะว่างเปล่า
หากเปี่ยมด้วยความทรงจำ
ที่เธอได้ตอบสนองต่อฉัน

สิ่งที่ Ingrid ให้สัมภาษณ์ไว้ข้างต้น น่าจะบ่งบอกความเป็นจิม โครเช และจินตนาการที่สื่อถึงบางสิ่งที่ลึกซึ้ง เป็นสากล และเป็นความจริงเกี่ยวกับการเป็นมนุษย์

FR!DAY ! AM !N ROCK ในวัยขนาดนี้ เริ่มรู้สึกว่าชีวิตนั้นสั้นเกินไป และ “เวลาเพียงพอ” สำหรับทำอะไรที่ชอบได้ทั้งหมด 

ชีวิตยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากทำ มีเป้าหมายมากมายที่อยากไปให้ถึง อยากดำเนินชีวิตตามความฝัน ทุกอย่างโดนจำกัดด้วยเรื่องของเวลาและอายุที่แสนสั้นของมนุษย์เมื่อเทียบกับความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่กว้างไกลในจินตนาการของปุถุชน

จึงอย่าได้แปลกใจที่ใครต่อใครจะสรรหายาอายุวัฒนะ บ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งความเยาว์วัยนิรันดร์กาล

“Time in a Bottle” ใช้คำอุปมาที่เรียบง่ายและชัดเจนเพื่อแสดงแนวคิดที่ว่าหากเราสามารถเก็บเวลาไว้ในขวดได้ วันหนึ่งอาจจะสะสมได้เพียงพอไปทำอะไรต่ออะไร แต่ใครจะสะสมเวลาเอาไว้ได้? นี่คือสิ่งที่เดินหน้าไปไม่มีวันย้อนกลับ ไม่อาจจับให้หยุดนิ่ง

เกร็ด

“Time in a Bottle” เป็นเพลงที่ 2 ของจิมที่ขึ้นถึงอันดับ 1 เพลงแรกก็คือ “Bad, Bad Leroy Brown” แต่ “Time in a Bottle” ขึ้นถึงอันดับ 1 หลังจากที่เขาเสียชีวิตเนื่องจากเครื่องบินตกแล้ว

จิมส่งจดหมายถึงอินกริดก่อนเสียชีวิต จดหมายมาถึงมืออินกริดหนึ่งสัปดาห์หลังเขาเสียชีวิต มีใจความว่าเขาตัดสินใจออกจากวงการดนตรีเพราะอยากใช้เวลากับอินกริดและเอเจ อ้างอิง https://www.kpcc.org/programs/take-two/2012/10/08/28748/new-book-looks-at-singer-songwriter-jim-croces-too/

Leave a Reply