ข้ามไปยังเนื้อหา

Posts tagged ‘Country Music’

Chris Gaines: The Greatest Hits

น่าเสียดายที่หลายเพลงในงานชุดนี้ปราศจากทิศทาง ดูมันผสมปนเปทั้งฟังค์อย่างพรินซ์และมีป็อปร็อกแบบไมเคิล โบลตันหรือบิลลี โจล ตอนทำอาจจะคิดว่าเป็นอัลบั้มรวมฮิต จึงต้องมีเพลงจากช่วงเวลาต่างกัน ดนตรีต่างกัน ถ้าอย่างนั้นจริง ซาวนด์ดนตรีโดยรวมน่าจะต่างกันด้วย แต่นี่ซาวนด์โดยรวมยังเหมือนเป็นอัลบั้มเดียวที่มีเพลงต่างสไตล์กันเฉย ๆ

อ่านเพิ่ม

Johnny Cash: The Outlaw Country

ในภาพยนตร์เรื่อง วอล์กเดอะไลน์ ได้แสดงชีวิตของจอห์นนี่ แคช ในฐานะของบุคคลที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี ความตกต่ำและความรุ่งโรจน์ แต่ถ้าพูดในแง่ความยิ่งใหญ่ทางด้านดนตรีจอห์นนี แคชยิ่งใหญ่กว่าที่เห็นในภาพยนตร์มาก เพราะสิ่งที่เขานำเสนอในเรื่องของดนตรีมันเป็นการฉีกไปจากสำเนียงแนชวิลล์ที่กลายเป็นกระแสหลักของดนตรีคันทรีมาตั้งแต่ทศวรรษห้าสิบ

คันทรีเป็นดนตรีพื้นบ้านของสหรัฐอเมริกา แต่ว่าเพิ่งจะเป็นรูปเป็นร่างเมื่อประมาณช่วงต้นทศวรรษ 1920 นี่เอง อย่างที่ทราบกันดีว่าคนอเมริกาคือคนที่อพยพย้ายถิ่นมาจากแถบยุโรป ดนตรีของอเมริกาก็คือดนตรีพื้นเมืองของคนยุโรปที่อพยพมา ไม่ว่าจะเป็นดนตรีของอังกฤษ ไอร์แลนด์ สก็อตแลนด์ เป็นต้น เครื่องดนตรีหลักก็จะมีกีตาร์ แบนโจ ฟิดเดิล แมนโดลิน และฮาร์โมนีกา พอมาผสมรวมกันจนเกิดเป็นดนตรีของตัวเองและแตกแขนงเป็นหลายสาย เช่น เวสเทิร์นสะวิง บลูกราส และ ฮ็องกีท็องก์เป็นต้น

ดนตรีคันทรีดั้งเดิมส่วนใหญ่จะยึดเอารูปแบบดนตรีสามคอร์ดง่าย ๆ จากการบุกเบิกโดยศิลปินอย่าง ไรลีย์ พัคเก็ตกับจิมมี ร็อดเจอร์ สองคนนี้ทำให้การเล่นกีตาร์แบบเดินเบสโน้ตผสมตีคอร์ดกลายมาเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของการเล่นกีตาร์แบบคันทรี (สำเนียงกีต้าร์ของจิมมี ร็อดเจอร์จะออกไปทางบลูส์มากอยู่เหมือนกัน)  นอกจากนี้ก็ยังมีเดอะคาร์เตอร์แฟมิลี ซึ่งมีมือกีตาร์สาว เมเบลลี คาร์เตอร์เป็นตัวชูโรง (เธอเป็นมารดาของจูล คาร์เตอร์ภรรยาของจอห์นนี แคช) ที่มีอิทธิพลต่อวงการดนตรีคันทรีไม่น้อย และเมเบลลียังเป็นคนแรก ๆ ที่ให้โอกาสกับเช็ท แอ็คกินส์ได้มีโอกาสแสดงฝีมือในแนชวิลล์

อีกสายหนึ่งที่สำคัญของดนตรีคันทรีก็คือดนตรีฮ็องกีท็องค์ ซึ่งมีแฮงค์ วิลเลียม ซีเนียร์บุกเบิกการเล่นแบบฮ็องกีท็องค์และมีอิทธิพลอย่างมากต่อศิลปินคันทรีรุ่นต่อมา

ถ้ารู้จักดนตรีคันทรีก็ต้องรู้จักแนชวิลล์ คนที่อ่านเรื่องราวของคันทรีแม้เพียงผ่าน ๆ น่าจะเคยเห็นคำว่าแนชวิลล์ผ่านหูผ่านตามาบ้าง เมืองแนชวิลล์ในเทนเนสซีกลายเป็นแหล่งรวมศิลปินคันทรีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 20 จนเปรียบเสมือนเป็นเมืองหลวงของดนตรีคันทรี และเมืองนี้ยังมีรายการวิทยุแกรนด์โอเลโอปรีย์ที่เผยแพร่ดนตรีคันทรีเป็นกิจจะลักษณะ ออกอากาศสัปดาห์ละหนึ่งครั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1925 และได้เปิดโอกาสให้นักดนตรีคันทรีได้ไปเล่นสดในรายการเป็นประจำ

หนึ่งในผู้บุกเบิกเสียงแบบแนชวิลล์ก็คือเช็ต แอ็ตกินส์ มือกีตาร์ฝีมือดีที่สร้างสรรค์ผลงานอยู่เบื้องหลังในฐานะโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินอีกมากมายหลายคน เขาเป็นคนปูทางให้เกิดแนชวิลล์ซาวนด์ขึ้นในช่วงประมาณกลางทศวรรษห้าสิบ

สิ่งที่ทำให้แนชวิลล์ซาวนด์ติดหูก็คือการผสมกลมกลืนไปกับดนตรีป็อป โดยโปรดิวเซอร์ฝีมือดีเช่น เช็ท แอ็ตกินส์ โอเวน แบรดลีย์ ได้สร้างสรรค์สำเนียงกึ่งป็อปฟังสบายให้กับดนตรีคันทรีแบบเดิม นักร้อง/นักดนตรีในสายนี้ที่น่าจะคุ้นชื่อกันก็มีเคนนี โรเจอร์และแม่สาวดอลลี พาร์ตัน เป็นต้น

แต่อีกสายหนึ่ง ที่ต่อมาเรียกว่าพวกเอาท์ลอว์ หรือพวกนอกคอก อย่างเช่นจอห์นนี แคชผู้ยิ่งใหญ่

ฟังดนตรีของจอห์นนี แคชในตอนนี้อาจไม่สำเหนียกถึงความยิ่งใหญ่ที่เขาได้ทำลงไป เพราะดนตรีที่เขาได้ทำได้สร้างอิทธิพลต่อนักดนตรีรุ่นน้อง (รวมไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน) จนกลายเป็นดนตรีคันทรีที่เราได้ยินกันทุกวันนี้  ถ้าจะฟังให้เห็นความแตกต่างต้องย้อนกลับไปถึงทศวรรษห้าสิบ ยุคเดียวกับเอลวิส เพรสลีย์ผู้ได้รับการกล่าวขานให้เป็นเดอะคิงและเป็นเวลาเดียวกับแนชวิลล์ซาวนด์ เริ่มเป็นที่นิยม

อาจจะเป็นไปได้ว่า เหตุที่เขาสร้างความแตกต่างเพราะว่าในสมัยนั้นเขาเป็นศิลปินสังกัดบริษัทซันเร็คคอร์ดของแซม ฟิลลิปส์ ซึ่งในขณะนั้นเอลวิส เพรสลีย์ยังออกแผ่นซิงเกิลกับซันเร็คคอร์ดอยู่ งานของซันเร็คคอร์ด  ผสมผสานดนตรีคันทรีกับริธึมแอนบลูส์ในอัตราส่วนพอเหมาะ จนกลายเป็นดนตรีร็อกอะบิลลี และเมื่อต้องเสียเอลวิส เพรสลีย์ให้บริษัทใหญ่ ทางซันเร็คคอร์ดก็ยังมีศิลปินอย่างเจอรี ลี ลิวอิสสานต่อแนวทางร็อกอะบิลลี

ช่วงที่เขามีสัญญาอยู่กับซันเร็คคอร์ด จอห์นนี แคชได้สั่งสมประสบการณ์เฉพาะตัวขึ้นมา เพราะแนวทางของจอห์นนี่ แคชในยุคนั้นผสมรวมคันทรีกับกอสเปลอยู่แล้ว ในตอนแรกที่เขามาออดิชันกับแซม ฟิลลิปเขานำเสนอบทเพลงแบบกอสเปล จนแซมขอร้องให้เขากลับไป และให้มาหาใหม่อีกครั้งในวันรุ่งขึ้นพร้อมกับเพลงที่ “ขายได้” (แน่นอนว่าจอห์นนีกลับไปออดิชันอีกครั้งและได้ทำสัญญากับซันเร็คคอร์ด)

ดนตรีกอสเปลนี่เป็นเหตุผลหนึ่งทำให้จอห์นนี แคชตัดสินใจออกจากบริษัทซันเร็คคอร์ด เพราะในขณะที่เขาต้องการนำเสนอดนตรีที่แตกต่างออกไป (อย่างกอสเปล) แต่แซม ฟิลลิปส์ไม่ยินยอมให้เขาทำดนตรีแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม ผลงานช่วงที่อยู่กับซันเร็คคอร์ดนี้เป็นการบุกเบิกดนตรีคันทรีในอีกสายทางหนึ่งของจอห์นนี่ แคชซึ่งทำให้เขาแตกต่างจากศิลปินอื่นที่เล่นคันทรีเพียงอย่างเดียว

จอห์นนี แคชจะเล่นดนตรีกับวงเดอะเทนเนสซีทู มีลูเธอร์ เพอร์กินส์ เป็นมือกีตาร์ กับมาร์แชล แกรนท์เป็นมือเบส ช่วงปีค.ศ. 1960 เปลี่ยนเป็นเดอะเทนเนสซีทรี เพิ่ม วิลเลียม เอส ฮอลแลนด์ มือกลองเข้ามาอีกคน

ดนตรีหลักของเขาจะเป็นคันทรีแต่จะเป็นส่วนผสมก้ำกึ่งระหว่างโฟล์คกับฮองกีท็องค์ จะว่าคล้าย ร็อกอะบิลลี่ก็คล้าย  และแน่นอนว่ามีอิทธิพลของดนตรีกอสเปลด้วยและด้วยความที่งานดนตรีของเขามีสีสันผิดแผกไป หลายคนจึงจัดกลุ่มให้จอห์นนี่เป็นพวกเอาท์ลอว์คันทรี หรือพวกคันทรี่นอกคอก

นอกจากจอห์นี แคชแล้ว ศิลปิลในกลุ่มเอาท์ลอว์คันทรีก็มีวิลลี เนลสัน, เวย์ลอน เจนนิ่งส์ เป็นต้น กลุ่มนี้ได้รับความนิยมในช่วงปลายทศวรรษหกสิบ ดนตรีออกมา “แรง” กว่าพวกแนชวิลล์ซาวนด์  แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าสายใดก็เป็นคันทรีเหมือนกัน(และในความเป็นจริง นักดนตรีที่โดนจัดอยู่ในกลุ่มเอาท์ลอว์เองก็พำนักอาศัยอยู่ในแนชวิลล์ และหลายคน เช่นเวย์ลอน เจนนิงส์เคยใช้บริการโปรดิวซ์จากเช็ท แอ็ตกินส์ มาแล้ว

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด (แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ฟังดนตรีคันทรีสม่ำเสมออาจจะนึกไม่ออก) ก็คือพวกแนชวิลล์ซาวน์ดจะดึงเอาดนตรีฮ็องกีท็องก์ให้ “เบา” ลง แต่พวกเอาท์ลอว์จะเล่นกันแบบดั้งเดิมเข้มข้น ภาพลักษณ์ของศิลปินกลุ่มเอาท์ลอว์มักจะติดพวกฮิปปี้ แต่ในเนื้อแท้ของดนตรีจะเล่นกันแบบคันทรีดั้งเดิมที่มีสำเนียงฮ็องกีท็องก์แทรกซึมอยู่ทุกอณู รวมทั้งไม่ยอมแตะต้องความป็อป (อย่างการใส่เสียงเครื่องสายที่พวกแนชวิลล์ซาวน์ดชอบใช้) แต่จุดสำคัญประการหนึ่งก็คือเรื่องของเนื้อหา การเขียนเนื้อเพลงที่ออกจะมัวหม่น ในแบบจอห์นนี แคชเป็นตัวอย่างอันดีของเนื้อหาสาระของกลุ่มเอาท์ลอว์คันทรี มีทั้งความสิ้นหวังและความหวัง มีเรื่องของการร่ำสุราเป็นปกติ ชีวิตประจำวันที่ทำงานหนักและเหน็ดเหนื่อย

จอห์นนี่ แคช คือผู้ที่เป็นไอคอนของเอาท์ลอว์คันทรี ด้วยการทำดนตรีและทัศนคติของเขาที่เคี่ยวกรำจากประสบการณ์ชีวิตตัวเองแล้วนำมันแสดงผ่านบทเพลงออกมาได้ทำให้เขายิ่งใหญ่ ส่งอิทธิพลทางความคิดไปสู่นักดนตรีคันทรีอีกมากมาย (รวมไปถึงนักดนตรีร็อก) ยิ่งในช่วงทศวรรษเก้าสิบ มีการเกิดใหม่ของดนตรีคันทรีที่เรียกว่าอัลเทอร์เนทีฟคันทรีก็เป็นดนตรีที่ได้รับอิทธิพลมาจากจอนห์นี แคชไม่น้อยเหมือนกัน

Johnny Tillotson

สำหรับจอห์นนี ทิลล็อตสัน เขายังคงมีความสุขกับการได้เล่นดนตรีเหมือนที่เขาทำมาเกินครึ่งศตวรรษ ทุกวันนี้เขากลายเป็นนักร้องคันทรีเต็มตัว หลายคนรู้จักเขาในฐานะดาราผู้มีโชว์ประจำในลาสเวกัส แต่สำหรับคนอายุรุ่นเดียวกับเขาจะจำเขาได้ในฐานะของทีนไอดอลที่เคยมีชื่อเสียงในช่วงต้นทศวรรษหกสิบ

อ่านเพิ่ม