Guns N’ Roses: Not in This Lifetime

ตั้งแต่ “อิตโซอีซี” มาจนถึงปิดท้าย “พาราไดซ์ซิตี” เป็นช่วงเวลาดีดีที่น่าจดจำว่าครั้งหนึ่งในชีวิตได้ดูกันส์แอนด์โรเซสเสียที

โฆษณา

การแสดงบนเวทีร่วมกันครั้งสุดท้ายของกันส์แอนด์โรเซสยุคคลาสสิคไลน์อัป

11 กรกฎาคมค.ศ. 1990 กันส์แอนด์โรเซส ออกแถลงการณ์สั้น ๆ ว่า สตีเวน แอดเลอร์โดนไล่ออก

อันเกี่ยวเนื่องถึงกันส์แอนด์โรเซสลำดับที่ 5 – คอนชักเกอร์

บันทึกเสียงไว้ตั้งแต่สมัยทำอัลบั้มจีเอ็นอาร์ไลย์ แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้เพลงนี้ต้องโดนตัดออกจากอัลบั้มไป

อันเกี่ยวเนื่องถึงกันส์แอนด์โรเซสลำดับที่ 1 – เพลงแครชไดเอ็ท

สำหรับเดโมต้นฉบับของกันส์แอนด์โรเซสมีหลุดออกมาเผยแพร่ทั่วไป ในเดโมนี้เสียงโซโลกีตาร์ไม่ใช่ฝีมือสแลช เข้าใจว่าน่าจะเป็นฝีมือของเวสท์

สิ่งที่เรามีในตอนนี้คือการสื่อสารที่ล้มเหลว

ที่แย่กว่านั้นคือความบาดหมางฝังลึกเสียจนทุกวันนี้เราสนใจเรื่อง “ใครพูด/เขียน” มากกว่าสนใจเนื้อหาสาระของคำพูด/บทความนั้น อคติบดบังหัวใจจนไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้นหากมาจากฝ่ายคนที่เราคิดว่าอยู่ตรงข้ามกัน

Guns N’ Roses: The Making of Appetite for Destruction

ทางวงซ้อมกับไมค์ คลิงค์อยู่หลายสัปดาห์ ก่อนจะเข้าห้องบันทึกเสียงรัมโบเร็คคอรดส์ (ของ เดอะกัปตันจากวงเดอะกัปตันแอนด์เทนนิล) ในเดือนมกราคมค.ศ. 1987 ใช้เวลาสองสัปดาห์ในการทำแทร็กทั่วไป จากนั้นไมค์จะมาคัดเลือกเอาแทร็กที่ชอบมาใช้

Guns N’ Roses: In The Begining

ดับเบิ้ลยู แอ็กเซิล โรสหรือก่อนหน้านั้นคนในลาฟาแยตต์รู้จักเขาในชื่อวิลเลียม บรู๊ซ ไบลีย์หรือ บิล ไบลี่ย์ไอ้เด็กเหลือขอที่ชอบก่อเรื่องที่มีจิตใจฝักใฝ่อยากเป็นร็อกสตาร์

Duff: Believe in Me

เป็นงานที่ฟังเพลิน สำหรับคนชอบความดิบแบบการาจและพังก์ร็อก ไม่เนี้ยบเป็นฮาร์ดร็อกเมนสตรีม ออกจะเป็นเพลงเล่นสนุก(แบบเอาจริง) ของดัฟฟ์ แม็คคาแกนมากกว่า