Mötley Crüe: The Dirt (Movie)

นี่คือหนังต้นทุนต่ำ...แถมการเขียนบทก็ไม่ค่อยดี เรื่องราวไม่ได้ปูเรื่องความขัดแย้งหรืออารมณ์ดรามามากนัก แตะประเด็นเพียงบางเบา แล้วกลับมาคืนดีแค่พูดคุยไม่กี่ประโยค แบบนี้มันก็ออกจะจบสวยเกินไป ทั้งที่มีอะไรมากไปกว่านั้นอีกมากมาย และที่สำคัญคือ เดอะเดิร์ต ยังไปไม่สุดขีดความเป็นมอตลีครูที่เรารู้จัก

โฆษณา

Hired Gun: นักดนตรีรับจ้างที่บางทีเรานึกชื่อไม่ออก!

อาชีพ “นักดนตรีรับจ้าง” ไม่มีการรับประกันความมั่นคงใดใดทั้งสิ้น! แถมด้วยต้องพัฒนาฝีมือให้เข้าตาคนตลอดเวลา แค่เล่นดียังไม่พอ ต้องเล่นให้ได้ระดับเยี่ยมยอดเลอเลิศ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีคนจ้าง การแข่งขันในวงการมันสูงตลอด

Legally Blonde Quote

ความชาญฉลาดของเอล (หรือของคนเขียนบท) การเปรียบเทียบตัวอย่างให้เห็นชัดเจนด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นใกล้ตัว เอามาเป็นตัวอย่างความสำคัญของการออกเสียง

เที่ยวดวงจันทร์ (ภาพยนตร์)

แต่จุดสำคัญอยู่ที่การเล่าเรื่องสนุกน่าติดตามน่าจะเป็นสิ่งเตือนใจคนทำภาพยนตร์ว่าสิ่งสำคัญคือการเล่าเรื่อง ไม่ใช่เทคนิค

Watchmen: Unforgettable

แปลกที่เนื้อเพลงกับฉากความรุนแรงที่ชวนให้สลดใจมันเข้ากันได้ดี ยิ่งพอดูมาจนจบแล้วในตอนนั้นเอ็ดเวิร์ด เบลครู้ตัวว่าคราวนี้คงไม่รอด

Saturday Night Fever

การเต้นรำในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการหลีกหนีจากโลกความจริงของโทนี่ ตัวเอกในเรื่อง แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นการดึงคนดูให้หลุดจากความเป็นจริงในขณะนั้นตามไปด้วย ...และบางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ แซตเทอเดย์ไนต์ฟีเวอร์ประสบความสำเร็จ

Watchmen: The Times They Are a-Changin’

ในวอตช์แมนเลือกที่จะใช้เพลงการเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ “เดอะไทม์สเดย์อาร์อะเชนจิง” (The Times They Are a-Changin') ในช่วงไตเติลที่แสดงความเปลี่ยนแปลงของเหล่าวีรบุรุษผู้อยู่ใต้หน้ากาก ชื่อเพลงก็บอกอยู่แล้วว่า เวลามันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ใครไปใครมาเป็นเรื่องปกติ และเพลงนี้เป็นเพลงประท้วงที่บ็อบพูดแทนหลายคนในชนชั้นล่างที่ไม่มีโอกาสจะได้พูด

1812 Overture

ในแวดวงร็อกโคซี พาวล์ มือกลองผู้ยิ่งใหญ่ก็เคยแสดงการโซโล่กลองระหว่างการแสดงสดสมัยเขาอยู่กับวงเรนโบว์ประมาณปี ค.ศ. 1977 ได้ตัดเอาส่วนไคลแม็กซ์ของ “1812 โอเวอเจอร์” มาบรรเลง โดยเขาหวดกลองแทนเสียงปืนใหญ่อย่างเมามันส์สะใจคนดู