ชะตากรรมก็เหมือนกับอีกหลายคณะที่มีชื่อเสียงเพียงแค่ชั่วเวลาสั้น ๆ แถมทัฟฟ์แทบไม่ได้รับการพูดถึงในแง่ดีเท่าไหร่ ซึ่งพวกเขาก็รู้ตัวดี ขนาดเคยทำอัลบั้มรวมเพลงใช้ชื่อ “ทศวรรษของการดูหมิ่น” – Decade of Disrespect ออกมาด้วย

โดยส่วนตัวชอบแกล็มเมทัลกับบรรดาแฮร์แบนด์ (บางทีก็เรียกรวม ๆ กันว่า แฮร์เมทัล) มากเป็นพิเศษ เหตุผลง่าย ๆ คือเป็นวัยรุ่นช่วงนั้นพอดี ดนตรีแกล็มเมทัล/แฮร์แบนด์เลยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเติบโตมาด้วยกัน ช่วงแฮร์เมทัลดับสลายร่วงโรยก็เป็นช่วงที่ต้องทำงานเลี้ยงชีวิต ความสนใจก็เทไปด้านอื่นที่ไม่ใช่ดนตรีเสียเยอะ แล้วก็เปิดรับเพลงแปลกใหม่ที่ไม่เคยฟังมาก่อนมากมาย ด้วยความที่ดนตรีมีหลายแนวหลากหลาย ยิ่งช่วงอัลเทอร์เนทีฟ กรันจ์ นูเมทัล เอาอะไรต่อมิอะไรมาผสมกันเยอะไปหมด พอมันเยอะมากไปก็เลยไม่ได้จดจ่ออยู่กับดนตรีแนวใดเป็นพิเศษ

ทุกวันนี้สลอจห์เตอร์ยังไม่แตกวงไปไหน ยังเห็นข่าวว่าออกทัวร์กันบ้าง ไปเล่นตามเทศกาลดนตรีอย่างเช่นร็อกคลาโฮมาบ้าง แต่ไม่มีทีท่าว่าจะทำอัลบั้มใหม่เสียที

ดูท่าอนาคตของไวต์ไลออนอาจจะไม่สดใสเสียแล้ว ผลของการโดนยกเลิกสัญญาทำให้เฟลิกซ์กับนิกกีตัดสินใจลาออกจากวง แต่ไม่นานเกร็ก ดิแอนเจโลกับเดฟ สปิตซ์ก็เข้ามาร่วมวง แต่เดฟอยู่ไม่นานก็ไปอยู่กับแบล็กซับบาท เจมส์ โลเมนโซก็เดินเข้ามาเป็นสมาชิก

White Lion - Pride

ไพร์ด (Pride) เป็นสุดยอดอัลบั้มจากยุคแฮร์แบนด์อีกชุดหนึ่ง เป็นอัลบั้มที่ทำให้หลงรักไวต์ไลออน และเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักพวกเขาจากเพลง “เวนเดอะชิลเดรนคราย” (When The Children Cry) เพลงบัลลาดสุดฮิตในอัลบั้มนี้เช่นกัน

กำเนิดจากความรู้สึกสามัญของมนุษย์
บางครั้งอ่อนพริ้วไหวราวกับสายลม
บางครั้งโหมซัดกระหน่ำเกรี้ยวกราดดุจพวยคลื่น
คนเราซ่อนอะไรไว้ในใจมากมายนัก
ดนตรีร็อกปลดปล่อยความอึดอัดมืดทึบนั้นได้
เชื่อหรือไม่?

น่าจะเป็นแฮร์เมทัลหน้าใหม่วงสุดท้ายที่กลายเป็นวงดังก่อนที่กรันจ์จะถล่มโลก อัลบั้มขายได้ถึงสองล้านแผ่น มีเพลงฮิตติดท็อป 40 สามเพลง

ธุรกิจดนตรีคาดหวังว่าร็อกซีบลูจะเป็นวงดัง ด้วยการผสมผสานระหว่างดนตรีแบบแวนเฮเลนยุคแรก กับบอนโจวี น่าเสียดายถ้ามองในแง่หนึ่งพวกเขายังไม่มีสไตล์ หรือไม่มีเวลาเพียงพอจะค้นหาสไตล์ของตัวเองก็ต้องเจอกระแสการเปลี่ยนแปลงพัดหายไปจากวงการดนตรี

ถ้าไม่นับว่าตอนนี้พวกเขาทำเพลงตกยุคไปแล้ว ก็ยังถือว่าวอแรนท์ทำงานออกมาได้น่าฟัง อาจจะไม่ถึงกับเลิศเลอจนประหลาดใจ