Bon Jovi

“รันอะเวย์” (Runaway) เป็นเพลงป็อปร็อกที่ทำให้วงบอนโจวีแจ้งเกิดขึ้นมาในโลกดนตรี! ไม่ใช่แค่เป็นเพลงที่ขึ้นท็อป 40 ในตารางบิลบอร์ดฮอต 100 เป็นเพลงแรกของบอนโจวี แต่เป็นเพลงที่ทำให้เกิดบอนโจวีเป็นรูปร่างขึ้นมา

Bon Jovi

เวลานี้เริ่มรู้สึกว่าบอง โจวี ฉลาดเลือกใช้อัลบั้มนี้ในการฉลองครบ 30 ปี เพราะถ้ามองกลับไปในวิถีของวงแล้ว อัลบั้มนี้คือช่วงที่พวกเขา “กำลังคึก” ถึงขีดสุด มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงและวางรากฐานอนาคตด้วยตัวเอง

Bon Jovi

ถึงแม้ว่าจะไม่มีริชี แซมโบรา วงบองโจวีก็ยังไปได้สวย การทัวร์ของพวกเขาประสบความสำเร็จเหมือนเคย รายได้หลังจากออกทัวร์ไป 6 เดือนรับไปแล้วมากกว่า 140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นรองเพียงบรูซ สปริงส์ทีนเท่านั้น และเหนือกว่าเดอะโรลลิงสโตนส์เสียอีก

Bon Jovi

จอน บองโจวี ทำสัญญากับเมอร์คิวรีเร็คคอร์ด และใช้ชื่อวงว่า บองโจวี Bongiovi ก่อนจะเปลี่ยนให้อ่านง่ายขึ้นเป็น Bon Jovi และถึงแม้จะเซ็นสัญญาในฐานะวงดนตรี

ตอนนั้นวงบองโจวีกำลังบันทึกเสียงอัลบั้ม 7800° ฟาเรนไฮต์ ในฟิลาเดเฟีย ช่วงกลางคืนเลิกบันทึกเสียงแล้วจอนได้มาดูการแสดงของซินเดอเรลลาในคลับท้องถิ่น

Bon Jovi

นอกจากข้อครหาเรื่องลอกเพลงจากโจล เอลลิสแล้ว ยังมีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องทำนองเพลงท่อนแรกรวมทั้งทางเดินคอร์ดมันช่างคล้ายคลึงกับเพลง “ดอนท์ เลท มี ดาวน์” ของ จอห์น เลนนอน

Bon Jovi

ก็อยากจะเข้าใจในพวกเขาว่าการเล่นเพลงซ้ำกันเป็นพันรอบก็คงจะน่าเบื่ออยู่ การเรียบเรียงเพลงใหม่เป็นการดีที่จะทบทวนอดีตอย่างมีพัฒนาการ แต่ถ้าเพลงเหล่านี้ไปเล่นแทรกอยู่ในคอนเสิร์ตของพวกเขาก็คงจะน่าสนใจมากกกว่านี้อีกเยอะ

ถ้าไม่นับเพลงที่คึกคัก สาม – สี่เพลง (“เอเวอรีเดย์”, “เลิฟ มี แบ็ก ทู ไลฟ์” และ “เบานซ์”) ก็คงต้องบอกว่าโดยรวมในงานชุดนี้ออกมานิ่งเกินเหตุ แม้แต่เพลงบัลลาดที่บองโจวีเคยทำได้ดีเสมอมา คราวนี้ “ยู แฮด มี ฟรอม เฮลโล” ก็ไม่ติดหูอย่างบอกไม่ถูก

จอน บอง โจวี่ ปลดพันธนาการในเรื่องความคาบเกี่ยวกับแกล็มเมทัลไปได้หมดสิ้นในงานชุดนี้ และเป็นงานสุดท้าย (นับจนถึงวันนี้) ที่ยังฟังอย่างชื่นชม…