Metallica: Hardwired… to Self-Destruct

จากสามแผ่น ชอบแผ่นแรก แผ่นสามซึ่งเป็นการแสดงสดก็พอฟังได้ แต่แผ่นสองที่สิ้นหวังกับชีวิตจริงจริง

โฆษณา

Metallica: Death Magnetic

งานนี้ถ้าออกมาต่อจากแอนด์จัสติซฟอร์ออลก็จะต่อได้เนียนสนิท แต่คงจะ “งั้นๆ” เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่แฟนเพลงคาดหวังไว้แล้วว่าจะได้ฟังงานในสไตล์นี้ ...แต่นี่มันออกหลังอัลบั้ม เซนต์แองเกอร์ ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครคิดว่าจะได้ฟัง เมทัลลิกา เล่นเพลงแบบนี้อีกแล้ว มันเลยโดดเด่นเป็นพิเศษ

Metallica: Chapter 7 – Don’t Tread on Me

แบล็กอัลบั้มขึ้นถึงอันดับ 1 ในบิลบอร์ดชาร์ตและทำยอดจำหน่ายได้มากกว่า 30 ล้านชุดทั่วโลกส่งผลให้เมทัลลิกากลายเป็นวงซูเปอร์สตาร์ แม้ว่าจะเสียแฟนเพลงเก่าบางส่วนไป แต่ก็ได้แฟนเพลงใหม่เข้ามามากมาย

Metallica: Chapter 6 – and Metallica for All

“ผมคิดว่าอัลบั้มนี้เขียนเนื้อเพลงได้เจ๋งมาก แต่ภาคการผลิตมันแย่มาก...” เจมส์ ให้สัมภาษณ์ในปี ค.ศ. 1992 และยังเสริมต่ออีกว่า ถ้าเป็นไปได้อย่างจะบันทึกเสียงอัลบั้มนี้ใหม่ทั้งหมด

Metallica: Chapter 5 – Master of Puppets

มาสเตอร์ออฟพัพเพตส์เหมือนจุดเปลี่ยนของกระแสดนตรีเมทัลที่ยกระดับวงแธรชเมทัลขึ้นมาอยู่ในกระแสเมนสตรีมได้เป็นครั้งแรก ตัวอัลบั้มทำยอดจำหน่ายได้สูงกว่าห้าแสนชุดและขึ้นอันดับ 29 ในบิลบอร์ด

Metallica: Chapter 4 – Ride the Lighting

อัลบั้ม ไรด์เดอะไลต์นิง ออกวางจำหน่ายในยุโรปโดยมิวสิกฟอร์เนชัน ส่วนในอเมริกาออกจำหน่ายโดยเมกาฟอร์ซซึ่งมีปัญหากระทบกระทั่งกับวงเป็นระยะ

Metallica: Chapter 3 – Kil ‘Em All

อัลบั้ม คิลเอ็มออล ไม่ถึงกับเป็นอัลบั้มที่เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าวงการดนตรีเมทัล แต่ก็สร้างแนวโน้มใหม่ของดนตรีเมทัลที่หนักหน่วงกว่า รุนแรงกว่าดนตรีเมทัลทั่วไปในสมัยนั้น