ที่แย่กว่านั้นคือความบาดหมางฝังลึกเสียจนทุกวันนี้เราสนใจเรื่อง “ใครพูด/เขียน” มากกว่าสนใจเนื้อหาสาระของคำพูด/บทความนั้น อคติบดบังหัวใจจนไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้นหากมาจากฝ่ายคนที่เราคิดว่าอยู่ตรงข้ามกัน

ระหว่างที่แม่ของเจมส์เข้ารักษาโรคมะเร็งในโรงพยาบาลก็ได้รับคำบอกเล่าให้ดื่มน้ำแครนเบอรีเยอะ ๆ ซึ่งเจมส์เห็นว่ามันน่าขัน

แฟนเพลงเดอะบีตเทิลส์มักจะมองว่าโยโกะ โอโนะคือคนที่ทำให้วงต้องแยกย้ายไปคนละทาง แต่แฟนเพลงของเลนนอนไม่เคยลืมว่าถ้าไม่มีเธอ จะไม่มีเพลงจากเลนนอนอีกหลายเพลง…

จงให้นางฟ้าทั้งหลายของท่านหลบไป
จงเก็บดอกกุหลาบของท่านไว้, ฉันยังไม่ตาย
ฉันทิ้งพงหนามที่ใต้เตียงของท่าน
ฉันจะยังอยู่

เรื่องราวความรักที่คบกัน แล้วก็เลิกรา มันเกิดขึ้นตลอดเวลา เปลี่ยนตัวละครไปเรื่อยๆ

แต่เดอะมานิกส์ปิดท้ายว่า ไม่ว่ายังไง พวกเขาก็มันแค่พวกไม่ใส่ใจที่งี่เง่าไร้สาระ ทำเพียงแค่หาเงินบริจาคการกุศลเล็ก ๆ น้อย ๆ เราทำให้ฟรี ๆ เลยนะ…

La tristesse durera แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘the sadness goes on’ ได้มาจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับจิตรกรชื่อดังชาวดัทช์ ฟินเซนต์ ฟาน ก็อกฮ์ ซึ่งในวันสุดท้ายของชีวิต เขาพูดว่า “La tristesse durera toujours” (ความเศร้าจะคงอยู่ตลอดไป)