Ego Fall: Jangar

แม้ว่าบางช่วงจะได้ออกมาโลดแล่น แต่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในมุมมืด ปล่อยให้เสียงแซมปลิงและคีย์บอร์ดได้เป็นพระเอก

โฆษณา

Amon Amarth: Twilight of the Thunder God

Amon Amarth เริ่มจะหยุดนิ่งในงานชุดนี้ แต่ความหยุดนิ่งที่ว่ามันไม่ใช่การย่ำอยู่กับที่ เพียงแต่สไตล์การทำดนตรีเริ่มไม่มีอะไรให้ประหลาดใจเท่านั้นเอง

All That Remains: Overcome

ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ ก็คงต้องบอกว่าออลแททรีเมนส์เริ่มสูญเสียประกายเจิดจ้าของตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย

In Frames: A Sense of Purpose

งานนี้แฟนเพลงเก่าคงผิดหวัง ทางวงคงเปิดทางใหม่กับรองรับแฟนเพลงใหม่ซึ่งน่าจะมีจำนวนมากพอสมควรทีเดียว

In Flames: Whoracle

ฮูราเคิลจัดเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมชุดหนึ่งของอินเฟลมส์ที่ผสานระหว่างความหนักหน่วงของภาพริธึ่มกับท่วงทำนองได้ลงตัวฟังเข้าท่าเข้าทาง

Dark Tranquillity: Fiction

ถ้าจะหาทิศทางใหม่ในงานชุดนี้ ก็คงต้องจับตามองที่บทบาทของคีย์บอร์ด ที่ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้า สร้างสีสันให้กับบทเพลงมากกว่างานชุดที่ผ่านๆ มาและทำให้บทเพลงฟังง่ายมากขึ้น สำหรับตัวบทเพลงในอัลบั้ม ฟิกชัน เหมือนกับการกลับไปทบทวนสิ่งที่เคยทำมาในอดีต จัดว่าเป็นอัลบั้มที่ดีชุดหนึ่งของพวกเขา

Amon Amarth: Fate of Norns

สรุปสั้นๆ งานนี้เป็น เมโลดิก เดธ / ไวกิ้ง เมทัล ที่ทำได้เหนือชั้นมาก

The Black Dahlia Murder: Unhallowed

โดยรวมแล้วนี่เป็นผลงานจากวงดนตรีที่ทำดนตรีได้ยอดเยี่ยมและเมามันส์มาก

Norther: Mirror of Madness

จะให้เรียกว่าเป็นวงเดธก็ไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำเท่าใดนัก เป็นเมโลดิกเดธเมทัลที่เน้นเมโลดิกมากๆ และทำออกมาได้ถึงน้ำถึงเนื้อในสิ่งที่พวกเขาต้องการนำเสนอเสียด้วย

Amon Amarth: Versus the World

สิ่งที่เป็นจุดเด่นของคือพวกเขารักษาสมดุลระหว่างเมโลดิกกับบรูทัลเดธเอาไว้ได้เป็นอย่างดีโดยไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งถือว่าหาได้ยากยิ่ง