ถ้าจะนับอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของ ไมเคิล แจ็กสัน จริงๆ ก็ควรจะเริ่มนับที่อัลบั้มออฟเดอะวอล เพราะอัลบั้มก่อนหน้านั้นจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของโจเซฟ แจ็กสันกับเบอรี กอร์ดี (ภายใต้ทีมเดอะคอร์เปอเรชัน) ของ โมทาวน์

จากความสำเร็จของวงเดอะแจ็กสันไฟฟ์ ทำให้เบอรี กอร์ดีนายใหญ่โมทาวน์ เล็กเห็นจุดเด่นในตัวไมเคิล แจ็กสันจนมองหนทางทำกำไรเพิ่มขึ้นด้วยการให้ไมเคิล แจ็กสัน ออกงานเดี่ยวซึ่งในเรื่องของดนตรีแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเพลงของ เดอะแจ็กสันไฟฟ์แม้แต่น้อย

2300 Jackson Street กลายเป็นงานปิดตำนานเดอะแจ็กสันส์เมื่อมันล้มเหลวทางยอดจำหน่าย กลายเป็นอัลบั้มที่ทำยอดจำหน่ายได้ต่ำสุดในบรรดาอัลบั้มต่าง ๆ ของเดอะแจ็กสันส์

ไมเคิล แจ็กสันเคยพูดถึงเรื่องการทำเพลงที่ “ฮิตทุกเพลง” ก่อนหน้าที่จะออกอัลบั้มนี้ออกมา ในตอนนั้นหลายคนคงคิดว่าเป็นความมุ่งมั่นที่ออกจะเพ้อฝันเกินไปหน่อย แต่อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตขึ้นท็อป 10 ถึง 7 เพลง จากเพลงในอัลบั้มนี้ที่มีเพลงทั้งหมดเพียง 9 เพลง

หลายครั้งที่เขาทำอะไรที่คนทั่วไปไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าเขาไม่เคยสัมผัสกับวัยเด็กเหมือนคนอื่นเพราะเขาคือคนที่เกิดมาเพื่อที่จะเป็นซูเปอร์สตาร์และฉายแววออกมาตั้งแต่เขายังเด็กในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของวงเดอะแจ็กสันไฟฟ์

ถึงแม้ว่าภาพพจน์ของเขาจะออกมาทางแปลกประหลาดพิสดารจนทำให้เกิดการถากถางนินทาการมากมาย แต่เพลงของไมเคิล แจ็กสันหลายเพลงเป็นมากกว่าเพลงป็อปสนุกสนาน

ดิเอสเซนเชียลนี่ก็คือฉบับคัดย่อของบ็อกซ์เซตชุดดิอัลติเมตคอลเล็กชันซึ่งมีซีดี 5 แผ่น ราคาอาจจะทรมานกระเป๋าไปเล็กน้อย งานชุด ดิเอสเซนเชียล จึงเป็นตัวเลือกที่ย่อมเยากว่า

เพลงนี้เป็นเพลงที่ดีโดยสมบูรณ์ของตัวเอง และนำนักดนตรีผิวขาวมารับบทเด่นในดนตรีของคนผิวดำทำลายกำแพงอคติบางส่วนในยุคนั้นได้