บัซค็อกซ์นำเสนอ “ทำมันด้วยตัวเอง” อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาเขียนเพลงเอง เล่นดนตรีโดยไม่สนใจว่าจะต้องทำให้ดีเลิศ และจัดจำหน่ายผลงานโดยไม่รอความช่วยเหลือจากบริษัทแผ่นเสียงซึ่งอาจจะลดทอนความสร้างสรรค์ที่อยากทำเพื่อหวังผลทางการตลาด ทั้งหมดที่พวกเขาทำได้สร้างแรงบันดาลใจในคนทั่วไปเห็นว่า “ทำได้ถ้าจะลงมือทำ” และนั่นเป็นปรัชญาของพังก์ที่ส่งผลกระทบในเวลาต่อมา

นี่คือเดอะแดมด์ วงพังก์อังกฤษที่ออกซิงเกิลเป็นคณะแรก ออกอัลบั้มเป็นคณะแรก ทัวร์อเมริกาเป็นคณะแรก และยุบวงเป็นคณะแรก!

จีจี อัลลินเป็นวีรบุรุษในใจของคนกลุ่มหนึ่ง ไม่เคยประสบความสำเร็จทางการตลาด สมัยทำวงเดอะแจ็ปเปอรส์ก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากทำให้เพื่อนร่วมวงเอือมระอาความบ้าหฤห่ามจนวงแตก ใช้ชีวิตสุดโต่งเคยติดคุกหลายครั้ง
ว่ากันว่าเขาใช้ชีวิตอยู่สามแห่งเท่านั้น คือ บนถนนตอนออกทัวร์ คุก และ โรงพยาบาล

ทุกวันนี้ วงหลักที่เคยเป็นแกนนำไรอัตเกิร์ลได้แยกย้ายไปคนละทาง แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอแนวคิดของตัวเอง ผ่านเครือข่ายที่มีการติดต่อถึงกันทั่วโลก วงใหม่ที่เกิดขึ้นมาในช่วงหลังก็มีความแตกต่างไปจากเดิม (แต่ก็ยังสตรีนิยมเหมือนเดิม)

Anarchy in the U.K.

เซ็กซ์พิสทอลส์เขียน “แอนาคีอินเดอะยูเค” ในแง่คนหลงตัวเอง หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง และเข้าไปเกี่ยวข้องกับคำว่าอนาธิปไตยเพียงเพราะเห็นว่ารัฐบาลในขณะนั้นบริหารงานแย่ทำให้เศรษฐกิจล่มสลาย ถ้าแบบนั้นขออยู่แบบไม่มีรัฐดีกว่า

สลัตที่เธอเขียนไม่ได้มีความหมายว่า “ฉันคือโสเภณี” แต่มีความหมายว่า “ขอเปลี่ยนแปลงถ้อยคำดูหมิ่นที่พวกคุณใช้เพื่อหยุดการแสดงออกทางเพศของฉัน”

น่ายินดีที่ได้ฟังบิลลีกลับมาเล่นดนตรีแบบที่ทำให้เขาดังในอดีตได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าครั้งนี้มันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก อย่างน้อยทำได้ดีกว่าที่คาดหวังไว้ เสียงร้องของเขายังคงแหกปากได้อารมณ์เหมือนเคย

ถือว่าเป็นงานที่น่าประทับใจอีกงานสำหรับคนรุ่นเก่าที่ยังทำงานได้สมศักดิ์ศรีของตัวเองอยู่