David Lee Roth Sounded Awful

ความสำเร็จตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึง 1984 ก็เป็นประจักษ์พยานว่าเขาเหมาะสมกับดนตรีของแวนแฮเลนในสมัยนั้นเพียงใด ลีลาของเขามันโดดเด่นและเป็นมิตรกับเอ็มทีวีในภายหลังเป็นอย่างมาก น่าเสียดายพอเริ่มมีอายุอะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปตามกาล

โฆษณา

Van Halen: No Brown M&Ms

ช่วงปีค.ศ. 1980 - 1983 แวนเฮเลนเรียกร้องปลีกย่อยมากหมาย เพราะการออกทัวร์ของพวกเขาเน้นแสงสียิ่งใหญ่อลังการ คอนแทร็กไรเดอร์หรือข้อเรียกร้องมีความหนา 53 หน้ากระดาษ และข้อเรียกร้องพิเศษที่พวกเขาเจาะจงว่าต้องมีคือ ช็อกโกแล็ตเอ็มแอนด์เอ็มส์ในโหลแก้ว บวกคำเตือนว่า จะต้องไม่มีเอ็มแอนด์เอ็มส์สีน้ำตาล

Michael Anthony don’t talk to ex bandmate

ช่วงให้สัมภาษณ์เอ็ดดี ทรังค์ เขาบอกว่าคุยกับทั้งคู่ครั้งสุดท้ายในการแสดงสดครั้งสุดท้ายในนามวงแวน เฮเลนปี 2004 และยังบอกอีกว่าอเล็กซ์อยากติดต่อกับเขาอยู่เหมือนกัน แต่เกรงใจเอ็ดดี

Van Helen: ปี 1996 – 1999

ทุกวันนี้ยังสงสัยอยู่ว่า ถ้ามิทช์ มอลลอยเป็นนักร้องนำของ Van Halen อัลบั้ม III จะเป็นอย่างไร

Van Halen: A Different Kind of Truth – ความจริงที่แตกต่าง

๑๓ เพลงในงานชุดนี้เขี้ยวและเคี่ยวมาก เป็นงานที่ดีมากของ Van Halen ในรอบ ๒๐ ปี ไม่มีข้อกังขาเลยว่าแฟนเพลงจะไม่พอใจ ...หากจะมีก็เพียงแค่เรื่องเดียวคือไมเคิล แอนโธนี่ไม่กลับมาทำงานด้วย เท่านั้นเอง

Van Halen: คลาสสิกหรือว่าถอยหลังลงคลอง?

แล้วแฟนเพลงก็แบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งบอกว่านี่คือการกลับมาแบบคลาสสิค อีกฝ่ายหนึ่งก็ยืนข้างแฮการ์ บอกว่าเหมือนกับการลอกงานตัวเองแบบไร้ซึ่งไอเดียใหม่จริงๆ ด้วย ว่ากันตั้งแต่หน้าปกมาเลย

Van Halen: Tattoo

โดยรวมยังอยู่ในระดับ “ชอบ” โดยเฉพาะท่อนคอรัส ถึงจะไม่มีเสียงของไมเคิล แอนโธนี่ ก็ยังให้อารมณ์แวน เฮเลนยุคเก่าๆ อยู่ ทำให้มีความหวังกับ A Different Kind of Truth ที่จะออกมาในเดือนกุมภาพันธ์พอสมควร

ไมเคิล แอนโธนีไม่คิดกลับไปเล่นกับแวนเฮเลน

นีล พอร์ทนาว ประธาน NARAS ผู้จัดงานแกรมมี่ แถลงเองว่า จะไม่มีวงแวน เฮเลน เล่น เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์

Van Halen: Jump

การที่ เอ็ดดี้ แวน เฮเลน ควบคุมการทำงานแทบจะทุกส่วน ส่งผลให้เกิดปะทะกันทางความคิดกับเดวิด ลี ร็อธ ตอนแรกเพลงนี้ทั้งเดวิด ลี ร็อธ และ เท็ด เทมเปิ้ลแมล ไม่ค่อยชอบเพลงนี้เท่าไหร่