Billy Idol in Thailand 1989

Billy Idol – บิลลี ไอดอล เคยมาเมืองไทยเพื่อพักผ่อนเมื่อปีพ.ศ. 2532 และมันก็เป็นการพักผ่อนตามแบบฉบับพังก์นั่นแหละ

FR!DAY ! AM !N ROCK ชอบ บิลลี ไอดอล มาตั้งแต่สมัย Rebel Yell โด่งดังมหาศาล มันจะพังก์ก็เหมือนพังก์ไม่สุด มันจะนิวเวฟก็ไม่นิวเวฟเต็มตัว แต่เพลงมันออกมาติดหูไม่ป็อปจ๋าเกินไป

แล้ววันหนึ่ง น่าจะรู้ข่าวทางบันเทิงคดีมั้ง? อันนี้ก็จำไม่ได้ บอกว่า บิลลี ไอดอล อยู่เมืองไทย ไม่ได้มาเล่นคอนเสิร์ต แต่มาพักผ่อนหลบความวุ่นวายส่วนตัว 

 ตอนนั้นเขากำลังมีปัญหากับ เพอรี ลิสเตอร์ (Perri Lister) ด้วยสาเหตุว่าบิลลีนอกใจไปคบชู้และมีความประพฤติอันไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างตามประสาร็อกสตาร์ใจแตก แล้วก็รู้สึกว่าช่วงนั้นเขาจะมีปัญหาเยอะแยะไปหมด สตีฟ สตีเวน (Steve Steven) มือกีตาร์คู่บารมีก็ตีตัวออกหาก ชีวิตมีแต่ปัญหา

Rebel Yell

ในหนังสือ Dancing with Myself ถึงกับจารึกเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตสามสัปดาห์ในประเทศไทยเอาไว้โดยเฉพาะ ระบุชื่อเลยว่า แฮรี จอห์นสัน แนะนำเขาว่า ในช่วงเวลาฉะนี้ จงไปพักผ่อน ณ ประเทศไทย ดินแดนที่ซื้อทุกอย่างได้ถ้ามีเงินมากพอ โดยให้สัญญากับทีมบริหารว่าจะไปแค่ดื่มเหล้าหัวราน้ำไปวัน ๆ ไม่แตะต้องยาเสพติดแน่นอน

พวกเขามาพักที่ชั้นบนสุดของโรงแรมโอเรียลเตล สมฐานะร็อกสตาร์ และใช้เวลาไปเที่ยวอาบอบนวด และย่านโลกีย์ในเมืองกรุง รวมทั้งเรียกเหล่าสาว ๆ มาเต็มโรงแรม จนทำให้พนักงานโรงแรมบางคนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง

แต่บิลลีก็ไม่สนใจ

หลังจากมาเที่ยวหัวราน้ำได้สักหนึ่งสัปดาห์เขาก็เริ่มอยากลองอะไรใหม่ ๆ เขาเลยขอให้คนขับแท็กซี่รายหนึ่งหายาอะไรสักอย่างให้เขา

คนขับแท็กซี่รายนั้น เอาผงสีขาวบางอย่างในหลอดแก้วขนาดประมาณ 8 นิ้วมาให้ ซึ่งแฮรีลองทดสอบแล้ว คิดว่ามันไม่ใช่โคเคนหรืออะไรอื่นที่พวกเขารู้จัก แต่ในเมื่อแต่ละคนก็ไม่ได้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ก็เลยคิดว่ามันว่ามันเป็นอะไร มันต้องใช้ได้แน่ ๆ 

(ในหนังสือ บิลลีคิดว่ามันคือ ไชนาไวต์ เฮโรอีนรูปแบบหนึ่ง)

พวกเขาก็เลยคิดว่า มันก็คงใช้เหมือนกับโคเคนหรืออะไรแบบนั้นก็เลยจะหาแผ่นฟอยล์ เพื่อรมควัน แต่หาในร้านใกล้โรงแรมแล้วไม่เจอ ก็เลยใช้กระดาษฟอยล์ห่อช็อกโกแลตของโรงแรมแทน

และไม่ว่าคนขับแท็กซี่จะเอาอะไรให้บิลลีและผองเพื่อน เจ้าสิ่งนั้นแรงมากทำให้พวกเขาเมาปลิ้น บิลลีเล่าว่าระหว่างพักที่โอเรียลเตล เขาได้เจอ เมล กิบสัน ด้วย แต่ตอนเจอยังไม่ทันจะทักทายอะไรกัน เขาก็หมดสติเพราะฤทธิยาที่หน้าลิฟต์นั่นเอง!

หลังจากนั้นสักพัก บิลลีก็ย้ายไปพำนักที่โรงแรมรอยัลคลิฟต์ที่พัทยาแทน 

 และพวกเขาใช้เวลาร่วมเดือนไปกับชีวิตที่มีแต่ เซ็กซ์ ยาเสพติด และ ร็อกแอนด์โรล!

และชีวิตร็อกแอนด์โรลนั้นเละเทะจนเจ้าหน้าที่โรงแรมรอยัลคลิฟต์ตัดสินใจแจ้งตำรวจให้มาจัดการ แต่บิลลีก็จ่ายเงินค่าเสียหายไปมากพอประมาณ และย้ายกลับมากรุงเทพ

แต่ในช่วงเวลาที่พอรู้ตัวเริ่มคิดได้ว่า ถ้าจะต้องบินกลับไปอังกฤษ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 14 ชั่วโมง ถ้าพวกเขาใช้สิ่งนี้อยู่มันไม่มีทางที่จะจบสวยแน่นอน

ก็เลยไปร้านขายยาเพื่อซื้อยานอนหลับชนิดแรง โดยวางแผนว่าจะกินยานอนหลับเพื่อไม่ให้แสดงอาการไม่พึงประสงค์ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน และเพื่อความไม่ประมาท พวกเขาเริ่มทดลองกันก่อน 

ปัญหาก็คือ เจ้ายากล่อมประสาทและยานอนหลับเหล่านั้น กลับเปลี่ยนบิลลีให้กลายเป็นคนอารมณ์รุนแรง ทำลายข้าวของ จนคราวนี้ ต้องถึงมือหน่วยพิเศษ ไม่ใช่ตำรวจทั่วไป 

อันนี้ F!A!R ไม่แน่ใจว่าตำรวจหรือทหารหน่วยไหนที่เป็นคนควบคุมสถานการณ์ มีข่าวลือว่า เจ้าหน้าที่ของไทยต้องใช้วิธียิงลูกดอกยาสลบใส่บิลลีเพื่อควบคุมสถานการณ์จะได้ไม่ต้องใช้กำลังรุนแรงกับร็อกสตาร์รายนี้ แต่ก็มีบ้างที่บอกว่าจริง ๆ แล้วเป็นพยาบาลฉีดยาระงับประสาทต่างหาก

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด สรุปได้ว่า เจ้าหน้าที่ของไทยเป็นคนรับมือกับบิลลีในสถานการณ์ตึงเครียดและจับเขาส่งออกนอกประเทศ โดยจับบิลลีมัดติดเตียงรถเข็นคนไข้ และใช้ทหาร 4 นาย เดินประกบพร้อมอาวุธครบมือ เพื่อ “ดูแล” ให้เห็นว่าออกไปนอกเขตประเทศไทยเรียบร้อย

ปีถัดมา บิลลีประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ในลอสแอนเจลิสที่ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส เกือบต้องโดนตัดขา และอาชีพอันรุ่งโรจน์ของเขาก็ตกต่ำลงทีละน้อย

Leave a Reply