KISS Drummer Audition of 1980

KISS Drummer Audition of 1980 นี้จะเล่าถึงเหตุการณ์ของวง KISS หลังจากที่จำเป็นต้องให้ Peter Criss ออกจากวง พวกเขาต้องเดินหน้าต่อโดยการหามือกลองเข้ามาแทนที่ Gene Simmons อวดอ้างว่า หลังจากนั้นพวกเขาต้องทดสอบมือกลองนับร้อยเพื่อจะหาคนมาแทน Peter โดยเลื่อนกำหนดการแสดงสดในยุโรปไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ตั้งใจว่าจะต้องเล่นคอนเสิร์ตในนิวยอร์กให้ได้ และกำหนดวันไว้ชัดเจนว่าต้องเล่นคอนเสิร์ตวันที่ 25 กรกฎาคม 1980 หมายความว่าพวกเขามีเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น

โจทย์สุดหินของ KISS

ทีมบริหารของวงต้องออกควานหามือกลองที่จะมาแทน Peter กันจ้าละหวั่น หลายคนได้รับคำแนะนำจากเพื่อนพ้องในวงการและได้เห็นฝีมือกันมาแล้ว หลายคนไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน เดโมเทปและรูปถ่ายจากมือกลองหลายคนส่งตรงมาถึงทีมงานของวง Bill Aucoin ลงโฆษณาในนิตยสารดนตรี โดยไม่บอกรายละเอียดมากนักว่านี่คือวง KISS กำลังประกาศหามือกลอง

แต่ในเวลานั้น Paul Stanley และ Gene Simmons ตั้งโจทย์สำหรับการเฟ้นหามือกลองคนใหม่เอาไว้ค่อนข้างจะหินอยู่บ้าง กล่าวคือ 

  • ต้องตีกลองเก่ง (แน่นอนอยู่แล้ว หามือกลองนี่จะหาคนเล่นเบสเก่ง ๆ ไปทำไม?)
  • ร้องนำได้ / คอรัสได้
  • ภาพลักษณ์เป็นร็อกสตาร์ ไม่เอาคนอ้วนมากเกินไป
  • ไม่เอาเด็กหรือแก่กว่าตัวเองมาก (ตอนนั้นสมาชิกวง KISS อายุประมาณ 28-30 ปี)
  • ต้องยังไม่มีใครรู้จัก

พลาดโอกาสเพราะว่า “เป็นที่รู้จัก”

การกำหนดว่า มือกลองคนใหม่ของ KISS ต้องเป็นบุคคลที่สาธารณชนทั่วไปยังไม่รู้จัก กลายเป็นการปิดกั้นมือกลองฝีมือดีหลายคนที่ “เกือบ” จะได้เป็นมือกลองของวง ต้องพลาดโอกาสไป 

สาระสำคัญของเงื่อนไขข้อนี้ก็คือ สมัยนั้นวง KISS ยังไม่ได้เผยโฉมหน้าที่แท้จริงสู่สาธารณชน พวกเขาจึงอยากได้คนที่ยังไม่มีใครระบุตัวจริงได้เพื่อรักษาความลับของ KISS ต่อไป การมีมือกลองคนใหม่ที่มีแฟนเพลงจำได้ว่าตัวตนที่แท้จริงเป็นใครจะ ทำลายความลึกลับนั้น พวกเขาจริงจังขนาดว่า หากใครมีรอยสักนอกร่มผ้าที่สังเกตได้ชัดก็จะโดนคัดทิ้งทันที

เรื่องนี้เป็นเหตุให้มือกลองหลายคนที่มีแววว่าจะได้เป็นมือกลองของวง ต้องพลาดโอกาสนี้ไปเพียงเพราะเขาเป็นที่รู้จักแล้ว อย่างเช่น

Anton Fig

Anton Fig

Anton Fig น่าจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของวง KISS เพราะเขาเคยตีกลองในอัลบั้มเดี่ยวของ Ace Frehley และ 2 อัลบั้มหลังของวง KISS แต่ Anton ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ตอนนั้นเขาเล่นกับ Spider และมีเพลงติดท็อป 40 อยู่แล้ว อีกทั้งได้ยินมาว่า Paul และ Gene ไม่อยากให้เขาเข้าร่วมวงเพราะเขาสนิทกับ Ace มากเกินไป จึงตัดสินใจอยู่กับวงของเขาต่อไป

แต่ฝั่ง Ace บอกว่าเขาพูดคุยกับ Paul และ Gene เรื่องจะให้ Anton เป็นมือกลองของวง ตอนแรกสองคนนั้นไม่มีปัญหา เขาเลยโทรบอก Anton ว่าได้งานในวง KISS แล้วนะ แต่วันต่อมา Paul หรือ Gene โทรบอกเขาว่า Anton ไม่เหมาะกับวง เขาเลยต้องโทรบอก Anton ว่าเสียใจด้วย สมาชิกอีกฝ่ายไม่อยากให้ Anton อยู่ในวง

เพลง New Romance ของวง Spider
Chuck Billings

Chuck Billings

Chuck Billings ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พลาดโอกาสนี้ไป เขาเป็นมือกลองวง Virgin ที่ Gene ช่วยทำเดโมเทปให้ และในเวลาที่ Peter Criss ออกจากวงก็เป็นช่วงที่ Virgin แยกตัวกันไปคนละทางพอดี

ตอนที่ Gene จัดงานสังสรรค์ตามประสาร็อกสตาร์ที่เบเวอร์ลีฮิลส์โฮเทล เขาก็เชิญ Chuck เข้าไปร่วมเฮฮาปาร์ตี้ด้วย Chuck จึงได้รู้จากปากของ Gene ว่า Peter ออกจาก KISS แล้ว เขาจึงเสนอตัวเป็นมือกลองวง KISS เพราะ Gene เคยชื่นชมว่าเขาตีกลองดีกว่า Peter แต่Gene ตอบกลับว่า ตอนนั้น Chuck มีชื่อเสียงแล้ว มีรูปลงนิตยสารวัยรุ่นบ่อยมาก KISS ต้องการมือกลองที่ยังไม่มีใครรู้จัก และหยอดคำหวานว่าถ้าตอนนั้นไม่มีใครเคยเห็นหน้าChuck รับรองว่าเขาต้องเป็นตัวเลือกอันดับแรกแน่ ๆ

Richie Fontana

อีกคนที่เกือบได้เป็นมือกลอง KISS คือ Richie Fontana จากวง Piper ของ Billy Squierซึ่งเคยตีกลองให้งานเดี่ยวของ Paul มาก่อน Bill Aucoin นัดให้เขามาพบปะพูดคุยกับ Gene และ Paul เรื่องมาเป็นมือกลอง แต่ Gene และ Paul คิดว่า Richie ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมเพราะเป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้ว ตอนนั้นวง Piper ออกอัลบั้มมาสองชุดและเคยปรากฏโฉมตามหน้านิตยสารบ่อยครั้ง

Carmine Appice

และคนที่มีข่าวลือว่าเป็นหนึ่งในบรรดาตัวเลือกที่จะเป็นมือกลองของ KISS อีกคนก็คือ Carmine Appice  อดีตมือกลอง Vanilla Fudge, Cactus และวงของ Rod Stewart เคยตีกลองในอัลบั้มเดี่ยวของ Paul Stanley มาแล้ว และแน่นอนเขาเคยแจมกับวง KISS

แต่สำหรับเรื่องนี้ Carmine อธิบายไว้ชัดเจนว่า สิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้น เพียงแต่ว่า Bill Aucoin เป็นผู้จัดการของเขาด้วยเหมือนกันเท่านั้น จึงเป็นเหตุให้เขาไปแจมกับสมาชิกวง KISS เมื่อมีเวลาว่าง ร่วมถึงในช่วงที่กำลังมีการทดสอบฝีมือคนที่มาสมัครเป็นมือกลองเขาก็โต๋เต๋อยู่แถวนั้นพอดี อาจจะเป็นเหตุให้เกิดข่าวตามมาในภายหลังว่าเขามาทดสอบฝีมือเข้าวง KISS

 และ KISS ก็ไม่คิดจะให้เขาเป็นมือกลองอยู่แล้ว เพราะตอนนั้น Carmine ชื่อเสียง มีภาพลักษณ์เฉพาะตัว แถมตีกลองด้วยพลังเหลือเชื่อทำให้เขาจะกลายเป็นจุดสนใจของวงมากกว่า Gene หรือ Paul

ในนิตยสาร Sound ปีค.ศ. 1980 Paul ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะชวน Carmine เข้าวงเพราะ “มันสำคัญสำหรับเรามาที่จะต้องหาคนที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เราไม่ต้องการใครที่เมื่อสักสัปดาห์สองสัปดาห์ก่อนยังอยู่กับ Rod Stewart หรือว่า Rainbow”

เรื่องนี้ Bobby McAdams ซึ่งทำงานกับ KISS และเป็นเพื่อนสนิทของ Ace ยืนยันว่า Carmine เคยแจมดนตรีกับ KISS ในช่วงที่กำลังทดสอบหามือกลองช่วงนั้นจริง ๆ แต่เขามีพลังล้นเหลือเกินวง KISS และเขาก็แจมเล่น ๆ ไม่ได้คิดจะทดสอบฝีมือกับวง KISS จริงจังอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าถ้าร่วมวงต่อไปต้องมีปัญหากับ Gene แน่ ๆ

KISS Drummer Audition of 1980

เป็นงานหนักหนาสาหัสสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง พวกเขาต้องเฟ้นหามือกลองที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ KISS วางเอาไว้เช่นนั้นให้เสร็จสิ้น ภายในเวลาสั้น ๆ เพียงไม่ถึง 2 เดือน

 ในช่วงเดือนมิถุนายน สมาชิกวงจะฟังเดโมเทปต่าง ๆ รวมทั้งดูรูปถ่ายของคนที่ส่งใบสมัครเป็นมือกลอง จากนั้น Bill Aucoin จะเป็นคนสัมภาษณ์และตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นต่าง ๆ ที่ KISS ตั้งเอาไว้ 

Jayne Grodd ผู้ช่วย Bill ได้เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นในหนังสือ KISS Alive Forever ว่าในเวลานั้น เธอต้องทำรายการเอาไว้ว่าสิ่งที่วง KISS ต้องการมีอะไรบ้าง ตั้งแต่ความสามารถตีกลองสองกระเดื่อง ร้องเพลง มีคำถามกระทั่งว่ามือกลองคนนั้นแต่งงานหรือยัง เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาแบบเดียวกับ Peter Criss

 เธอบอกว่ามีมากเสียจนคิดว่าคงหาไม่ทันเวลาแน่ แต่ Bill บอกว่าให้เลือกสุ่มที่คิดว่าน่าจะใช้ได้มานัดสัมภาษณ์ ถ้าคนไหนคุณสมบัติตรงตามที่ตั้งถึงให้มาทดสอบฝีมือกับวงKISS

ตัวอย่างคนที่ไม่ผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์ก็มีเช่น Rick Shutter มือกลองมากฝีมือซึ่งเป็นมือกลองประจำวงที่เล่นให้กับละครเวทีบรอดเวย์เรื่อง Godspell เขาบอกว่า เขาเป็นคนหนึ่งที่ส่งเดโมเทปและรูปถ่ายไปสมัครเป็นมือกลอง แต่เมื่อ Bill Aucoin สัมภาษณ์เขาแล้ว เขาดันตอบไปตามตรงว่า เขาไม่เคยร้องเพลง ทำให้เขาต้องตกรอบในขั้นตอนนั้นเอง

มีข่าวว่า Charlie Bennet ซึ่งต่อมาเป็นมือกลองวง Anthrax ก็อยากเข้าร่วมทดสอบฝีมือกับวง KISS ด้วยเหมือนกัน แต่ขณะนั้นเขามีอายุ 17 ปีเท่านั้น อายุน้อยเกินไปจึงไม่เข้าเกณฑ์ตั้งแต่เริ่มต้น แต่เขาก็ไปเฝ้าหน้าสตูดิโอที่ใช้ทดสอบฝีมือ เล่าว่าเขาได้เห็น Anton Fig, Carmine Appice และ Eric Carr เดินเข้าออกห้องซ้อมด้วย (ซึ่งไม่น่าจะเป็น Anton Fig เพราะว่า Anton ไม่เข้าร่วมแต่แรก และถ้าเขาเป็นตัวเลือกจริงก็ไม่จำเป็นต้องมาทดสอบด้วยซ้ำ เพราะเคยตีกลองให้แล้วถึง 2 อัลบั้ม)

และมือกลองที่ผ่านการคัดกรองจาก Bill แล้ว จึงจะได้มาทดสอบฝีมือดนตรีร่วมกับสมาชิกวง KISS โดยกำหนดไว้ให้เล่น 5 เพลงคือ “Detroit Rock City”, “Stutter”, “Firehouse”,“Rock and Roll All Nite” และ “Black Diamond” โดยต้องตีกลอง ร้องประสาน และ ร้องนำเพลง “Black Diamond” 

Paul Stanley กล่าวในรายการ The Night Flight เมื่อปี 1983 ว่า “เราบอกพวกนั้นว่า เรียนรู้เพลงพวกนี้นะ หัดร้องเพลงทั้งหมด เรียนรู้ร้องประสานเสียงต่ำ ร้องประสานเสียงสูง มันยากนะ แต่คุณต้องเข้ามาเป็นสมาชิกวงนี้ต้องทำได้ คนส่วนใหญ่โดนเราคัดทิ้งแทบจะทันทีเลยล่ะ” 

ระหว่างทดสอบ ถ้าใครมีทีท่าประหม่า ลนลาน ตื่นเต้นเกินไปก็โดนคัดทิ้งทันทีเหมือนกัน เพราะขนาดเล่นในห้องซ้อมยังคุมตัวเองไม่อยู่จะไปเล่นต่อหน้าผู้คนเรือนหมื่นได้อย่างไร

นิตยสาร People เดือนสิงหาคม 1980 รายงานว่า มีคนสมัครมาเป็นมือกลองถึง 2,000 คน ในขณะที่สิ่งพิมพ์ของ KISS Army (แฟนคลับทางการของวง KISS) รายงานว่า มีคนสองถึงสามร้อยคนที่ได้ไปทดสอบฝีมือกับ KISS ซึ่งตรงกับที่ Gene Simmons คุยโม้โอ้อวดในหนังสือ Kiss and Tell (เขียนโดย Gordon G. G. Gebert และ Bob McAdams, 1997) ว่ามีคนมาทดสอบหลายร้อยคน

Bobby McAdams หนึ่งในทีมงานของ KISS และเป็นเพื่อนสนิทกับ Ace แสดงความเห็นของเขาว่า คนที่มาทดสอบฝีมือจริง ๆ น่าจะมีประมาณ 25 – 30 คนเท่านั้น ส่วน Ace Frehley เขียนไว้ในหนังสือ No Regrates (2012) ว่าคนมาทดสอบฝีมือราวหลักสิบต้น ๆ เท่านั้น

ถ้าพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ เช่นที่ Jayne Grodd บอกว่ามีเวลาให้วง KISS ทดสอบฝีมือเพียง 4 วันเท่านั้นเอง โดย Paul, Gene และ Ace จะเล่นร่วมกับมือกลองที่มาทดสอบตัวต่อตัว ถ้าการเล่น 5 เพลง อาจจะแค่ ครึ่งชั่วโมง แต่น่าจะมีการเซ็ตอัปเครื่องดนตรีหรือพัก ดังนั้นในแต่ละวันน่าจะได้ประมาณ 8 – 10 คน เวลา 4 วันน่าจะประมาณ 25 – 30 คนตามที่ Bobby McAdams บอกน่าจะใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด

คนที่เปิดเผยว่าเคยมาทดสอบฝีมือเพื่อเป็นมือกลองครั้งนั้นก็มี เช่น

KISS Drummer Audition of 1980 list (เท่าที่มีการยืนยัน)

ถึงแม้ว่าจะไม่มีการยืนยันจำนวนผู้เข้าร่วมทดสอบฝีมือในครั้งนั้นอย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะมีการบันทึกเทปเก็บไว้ทุกคนเป็นหลักฐาน (ซึ่งคาดว่าคนที่เก็บเทปไว้คือ Gene Simmons) แต่ก็มีบางคนที่ออกมายืนยันว่าเป็นหนึ่งในบรรดาคนที่ได้เข้าไปทดสอบฝีมือกลองกับ KISS ในปีค.ศ. 1980

Stephen Quadros
ภาพจาก Shock Em Dead

Stephen Quadros

Stephen Quadros เคยเป็นมือกลองวง Snow (วงนี้มี Carlos Cavazo เป็นมือกีตาร์ ก่อนจะลาออกในปี 1982 เพื่อร่วมวง Quiet Riot) คนนี้มาเพราะ Carmine Appice เป็นคนแนะนำให้เขามาลองทดสอบฝีมือ แถมยังส่งวิดีโอการดวลกลองระหว่าง Stephen กับ Carmine ไปให้Gene ดูเสียด้วย Bill เลยติดต่อกลับถาม Stephen ว่าร้องเพลงได้ไหม เขาเลยโกหกไปว่าร้องได้ เลยได้ไปทดสอบฝีมือ แต่เขาก็ไม่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกเพราะเขาร้องเพลงไม่ดี 

Stephen ต้องออกจากวงการดนตรีไปช่วงปีค.ศ. 1983 เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับมือจนตีกลองไม่ได้ หลังจากนั้นเขาหันเหเป็นนักแสดงและผู้บรรยายในแวดวงศิลปะการป้องกันตัวแฟนเพลงร็อกอาจจะจำเขาได้จากบท Angel Martin จากภาพยนตร์สยองขวัญปนตลกเรื่อง Shock ‘Em Dead 

Tico Torres

อีกคนที่ต่อมาโด่งดังคือ Tico Torres ขณะนั้นเขาเป็นมือกลองรับจ้างปักหลักในนิวยอร์ก ในเวลานั้น เขาเป็นสมาชิกวง T.Roth and Another Pretty Face ออกอัลบั้ม Face Facts (1980)  (และไม่นานหลังจากนั้น Ritchie Sambora ก็มาทดสอบฝีมือเป็นมือกีตาร์ แทน Ace) แต่ก็ไม่ผ่านรอบแรกเช่นกัน

Joe Nevolo

คนที่เกือบมีโอกาสผ่านเข้ารอบสุดท้ายคือ Joe Nevolo ซึ่งเคยร่ำเรียนกลองกับCarmine Appice เขาลงโฆษณาใน The Village Voice ว่าเป็นมือกลองมีสรรพคุณอย่างไรบ้าง และได้รับการติดต่อจากทีมงานซึ่งบอกเขาเพียงว่าต้องการมือกลองสำหรับวงที่ได้แผ่นเสียงแพทตินัมมาแล้ว และพอเขาตั้งสติได้เขามั่นใจว่าวงนั้นคือ KISS แน่นอน

Joe ส่งเทปไปแต่ได้รับการติดต่อกลับมาว่า เขาส่งไปแต่การตีกลอง อยากให้ส่งเสียงร้องไปด้วย เขาได้ร่วมทดสอบฝีมือและพยายามวาดลวดลายเล่นทริกท่าตีกลองต่าง ๆ สารพัดจน Gene หันมาถามว่า เฮ้ คุณพยายามทำให้ Paul ประทับใจเหรอ และเมื่อเขาอวดเสียงร้องเพลง “Black Diamond” ก็ดันร้องส่วนที่ Paul เป็นคนร้องจน Ace ต้องหันมาบอกเขาว่าร้องส่วนของ Paul ทำไม…

ก็ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะทดสอบไม่ผ่าน และที่น่าสนใจคือ หลังจากนั้น เขาไปทดสอบฝีมือกับวง Bon Jovi แต่ก็ไม่ผ่านอีก พ่ายแพ้ให้กับ Tico Torres ที่มาร่วมทดสอบเป็นมือกลองKISS พร้อมกับเขานี่เอง

ในเวลาต่อมา Joe ไปร่วมงานกับ The Good Rats (ซึ่งต่อมามือกีตาร์วงนี้ Bruce Kulick ไปเป็นมือกีตาร์ให้วง KISS เมื่อ The Good Rats แตกวง) และภายหลังปักหลักตีกลองให้กับ Shadow Gallery

KISS Drummer Audition of 1980 Finalists

หลังจากทดสอบรอบแรกเสร็จสิ้น พวกเขามีตัวเลือก 7 – 10 คนที่จะมาทดสอบรอบสอง แต่สุดท้าย คนที่เข้าเป็นคู่ชิงตำแหน่ง มีเพียงสองคนคือ Bobby Rondinelli กับ Paul Caravello

Bobby Rondinelli เป็นคนนิวยอร์ก ผมยาว ฝีมือกลองหนักแน่น ผู้เกี่ยวข้องบอกตรงกันว่าเขาพลาดรอบสุดท้ายเพียงเพราะเสียงร้อยของ Paul Caravello ดีกว่า…ไม่ใช่เพราะฝีมือตีกลอง ช่วงที่เขามาทดสอบฝีมือกับวง KISS เขาก็ได้รับการติดต่อจาก Rainbow ให้ไปทดสอบฝีมือด้วยเช่นกัน และหลังจากไม่ได้ข่าวจาก KISS สองสามวันหลังจากทดสอบรอบสุดท้าย เขาก็รับข้อเสนอจากวง Rainbow และทำอัลบั้ม Difficult to Cure และได้ร่วมงานกับวงดังอีกหลายวง

Paul Caravello มือกลองชาวบรุกลิน และเป็นนักร้องนำในบางครั้ง ช่วงปีค.ศ. 1980 เขากำลังตัดสินใจเลิกเล่นดนตรีเพราะไม่รุ่งเสียที ตอนนั้นเขาก็อายุ 30 แล้ว และตีกลองกับวง Flasher แต่ปรากฏว่า รายได้กลับน้อยกว่าเดิมมาก ซึ่งเขาเล่าว่า “ตอนผมอายุ 16 ผมเล่นดนตรีได้เงินคืนละ 15 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้ ผมอายุจะ 30 แต่ผมเล่นดนตรีได้แค่คืนละ 7 ดอลลาร์” 

ด้วยสถานการณ์แบบนั้น เมื่อ ​Paul Turino มือคีย์บอร์ดลาออก วงก็เหมือนจะแยกย้ายไปคนละทาง และ Paul ก็คิดจะเลิกเล่นดนตรี แต่ก็บังเอิญได้พบ Paul Turino อดีตเพื่อนร่วมวงFlasher ในคลับแห่งหนึ่งย่านควีนส์ บอกว่าวง KISS กำลังมองหามือกลอง เขาจึงติดต่อและส่งเทปเพลง เขาร้องเพลง “Shandi” จากอัลบั้มล่าสุดของวง KISS ในตอนนั้นด้วย แล้วนำรูปถ่าย เทปกับประวัติตัวเองส่งไปในแฟ้มสีส้มสดใส เพราะคิดเอาไว้แล้วว่าสีนี้ต้องโดดเด่นแน่นอน 

และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง เพราะ Jayne Grodd รำลึกความหลังว่าเธอเห็นแฟ้มสีส้มมาแต่ไกล เธอจึงหยิบแฟ้มนั้นก่อนเพราะสีมันสดใสสะดุดตา เมื่อเธอเปิดดูเห็นภาพถ่ายของPaul ดูเท่ ฟังเทปแล้วก็ตีกลองดี ร้องเพลงก็ดี จึงให้ Paul มาสัมภาษณ์กับ Bill ซึ่งเขาได้รายชื่อเพลงที่ต้องเล่นพร้อมกับคำแนะนำว่าควรจะโกนหนวดเสียด้วย

Eric Carr

Gene เขียนในหนังสือ KISS and Make-Up ว่า “ผมไม่เคยลืมการออดิชันของเขาเลย เขาเดินเข้ามาพร้อมกับหัว (ทรงผม) โต ๆ ของเขา ตัวเขาเตี้ยกว่าพวกเรา เขาดูดีตั้งแต่แรกเห็น เป็นคนอัธยาศัยดี พอเล่นเสร็จ เขาถามว่าจะขอลายเซ็นพวกเราได้มั้ย” 

KISS Drummer Audition of 1980

Paul Stanley เขียนในหนังสือ Face the Music “ตอนแรกผมไม่ได้ชอบการเล่นของเขามากมายอะไรนักหรอก แต่คนอื่นรวมทั้ง Vini Poncia กับ Bill Aucoin ชอบฝีมือเขามาก” 

KISS ตัดสินใจเลือก Paul เป็นมือกลองในวันที่ 1 กรกฎาคม และเขามีเวลา 25 วันเพื่อเรียนรู้เพลง 18 เพลง และวง KISS ก็ต้อนรับเขาในฐานะสมาชิกวงโดยมอบรถปอเช่ 924 ให้เขาเป็นของขวัญ

 โดยเขาเลือกนามแฝงและบุคลิกไม่ได้เสียที ตอนแรกเขาจะใช้ชื่อ Rusty Blads แต่จีนไม่ให้ใช้ชื่อนี้เพราะมันดูตลกและไม่เข้ากับคนอื่น พอเขาจะเลือกแต่งหน้าในบุคลิกเหยี่ยว แต่พอลองแต่งหน้าแต่งตัวเต็มยศก็โดนเบรกจาก Paul โดยให้เหตุผลว่าดูเหมือนไก่มากกว่า

จนวันที่ 25 กรกฎาคม ที่เขาต้องแสดงสดร่วมกับ KISS เป็นครั้งแรก ชื่อ Eric Carr และบุคลิกหมาจิ้งจอก –  The Fox เพิ่งลงตัวในวันนั้นเอง

Black Diamond

official KISS website

Leave a Reply

Scroll to top
%d bloggers like this: