Nitro: ฝีมือดี ใช่ว่าจะไปได้ดี

Nitro เป็นวงดนตรีแกลมเมทัลที่น่าจับตามองเพราะมีสมาชิกที่โดดเด่นในตำแหน่งร้องนำและกีตาร์ ทว่าพวกเขาไม่เคยประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวัง

ถ้าใครพลิกย้อนหนังสือ หรือเว็บไซต์ที่พูดถึงดนตรีแฮร์แบนด์ มีโอกาสมากทีเดียวที่จะได้เห็นรูป ไนโตร วงดนตรีที่มีทรงผมพองฟู ถ้าหากวงนี้ไม่ “แฮร์” แล้ววงไหนจะ “แฮร์”

ในแง่ภาพพจน์ชื่อเสียงต้องบอกว่าพวกเขาเป็น “คัลต์” คือไม่ประสบความสำเร็จในทางการตลาด แต่ยังทำให้คนพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้ และที่พูดถึงกันอยู่ไม่ใช่ทรงผมของพวกเขา แต่เป็นคำพูดประเภท วงนี้มีนักร้องนำเสียงร้องสุดยอดมาก และ วงนี้มีมือกีตาร์ฝีมือเฉียบขาดและติดอันดับนักปั่นปิ๊กระดับต้น ๆ ของโลก 

Nitro
จากซ้าย ทีเจ เรเซอร์, จิม จิลเลตต์, ไมเคิล แอนเจโล และ บ็อบบี ร็อก

แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ยังทำให้ผู้คนจดจำพวกเขาได้มาจนถึงตอนนี้ก็คือ จิม จิลเลตต์ กับ ไมเคิล แอนเจโล (แบติโอ) สองหนุ่มที่มีเอกลักษณ์และความสามารถเฉพาะตัวสูงมาก

 Jim Gillette

แนะนำ จิม จิลเลตต์ ก่อน 

Jim Gillette – จิม เป็นนักร้องนำ เขาหัดร้องเพลงเมทัลมาตั้งแต่อายุ 11 – 12 ปี โดยมี ร็อบ ฮัลฟอร์ด นักร้องนำเสียงอัศจรรย์แห่งจูดาสพรีสต์เป็นเป้าหมายว่าต้องวัดรอยเท้าให้ได้ เพราะเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาจะต้องร้องเสียงต่ำและโหนขึ้นเสียงสูงให้ได้ช่วงเสียงที่กว้างกว่า ร็อบ ฮัลฟอร์ด นอกจากนี้เขายังฝีกฝนการใช้เสียงโดยมี ลุยเซียโน พาวาร็อตติ นักร้องโอเปราเสียงเทเนอร์ผู้เกริกก้องโลกเป็นต้นแบบ

เขาอวดอ้างว่าฝึกร้องเพลงถึง 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน 

และผลลัพธ์ออกมาโคตรจะน่าทึ่ง

มีคนบันทึกว่า จิม จิลเลตต์ มีช่วงเสียงกว้างมาก ร้องได้ถึง 6 อ็อกเตฟ ใช้เสียงที่แตกต่างกัน 10 เสียง โหนเสียงสูงยาวนานถึง 32 วินาที และ เสียงสูงสุดอยู่ที่ระดับ โซปราโน โน้ตดี ซึ่งถ้าเป็นอย่างที่บันทึกไว้จริง หมายถึงว่าเสียงเขาสูงกว่าเสียงของ มารายห์ แครี ที่ทำได้ระดับโซปราโน โน้ตซี!!!!

เส้นทางดนตรีเริ่มต้นจากการเป็นนักร้องนำในวงสลัต (Slut) ก่อนที่เข้าร่วมงานกับวงทัฟฟ์ (Tuff) ฝากเสียงร้องไว้ในอีพีแรก น็อกยัวร์เซลฟ์เอาต์ (Knock Yourself Out) ซึ่งสร้างชื่อเสียงไว้ให้พอประมาณ  แล้วเขาก็ออกมาทำงานเดี่ยว

ผลงานเดี่ยวของจิมใช้ชื่ออัลบั้มว่า ภูมใจในเสียงดังกัมปนาท (พราวด์ทูบีลาวด์ – Proud to be Loud) งานชุดนี้เข้าสูตรแกล็มเมทัลทุกอย่าง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ มือกีตาร์และมือเบสในอัลบั้มนี้คือ ไมเคิล แอนเจโล กับ ที เจ เรเซอร์ มือปืนรับจ้างในสตูดิโอผู้มีฝีมือล้ำลึก จะว่า พราวด์ทูบีลาวด์ เป็นงานชุดแรกของไนโตรก็ไม่ผิดนัก เพราะบทเพลงในอัลบั้มนี้กับโอเอฟอาร์ (O.F.R.) งานชุดแรกของวงไนโตรแทบจะเชื่อมต่อกันสนิท

Michael Angelo Batio

Michael Angelo Batio – ไมเคิล แอนเจโล แบติติโอ เป็นมือกีตาร์ที่หัดเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็ก พอโตก็หันมาเล่นกีตาร์แนวแจ๊ส ทุ่มเทร่ำเรียนจนสำเร็จการศึกษาทางด้านดนตรีโดยตรง และเริ่มต้นอาชีพนักดนตรีด้วยการเป็นนักดนตรีรับจ้างในห้องบันทึกเสียงและทำเพลงประกอบโฆษณาหรืออื่น ๆ ทั่วไป

จนกระทั่งฝีมือไปเข้าตา ทอมมี ฮอลแลนด์ (อดีตนักร้องนำวงสเตปเพนวูล์ฟช่วงปีค.ศ. 1979 – 1980) ซึ่งตอนนั้นคิดจะทำวงฮอลแลนด์ของตัวเอง เขาดึง ไมเคิล แอนเจโล มาเป็นมือกีตาร์ของวง ทำงานชุด ลิตเติลมอนสเตอรส์ (Little Monsters) ออกมาในปีค.ศ. 1985 ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จมากมายอะไร วงก็แยกย้ายไปคนละทาง ไมเคิลก็รับจ้างเล่นตามห้องบันทึกเสียงและรับงานทั่วไป รวมทั้งพยายามตั้งวงของตัวเองพักใหญ่ แต่ไม่มีผลงานอะไรออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน

จนกระทั่งเขารับงานบันทึกเสียงอัลบั้มแรกของ จิม จิลเลตต์ จึงนำมาสู่การร่วมงานกันในนาม ไนโตร ซึ่งประกอบด้วย จิม จิลเลตต์ ไมเคิล แองเจโล ที เจ เรเซอร์ สามคนนี้ทำงานร่วมกันในอัลบั้มเดี่ยวของ จิม จิลเลตต์ เพิ่ม บ็อบบี ร็อก มือกลองจาก VVI – Vinnie Vincent Invasion เข้ามาเสริมทีมอีกคนก็ครบวง

“เราไม่ใช้เอฟเฟกต์ เพราะเราคือเอฟเฟกต์….” จิม จิลเลตต์ บอกอย่างอวดตัวเองพอสมควร เขาเขียนโน้ตลงในปกอัลบั้มว่าไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการบันทึกเสียงใดใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพิตช์ชิฟเฟอร์ (pitch shifters) หรือฮาร์โมไนเซอร์ (harmonizers) เสียงร้องประสานต่าง ๆ ที่ได้ยินในอัลบั้มนี้เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเขาล้วน ๆ 

เก่งโคตร…

จิม จิลเลตต์ โชว์พลังเสียงระดับสั่นสะเทือนจนแก้วแตกให้เห็นหลายหน อันนี้ไม่ใช่คำพรรณนาเปรียบเทียบ แต่เขาใช้เสียงทำให้แก้วแตกได้จริง! เขาคนพบความสามารถนี้ตอนบันทึกเสียงอัลบั้ม พราวด์ทูบีลาวด์ ตอนนั้นเพื่อนคนหนึ่งถือแก้วไวน์อยู่แล้วแก้วแตกระหว่างที่เขากำลังบันทึกเสียง

 และนั่นทำให้เขาตัดสินใจที่จะเขียนหลักสูตรสอนวิธีฝีกฝนการใช้เสียงซึ่งประสบความสำเร็จมากมายมหาศาลทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ เช่นเดียวกับแบบฝึกหัดกีตาร์ของ ไมเคิล แอนเจโล ที่ประสบความสำเร็จเลื่องลือทั่วปฐพี

บางที พวกเขาทั้งสองคนประสบความสำเร็จในด้านการทำหลักสูตรและตำราสอนมากกว่าประสบความสำเร็จในด้านดนตรี…

ทั้งวิดีโอสอนกีตาร์ สตาร์ลิกส์ และ จิม จิลเลตต์สเมทัลเพาเวอร์ มียอดจำหน่ายมากกว่าหนึ่งแสนชุด (ไม่นับของปลอมระบาดเกลื่อน)         

Nitro

ในช่วงที่ทำงาน พราวด์ทูบีลาวด์ นั้น ไมเคิล แอนเจโล เป็นที่รู้จักในฐานะมือกีตาร์ผู้มีเทคนิกลึกล้ำเล่นเร็วว่องไวดุจสายฟ้าแลบ แต่ยังสร้างสีสันฮือฮาด้วยการเล่นกีตาร์ดับเบิล-วี-เน็ค กีตาร์สองคอตัวเก่งของเขาพร้อมกันทั้งสองคอ (ปัจจุบันตัวนี้แขวนอยู่ที่ร้านฮาร์ดร็อกคาเฟในชิคาโก)  

ซ้าย จิม จิลเลตต์ ขวา ไมเคิล แอนเจโล

แต่ตอนที่ทำอัลบั้มแรกของไนโตร เขาออกแบบกีตาร์ 4 คอ (Quad Guitar X-400) สร้างโดย เวนย์ ชาร์เวล (ทุกคอเป็นกีตาร์ 7 สายเสียด้วย)

ตอนที่ไมเคิล แองเจโลมาเมืองไทยได้มีโอกาสพูดคุยสัมภาษณ์เขา แต่เนื่องจากนานแล้วอาจจะจำรายละเอียดไม่ได้ครบ แต่ใจความคงไม่ผิดพลาด

ถามเขาว่า ทำไมเขาต้องทำกีตาร์ 4 คอ ทั้งที่มีแค่ 2 มือยังไงก็เล่นได้แค่สองมือ ตอนที่ถามคิดสงสัยว่ากีตาร์แต่ละตัวคงตั้งสายต่างกัน ใช้ไม้หรือปิ๊กอัปต่างกันเสียงต่างกันคงได้ยินคำอธิบายถึงรายละเอียดแบบนี้

เปล่าเลย 

เขาตอบว่า ตอนนั้น สตีฟ วาย เล่นกีตาร์ 3 คออยู่แล้ว เขาได้รับคำแนะนำจากคนในบริษัทว่าให้ทำกีตาร์ 4 คอมาเกทับซะเลย เขาเลยทำออกมา

ช่างเป็นคำตอบที่โคตรจริงใจ…

แต่ที่จำได้ เขาบอกว่าเขาเพิ่มสายเอ (สูง) เข้าไป เพื่อจะได้เพิ่มช่วงเสียงสูงขึ้นไปอีก ซึ่งปกติแล้วกีตาร์ 7 สาย จะเพิ่มเสียงต่ำ (ถ้าฟังวงในยุคนู-เมทัลหรือรุ่นหลังจะเห็นว่าเพิ่มสายบีต่ำ) 

ผลงานชุดแรกของไนโตรมีทุกอย่างที่วงเมทัลควรจะมี นักร้องเสียงดีทรงพลัง มือกีตาร์ระดับพระกาฬร้องขอชีวิต มือเบสที่ไว้ใจได้ไม่มีหลุดไทม์มิง มือกลองมากฝีมือมั่นคงหนักแน่น 

แต่ส่วนผสมอันมหัศจรรย์นี้กลับไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างที่คาดหวัง

บ็อบบี ร็อก ลาออกจากวงหลังจากบันทึกเสียงอัลบั้มแรกเสร็จสิ้นลง (ต่อมาเขาไปอยู่กับวงเนลสัน) มือกลองที่เข้ามาแทนคือ เค ซี โคเม็ต แต่ทั้ง ที เจ เรเซอร์ และ เค ซี โคเม็ท ก็ลาออกจากวงไป หลังจากการทัวร์เสร็จสิ้นลง ทางวงได้ ราล์ฟ คาร์เตอร์ เป็นมือเบส และ จอห์นนี ธันเดอร์ มาเป็นมือกลอง 

และอัลบั้มที่ 2 ไนโตรทู: เอชดับเบิลยูดีดับเบิลยูเอส (Nitro II: H.W.D.W.S.) ทำยอดจำหน่ายแย่กว่างานชุดแรกเสียอีก 

จึงไม่แปลกใจที่พวกเขาจะยุบวงกันไป

การกลับมาในปี 2016

ปลายปีค.ศ. 2016 มีข่าวออกมาว่า จิม กับ ไมเคิล คิดจะรื้อฟื้นทำวงไนโตรขึ้นมาใหม่ โดยมี คริส แอดเลอร์ มือกลองแลมบ์ออฟก็อด เป็นกำลังเสริม ภายหลัง ได้ วิกเตอร์ วูเทน มือเบสผิวสีผู้โด่งดังในโลกของแจ๊ส แจ๊สร็อก มาร่วมงานด้วย ยิ่งทำให้อัลบั้มของพวกเขาน่าสนใจมากขึ้นไปอีก (แต่ถึงเวลาออกทัวร์ใช้บริการ แมต เดอวรี เป็นมือเบสแทน)

และมาดูวิดีโอแนะนำตัวของพวกเขา

ไมเคิลออกมาแย้มความว่าดนตรีจะใกล้เคียงกับเดธเมทัลมากกว่าแกล็มเมทัลอย่างที่แฟนไนโตรคุ้นเคย ตอนที่อ่านก็ไม่เชื่อเท่าไหร่ แต่พอวิดีโอเพลงแรกออกมา เออ…จ้ะ นี่มันไม่ใช่ไนโตรที่คุ้นเคยจริง ๆ ด้วย ข่าวว่า จอช วิลเบอร์ ซึ่งเคยดูแลการผลิตอัลบั้มให้แลมบ์ออฟก็อดมาเป็นผู้ดูแลการผลิตอัลบั้มนี้ พวกเขาออกทัวร์ในนาม ไนโตร เพื่อเรียกความสนใจจากแฟนเพลงเก่าในอดีต

ไม่ใช่ว่าเพลงไม่ดี แต่มันไม่คุ้นเลย 

พวกเขาเปิดระดมทุนในเว็บอินดีโกโก https://www.indiegogo.com/projects/nitro-recording-new-album เข้าไปดูแล้วมีทั้งขายอัลบั้มไปจนถึงขายกีตาร์พร้อมลายเซ็น เนื้อเพลงเขียนด้วยลายมือ ปิ๊กกีตาร์ ไปจนถึงคอนสิร์ตส่วนตัว!!!

แต่สุดท้าย โปรเจ็กต์นี้ก็ล้มหายไปเงียบ ๆ ในปีค.ศ. 2019 โดยไมเคิลออกมาอธิบายว่า เมื่อลองทำเพลง ลองออกทัวร์ ทั้งเขาและจิมก็รู้สึกว่าที่กำลังทำอยู่มันไม่ใช่ และไม่ควรไปต่อ ก็เลยจากกันไปด้วยดีไม่มีการทะเลาะอะไรกันภายใน

หมายเหตุส่วนตัว

ถามตัวเองว่า ทำไม ไนโตร วงดนตรีที่มีนักดนตรีมหัศจรรย์ถึง 2 คนอยู่ในวงถึงไม่ประสบความสำเร็จ 

คำตอบมันง่ายมาก ดนตรีไม่ใช่การแข่งขันแบบวิ่งแข่ง ที่ใครวิ่งเร็วสุดเป็นผู้ชนะ ดนตรีเป็นเรื่องของอารมณ์และความชอบโดยเฉพาะ

เพลง “เฟรจต์เทรน” มีองค์ประกอบที่ยอดเยี่ยม แต่มันประกอบเข้าด้วยกันแล้วไร้สาระสิ้นดี ขอโทษแฟนเพลงไนโตรไว้ ณ ที่นี้ (กราบแทบเท้า) แต่ฟังทั้ง 2 อัลบั้มของไนโตรแล้ว ความคิดที่ผุดเข้ามาในหัวคือ มันเล่นอะไรของมันวะ?

อย่างเช่นเสียงร้อง เห็นได้ชัดว่า ตั้งใจจะโชว์เสียงร้องของจิมแบบไม่ถูกที่ถูกทาง หรือ เสียงกีตาร์ ที่เน้นโซโล (แต่อันนี้ก็เป็นปกติสำหรับยุคสมัยของเหล่าเชร็ดเดอร์ส)

ถ้าเปรียบเทียบเหมือนอาหาร

(ใช่ FR!DAY ! AM !N ROCK มักจะเปรียบดนตรีกับอาหาร) 

ไนโตรมีวัตถุดิบชั้นดีเลิศคุณค่าราคาสูง ฟลัวการ์ราคาแพง ไข่ปลาคาเวียร์ ไวน์เลิศรส เนื้อวัวมัตสึซาเกะคุณภาพเยี่ยมที่เลี้ยงอย่างฟูมฟักถนอมดังไข่ในหิน มีเนื้อปลาหิมะสดใหม่ 

แต่พ่อครัวดันขาดทักษะในการปรุงอาหารให้อร่อย อาจจะไม่รู้วิธีในการนำเสนอส่วนดีของวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างพอดี รู้แต่อะไรดีก็โปะเข้าไป ประดังประเดจนแย่งความเด่นของรสชาติวัตถุดิบ

คือรู้ว่าตัวเองมีอะไรเด่น ก็นำเสนอไปจนขาดความเหมาะสม

เทียบกับพ่อครัวหัวป่าก์ หลายท่านใช้เพียงแค่วัตถุดิบพื้น ๆ พืชผักที่หาได้รอบตัว แต่สามารถใช้สิ่งที่มีนำมารวมกันเสนอเป็นอาหารที่เลิศรสกลมกล่อม คนกินแล้วอร่อยลิ้น

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่มักจะมีคนดูถูกด้านฝีมือทักษะเชิงช่าง อย่างเช่น พอยสัน ทำยอดขายได้หลายล้าน ประสบความสำเร็จถล่มทลายทั้งที่ความสามารถเฉพาะตัวด้อยกว่าไนโตร 

ชีวิตมันก็เป็นเช่นนั้นเอง…

Discography

  • O.F.R. (1989) 
  • Nitro II: H.W.D.W.S. (1992) 
  • Gunnin’ for Glory (รวมเพลง – 1999)

Band Member

  • Jim Gillete — ร้องนำ (1987 -1993)
  • Michael Angelo Batio  — กีตาร์ (1987 -1993)
  • Bobby Rock — กลอง (1987 – 1989)
  • T J Racer — เบส (1989 -1991)
  • K C Comet – กลอง (1989 – 1991)
  • Ralph Carter  – เบส (1991 – 1993) 
  • Johnny Thunder  – กลอง (1991 – 1993)

One thought on “Nitro: ฝีมือดี ใช่ว่าจะไปได้ดี

Leave a Reply

Scroll to top
%d bloggers like this: