Scott Rockenfield VS Queensrÿche

Scott Rockenfield อดีตมือกลองวง Queensrÿche ซึ่งฟ้องร้องวงเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากการโดน “ให้ออก” จากการเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทผู้ดูแลผลประโยชน์ของวง แต่ล่าสุดเหมือนว่าจะตกลงกันได้แล้ว

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ศาลสูงของเทศมณฑล Snohomish ในรัฐวอชิงตัน ทุกฝ่ายตกลงกันว่า “การเรียกร้อง การเรียกร้องแย้ง และการเรียกร้องข้ามทั้งหมดระหว่าง สก็อตต์ ร็อกเคนฟิลด์ในฐานะโจทก์ ซึ่งฟ้องไมเคิล วิลตัน (Michael Wilton) และ เอ็ดดี แจ็กสัน (Eddie Jackson) ได้ยุติลงโดย ทั้งสองฝ่าย “ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของตนเองเกี่ยวกับการเรียกร้อง การเรียกร้องแย้ง และการเรียกร้องข้ามดังกล่าวทั้งหมด”

ในเอกสารนั้นใช้คำว่า A dismissal with prejudice หมายความว่าคดีถูกยกฟ้องอย่างถาวรและไม่สามารถนำกลับมาขึ้นศาลเดิมได้ ถือเป็นการพิพากษาถึงที่สุด

Queensrÿche 2017
จากซ้ายมาขวา ไมเคิล วิลตัน, สก็อตต์ ร็อกเคนฟิลด์, ท็อด ลา ทอเร, ปาร์กเกอร์ ลุนแกรน และ เอ็ดดี แจ็กสัน

Scott Rockenfield VS Queensrÿche

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021) สก็อตต์ ร็อกเคนฟิลด์ ได้ยื่นฟ้อง ไมเคิล วิลตัน และ เอ็ดดี แจ็กสัน โดยกล่าวหาว่าละเมิดสัญญา ละเมิดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และปลดออกโดยมิชอบ ในคดีนี้ สก็อตต์อ้างว่าเขาลางานในวงเพื่อทำหน้าที่พ่อและสามีในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 (ค.ศ.2017) หลังจากที่คู่หมั้นของเขาประสบปัญหาแทรกซ้อนระหว่างการคลอดบุตรและต้องเข้ารับการผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน

สก็อตต์ชื้แจงว่า การลาของเขาได้รับการอนุมัติจากสมาชิกของวงและเขายังคงได้รับผลประโยชน์หนึ่งในสาม จากในบริษัท QR Companies ซึ่งมีบริษัทย่อยคือ Tri-Ryche Corporation, Melodisc LTD., Queensrÿche Merchandising, Inc ., EMS Music, LLC และ Queensrÿche Holdings, LLC

สก็อตต์กล่าวหาว่าหรือประมาณวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) ไมเคิล วิลตัน และ เอ็ดดี แจ็กสัน ได้ออกเสียงให้ไล่เขาออกจาก QR Companies เนื่องจากการที่เขาไม่ได้อยู่ในวง ทั้งที่เขาขอลาพักโดยได้รับความยินยอมจากสมาชิกวง และเขาได้รับจดหมายไล่ออกเป็นลายลักษณ์อักษรลงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018)

ในคำร้องของสก็อตต์ เขาอ้างว่า ทั้งไมเคิลและเอ็ดดี ได้ยุติการจ่ายเงินทั้งหมดจาก QR ตั้งแต่แต่ปีพ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงการดำเนินงานและสัญญาต่าง ๆ โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย” นอกจากนี้ ยังไม่ได้จัดทำบัญชี เอกสาร บันทึกธุรกิจ และสัญญาของบริษัท QR ให้เขาอย่างถูกต้อง

แม้ว่า สก็อตต์จะบอกว่าเขายังคงได้รับค่าลิขสิทธิ์จาก Tri-Ryche สำหรับงานเก่า ๆ แต่เขาอ้างว่าเขาไม่ได้รับเงินจาก Melodisc เลยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 และไม่มีการจ่ายเงินจาก Queensrÿche Merchandising ตั้งแต่ต้นปี 2561 และไม่มีการจ่ายเงินจาก EMS ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560

และสก็อตต์ยังอ้างว่าไมเคิลและเอ็ดดี ไม่ให้เขาบันทึกเสียงในอัลบั้ม The Verdict แม้ว่าเขาจะว่างและเต็มใจที่จะเข้าร่วมก็ตาม เขาอ้างว่าในช่วงปีพ.ศ. 2560 – 2561 เขายังมีบทบาทในทุกด้านของธุรกิจของ QR Companies ร่วมแต่งเพลง พิจารณาเรื่องเกี่ยวกับสัญญาและการดำเนินงานต่าง ๆ ยกเว้นเพียงแต่ไม่ได้ออกทัวร์แสดงสดกับวงเท่านั้น

ดังนั้นเขาจึงฟ้องเพื่อเรียกร้องให้อีกฝ่ายจ่ายหนี้ที่ค้าง ค่าชดเชยสำหรับค่าจ้างและผลกำไรที่สูญเสียไป จำนวนเท่ากับมูลค่าตลาดปัจจุบัน รวมทั้งผลประโยชน์ในหุ้นของเขาในบริษัท QR เมื่อถูกไล่ออกโดยมิชอบ บวกดอกเบี้ย

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) ไมเคิล วิลตัน และ เอ็ดดี แจ็คสันได้แก้ต่าง โดยบอกว่า สก็อตต์ประกาศในเดือนมีนาคม 2560 ว่าเขากำลังจะลาพักจากการทัวร์ประมาณสองถึงสามเดือนทั้งที่รู้ว่า Queensrÿche อยู่ระหว่างการทัวร์และมีภาระผูกพันตามสัญญาในการเล่นคอนเสิร์ตสดหลายครั้ง

แต่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันในเดือนมิถุนายน 2560 ว่าจะเล่นคอนเสิร์ต 13 รอบในยุโรป แต่สก็อตต์ก็ไม่กลับเล่น ทำให้พวกเขาต้องหามือกลองคนใหม่เพื่อให้วงออกทัวร์แสดงสดได้ตามสัญญาที่ทำไว้ (มือกลองที่เข้ามาแทนคือ เคซี กริลโล Casey Grillo อดีตมือกลอง Kamelot) 

ทั้งคู่อ้างว่า สก็อตต์ไม่ได้ช่วยวงหามือกลองทดแทนสำหรับคอนเสิร์ตที่เหลือในทัวร์ปี 2560  แม้ว่าทั้งคู่ รวมทั้ง ท็อด ลา ทอเร (Todd La Torre นักร้องนำ) และผู้จัดการของวงพยายามติดต่อ สก็อตต์ช่วงปลายปี 2560 เพื่อหารือเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของเขาในอัลบั้มถัดไป อย่างไรก็ตาม สก็อตต์ตอบกลับสมาชิกวงและผู้จัดการวงเป็นระยะ ๆ เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการบันทึกอัลบั้มใหม่ แต่เขาสร้างความสับสนและปฏิเสธที่จะกระทำหรือตกลงที่จะเข้าร่วมวงอีกครั้งหรือมีส่วนร่วมในกระบวนการบันทึกอัลบั้มใหม

ตามเอกสารดังกล่าว ฝ่ายบริหารของ Queensrÿche ได้ติดต่อกับสก็อตต์ทางอีเมลในช่วงปลายปี 2560 และแจ้งให้เขาทราบว่า ” Queensrÿche ต้องได้รับคำยืนยันจากสก็อตต์ว่าเขาตั้งใจจะมีส่วนร่วมในการบันทึกเสียงในอัลบั้มของวงหรือไม่ และต่อมา ทางทีมบริหารของ Queensrÿche เห็นว่าสก็อตต์ยังคงสับสนอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเขาไม่ตอบกลับเพื่อแสดงความมุ่งมั่นที่จะกลับเข้าร่วมวงอีกครั้งในอัลบั้มของพวกเขา ย่อมจะถือว่าเป็นคำตอบว่า ‘ไม่’ และต่อมา สก็อตต์ยินยอมให้วงจ้างมือกลองอีกคนมาแทนที่เขา

ไมเคิลและเอ็ดดียังกล่าวหาว่าการกระทำของสก็อตต์เป็นอุปสรรคต่อการหาเงินมาจ่ายเงินกู้ที่ใช้ชดเชยให้กับเจฟฟ์ เทต (Geoff Tate) อดีตนนักร้องนำคนเก่าของวง

เมื่อปีพ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2014) Queensrÿche มีกรณีพิพาทกับ เจฟฟ์ เทต ซึ่งผลคือ ทางฝ่าย ไมเคิล เอ็ดดี และ สก็อตต์ ต้องกู้เงินมาเพื่อจ่ายให้กับฝ่ายเจฟฟ์ ในนามวง Queensrÿche ซึ่งในสัญญาที่ทำไว้กำหนดว่าทั้งสามคนต้องรับผิดร่วมกันและช่วยกันชำระคืนเงินกู้ในอัตราส่วนเท่ากัน โดยผู้ให้กู้กำหนดให้สมาชิกวงต้องจำนำอสังหาริมทรัพย์ เป็นหลักประกันในการกู้ยืม

ในครั้งนั้น ไมเคิลและเอ็ดดีใช้อสังหาริมทรัพย์ของพวกเขาเป็นหลักประกัน รวมทั้งต้องจำนำทรัพย์สินส่วนบุคคลที่พวกเขาสะสมไว้ ในขณะที่สก็อตต์ไม่ได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ใด ๆ เขาจำนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางอย่างที่เขาใช้งานอยู่ แต่เนื่องจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้มูลค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่สก็อตต์ใช้ค้ำประกันลดมูลค่าลงอย่างรวดเร็ว

จากภาระเงินกู้ดังกล่าวทำให้ทั้ง 3 คนต้องจ่ายคืนเงินกู้เป็นรายเดือน มิเช่นนั้นจะเป็นการผิดนัดชำระหนี้ และการสูญเสียทรัพย์สินที่พวกเขาใช้เป็นหลักประกัน

ด้วยสัญญาเงินกู้ดังกล่าวทำให้ไมเคิล เอ็ดดี และ สก็อตต์ไม่สามารถขายทรัพย์สินส่วนบุคคลที่เป็นหลักประกันเงินกู้ แต่ทางฝ่ายสก็อตต์ได้ขายทรัพย์สินที่เขาใช้เป็นหลักประกันเงินกู้

รายได้ที่เกิดจากคอนเสิร์ตเป็นแหล่งรายได้หลักที่ทำให้สมาชิกวงสามารถชำระเงินกู้ยืมที่ใช้จ่ายชดเชยให้เจฟฟ์ แต่เนื่องจากสก็อตต์ออกจากวงในฤดูใบไม้ผลิปี 2560 ทำให้สก็อตต์ไม่มีรายได้ใดๆ เพื่อใช้ จ่ายเงินกู้ก้อนนั้น และเขาไม่ได้ออกเงินเพื่อชำระเงินกู้นับแต่นั้น 

การที่สก็อตต์ไม่ช่วยวงสร้างรายได้ตั้งแต่ปี 2560 ส่งผลให้มีภาระผูกพันอื่น ๆ มาสู่ตัวเอ็ดดีและไมเคิลต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมดในการชำระคืนเงินกู้ ซึ่งหมายถึงชำระแทนสก็อตต์ด้วย และการกระทำสก็อตต์ทำให้ไมเคิลและเอ็ดดีตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้และสูญเสียทรัพย์สินของตนเอง

ทางไมเคิลและเอ็ดดีอ้างว่า สก็อตต์เลือกที่จะไม่เข้าร่วมในคอนเสิร์ตอย่างน้อย 65 คอนเสิร์ตในช่วงเดือนมีนาคม 2560 ถึงตุลาคม 2561 และแม้ว่าสก็อตต์จะได้รับแจ้งและได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมการประชุมก่อนทำอัลบั้ม The Verdict ในปี 2561 ทั้งที่พวกเขาทำงานกันห่างเพียงแค่ประมาณ 10-12 ไมล์จากบ้านของสก็อตต์เอง

นอกจากนี้ สก็อตต์ยังถอนเงินสดจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมิชอบ และไม่ได้รับอนุญาตเพื่อใช้งานส่วนตัวของเขาเอง มีการใช้จ่ายส่วนตัวจากบัตรเครดิตบริษัท QR และการถอดแผงวิดีโอวอลล์โดยไม่แจ้งหรือโดยไม่ได้ได้รับอนุญาต จากโกดังเก็บของบริษัท

ทั้งเอ็ดดีและไมเคิลอ้างว่าพวกเขาแจ้งสก็อตต์อย่างเป็นทางการ ผ่านทางหนังสือแจ้งการประชุมผู้ถือหุ้น/คณะกรรมการของบริษัท QR ซึ่งส่งล่วงหน้าเป็นเวลา 10 วันก่อนการประชุม ซึ่งในหนังสือนั้น แจ้งวัน เวลา และสถานที่ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นชัดเจนว่า วาระการประชุมคือการไล่สก็อตต์ออกจากบริษัท QR และ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 – หนึ่งวันก่อนการประชุมตามกำหนด สก็อตต์Rส่งข้อความถึงเอ็ดดีและไมเคิลว่าเขาได้รับหนังสือแจ้งการประชุมแล้ว และประสงค์จะเข้าร่วมการประชุมทางโทรศัพท์ 

ซึงไมเคิลก็ยืนยันกับสก็อตต์ว่าเขาสามารถเข้าร่วมการประชุมทางโทรศัพท์ได้ แต่ว่าเมื่อถึงเวลาประชุมจริง ๆ สก็อตต์ไม่ติดต่อมา และไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ หลังจากรอนานมากกว่าหนึ่งชั่วโมง สมาชิกที่เหลืออยู่ ซึ่งครบองค์ประชุมก็โหวตอย่างเป็นทางการให้สก็อตต์ออกจากบริษัท QR

หลังจากนั้น สก็อตต์ยังเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ Queensrÿche2021.com โดยไม่ได้รับความยินยอมจากทางวง และยังนำเพลงเก่าในเวอร์ชันที่ Queensrÿche เคยทำไว้แต่ไม่ใช้ในอัลบั้มก่อน ๆ ซึ่งการกระทำของสก็อตต์นั้น จริงๆ แล้วไม่มีเพลงใหม่ และโพสต์ออนไลน์ของเขาสร้างความสับสนให้กับแฟน ๆ และสร้างความเสียหายให้กับวง Queensrÿche

Leave a Reply