Poison


วงพอยซันโดนเยาะเย้ยถากถางหลายต่อหลายครั้งในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เพียงเพราะว่าพวกเขาดัง!

ดังแซงหน้าวงแฮร์แบนด์ฝีมือดีหลายวงทั้งที่ทำดนตรีเบาหวิวไร้แก่นสาร เป็นป็อปที่แอบแฝงตัวเข้ามาในวงการแกลมเมทัล พวกเขาดังเสียจนกลายเป็นหน้าตาของดนตรีแฮร์เมทัล (หรือ ป็อปเมทัล แล้วแต่จะเรียก) ร่วมรุ่นเดียวกับมอทลีครู ซินเดอเรลลา ทั้งที่ไม่ค่อยมีใครยอมรับพวกเขาในด้านฝีไม้ลายมือในการเล่นและทำเพลงสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าพวกเขาเป็นพวกป็อปกะโหลกกะลาที่ทำเพลงขายสาววัยรุ่นที่หลงใหลหน้าตาภาพลักษณ์เท่านั้น

แต่พอยซันขายอัลบั้มได้มากกว่า 15 ล้านชุดในอเมริกา ถ้ารวมทั่วโลกก็ได้ราว 45 ล้านชุด

เบรท ไมเคิลส์ (ร้องนำ) เล่นดนตรีตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ในประวัติบางแห่งเอ่ยอ้างว่าเขาเคยเล่นกับวงเลเซอร์ตั้งแต่ปีค.ศ. 1979 โดยอาศัยห้องใต้ดินในบ้านพ่อแม่เขา ณ แมคานิคสเบิร์ก รัฐเพนซิลวาเนีย เป็นที่ฝึกซ้อม แต่เขาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นบาร์เทนเดอร์

ความฝันอยากทำวงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างตอนเขาชวนริกกี ร็อกเก็ต เพื่อนร่วมโรงเรียนและเป็นช่างทำผมทำวงเป็คเตอร์ แต่สองวงนี้เป็นวงสมัครเล่นเอาสนุกมากกว่าหาเงินจริงจัง มาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเมื่อได้รู้จักกับ เดวิด เบสเซลแมนด์ (กีตาร์) บ็อบบี ดอลล์ (มือเบส)  และริกกี ร็อกเก็ต (กลอง) แต่เดวิดแยกตัวออกในช่วงปีค.ศ. 1983 ด้วยเหตุผลว่าทัศนคติทางดนตรีไม่ตรงกัน แมท สมิธ (กีตาร์) จึงเข้ามาแทนในปีนั้น และเปลี่ยนชื่อวงเป็นปารีส เล่นตามคลับบาร์ทั่วไป ส่วนใหญ่เล่นเพลงชาวบ้านที่กำลังดังในตอนนั้น

แต่ด้วยเหตุว่าช่วงนั้นศูนย์กลางแกลมเมทัลอยู่ที่ลอสแอนเจลิส แมวมองจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อยากจับวงแกลมเมทัลมาเซ็นสัญญามักจะมองหาวงหน้าใหม่จากแหล่งนี้ สี่หนุ่มวงปารีสเล็งเห็นแล้วว่าถ้าอยากดังควรมุ่งหน้าไปตามหาความฝันและชื่อเสียงในลอสแอนเจลิสจึงโยกย้ายถิ่นฐานในปี 1984 เบรท ไมเคิลส์ลงทุนควักเงิน 700 ดอลลาร์ซื้อรถฉุกเฉินโรงพยาบาลที่โดนโละทิ้งมาใช้เป็นพาหนะ มาถึงลอสเอนเจลิสไม่นานก็เปลี่ยนชื่อเป็นพอยซันหลังจากดูข่าวโทรทัศน์แล้วได้ยินตัวแทนจากสมาคมผู้ปกครองกล่าวหาว่าดนตรีร็อกเป็น “ยาพิษ” ต่อบุตรหลานของพวกเขา

พวกเขาได้เล่นประจำที่เวสต์ฮอลลิวู้ดคลับ และเดอะทับบาดัวร์ ช่วงแรกไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นมากนัก แต่เล่นหนักกว่าสมัยออกอัลบั้มของตัวเองพอสมควร (ฟังจาก บูทเลกสมัยที่พวกเขายังใช้ชื่อวงว่าปารีส) การแสดงช่วงนั้นมีบางคนบอกว่าเบรทลอกเลียนสตีฟ ไวท์แมน นักร้องนำวงคิกซ์มาทั้งดุ้น ไม่ได้มีอะไรเป็นของตัวเองเลย ท่าทางจะไม่มีแววรุ่ง และคนที่คิดแบบนั้นไม่ได้มีเฉพาะคนนอก เพราะแม็ทมือกีตาร์ของวงเองก็ยังคิด และคิดหนักเมื่อเขาได้เป็นพ่อคน เลยตัดสินใจลาออกกลับไปอยู่ที่เพนซิลวาเนีย

เล่ากันว่าสมัยนั้นพวกเขาคัดตัวมือกีตาร์แทนแม็ทจนเหลือสามคนสุดท้ายคือ สแลช ที่ต่อมาไปร่วมงานกับกันส์แอนด์โรเซส สตีฟ ซิลวา ที่เคยร่วมงานกับ โจ เพอรี โปรเจ็คท์ และ ซีซี เดวิลล์ อดีตสมาชิกวงร็อกซ์รีกิม (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อวงเป็นสไตรเปอร์) และพอยซันเลือกซีซีเป็นมือกีตาร์ด้วยเหตุผลด้านภาพลักษณ์ออกแนวแกลมร็อกชัดเจนเป็นหลักมากกว่านิสัยและฝีมือการเล่น  และดูจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ลองนึกถึงสองอัลบั้มแรกของพอยซันที่มีสแลชหรือว่าสตีฟเป็นมือกีตาร์ไม่ออกเลยว่าจะเป็นอย่างไร

เล่ากันอีกว่าวันที่ไปทดสอบฝีมือนั้น ซีซี เดวิลล์ปฏิเสธไม่ยอมเล่นเพลงที่เบร็ทเตรียมไว้ โดยเล่นเพลงของตัวเอง (ที่ต่อมากลายเป็นเพลง “ทอล์ค เดอตี ทู มี” ในอัลบั้มแรก)

สแลชเขียนในหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองถึงเหตุการณ์ตอนนั้นว่าริกกีแนะนำให้เขาแต่งหน้าทำผมและเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกาย ซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

ปีค.ศ. 1986 พอยซันได้เซ็นสัญญากับบริษัทอินิกมาเร็คคอร์ด ซึ่งในเวลานั้นเพิ่งแยกตัวมาจากบริษัทกรีนวู้ดดิสทริบิวชันมาไม่ถึงปี พวกเขาใช้เวลาเพียง 12 วันในมิวสิกไกรน์เดอร์สตูดิโอ กับริก บราวด์ โปรดิวเซอร์ผู้เคยร่วมงานกับ เท็ด นูเจนท์ มาหลายอัลบั้ม

อัลบั้ม ลุควอทเดอะแคทแดรกจ์ดอิน กลางปีค.ศ. 1986 แต่ช่วงแรกไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย ตอนแรกปล่อยเพลง “คราย ทัฟ” ออกมาเป็นซิงเกิลก็ไม่ได้รับความสนใจ แต่ผ่านไปได้สักพักใหญ่ คือต้นปีค.ศ. 1987 เบร็ทขอลองเสี่ยงทำมิวสิควิดีโอเพลง “ทอล์ค เดอตี ทู มี” ออกมาโดยหวังว่าภาพลักษณ์สดใสฉูดฉาดของพวกเขาจะช่วยให้คนสนใจมากขึ้น และ “ทอล์ค เดอตี ทู มี” ก็ช่วยชีวิตพอยซันได้จริง เพราะซิงเกิลทำยอดจำหน่ายได้เกินล้านชุด ดึงอัลบั้มให้ทะยานเกินสองล้านชุดความสำเร็จของพวกเขาเกิดจากจังหวะเวลาพอดี เพราะเอ็มทีวีก็ผลักดันวงแกลมเมทัลเต็มที่ โดยเฉพาะวงดนตรีที่ออกป็อปพอจะเจาะกลุ่มวัยรุ่นด้วยภาพลักษณ์ฉูดฉาดบาดตา

แต่ความสำเร็จของงานชุดแรก ยังไม่เทียบเท่ากับงานชุดต่อมา โอเพนอัปแอนด์เซย์อาห์หห ปีค.ศ. 1988 ยอดจำหน่ายที่สูงกว่า 8 ล้านชุด (รวมทั่วโลก) ตอกย้ำว่าพวกเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จเพราะโชคช่วย เพราะอัลบั้มนี้มีเพลงสนุกหลายเพลง และมีเพลงบัลลาดที่อมตะมาถึงทุกวันนี้คือ “เอฟรี โรส แฮด อิทส์ โทรน”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.